กฎกระทรวง
การวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๘/๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
รายได้ หมายความว่า รายได้ก่อนหักรายจ่ายจากการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒ กรณีที่การยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงเป็นไปตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๙ และผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๓ หรือมาตรา ๓๘/๔ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอนำหลักประกันมาวางตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้ยื่นคำขอมิได้นำหลักประกันมาวาง ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนและจำหน่ายคำขอนั้น
ข้อ ๓ วงเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขอรายใหม่ ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(๒) ผู้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงแล้ว
(ก) กรณีมีรายได้ไม่เกินยี่สิบห้าล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(ข) กรณีมีรายได้เกินยี่สิบห้าล้านบาท แต่ไม่เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนห้าหมื่นบาท
(ค) กรณีมีรายได้เกินห้าสิบล้านบาท แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนหนึ่งแสนบาท
(ง) กรณีมีรายได้เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองแสนบาท
ข้อ ๔ วงเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขอรายใหม่
(ก) กรณีบุคคลธรรมดา ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนห้าพันบาท
(ข) กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(๒) ผู้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแล้ว
(ก) กรณีมีรายได้ไม่เกินยี่สิบห้าล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนห้าพันบาท ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(ข) กรณีมีรายได้เกินยี่สิบห้าล้านบาท แต่ไม่เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนห้าหมื่นบาท
(ค) กรณีมีรายได้เกินห้าสิบล้านบาท แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนหนึ่งแสนบาท
(ง) กรณีมีรายได้เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองแสนบาท
ข้อ ๕ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีภาษีทุกปี ให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงแจ้งรายได้จากการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนทราบ
ในกรณีที่เงินหลักประกันที่วางไว้ไม่เป็นไปตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงวางหลักประกันให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนจะกาหนดให้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ข้อ ๖ ในกรณีที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้วางหลักประกันเป็นอย่างอื่นนอกจากเงินสดและผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงประสงค์จะเปลี่ยนแปลงประเภทหลักประกัน ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงประเภทหลักประกันพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน รวมทั้งหลักประกันใหม่ต่อนายทะเบียน
ในกรณีที่คำขอเปลี่ยนแปลงประเภทหลักประกัน เอกสารหรือหลักฐาน หรือหลักประกันใหม่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเอกสารหรือหลักฐาน หรือวางหลักประกันใหม่ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในหกสิบวัน ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียนจำหน่ายคำขอนั้น
ข้อ ๗ การวางหลักประกันตามกฎกระทรวงนี้ ให้วางต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตามแบบนำส่งหลักประกันที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ข้อ ๘ ให้ผู้ที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับดำเนินการวางหลักประกันให้เป็นไปตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๘/๕ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงต้องวางหลักประกันต่อนายทะเบียน เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/จัดทำ
๔ มีนาคม ๒๕๖๒
วิชพงษ์/ตรวจ
๕ มีนาคม ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๓/๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).