พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
(ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๒๘
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๒๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๘
เป็นปีที่ ๔๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการ
กระทรวงกลาโหม
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ
กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา ๒*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก. ๒๕๒๘/๑๒๐/๔พ/๕ กันยายน ๒๕๒๘]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกระทรวงกลาโหมและจะให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม การสั่งหรือการปฏิบัติ
ราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
กลาโหมมอบหมาย
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือมีแต่
ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมหลายคน
ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย
ว่าการกระทรวงกลาโหมคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรี
ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้ปลัดกระทรวงกลาโหม
มีอำนาจในการสั่ง การอนุญาต
การอนุมัติและการปฏิบัติราชการประจำแทนรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหมได้
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือการปฏิบัติ
หน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย
ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ๆ หรือมติของสภากลาโหม
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหมผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ผู้บัญชาการทหารบก
ผู้บัญชาการทหารเรือ
หรือผู้บัญชาการทหารอากาศทำการแทนในนามของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหมก็ได้
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานปลัดกระทรวง
กองบัญชาการทหารสูงสุดกองทัพ
บก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นนิติบุคคล
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๐ ในสภากลาโหม ให้
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
(๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน
(๓) ผู้ดำรงตำแหน่งในกระทรวงกลาโหมซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กำหนดเป็นเลขาธิการและรองเลขาธิการ
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมากกว่าหนึ่งคน ให้รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงกลาโหมออกคำสั่งแต่งตั้งให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็น
รองประธานคนที่หนึ่ง รองประธานคนที่สองและรองประธานคนที่สาม
ตามลำดับ
มาตรา ๖
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๐ ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
มาตรา ๒๐ ทวิ
สภากลาโหมมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราช
บัญญัตินี้
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๑
ในการดำเนินการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเรื่อง
ต่อไปนี้ ต้องเป็นไปตามมติของสภากลาโหม
(๑) นโยบายการทหารทั่วไป
(๒) นโยบายการระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือราชการทหาร
(๓) นโยบายการปกครองและการบังคับบัญชาภายในกระทรวงกลาโหม
(๔) การพิจารณางบประมาณการทหาร และการแบ่งสรรงบประมาณของ
กระทรวงกลาโหม
(๕) การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการทหาร
(๖) เรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา
๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙
มาตรา ๒๒
การประชุมสภากลาโหมให้เป็นไปตามคำสั่งของประธาน
สภากลาโหม หรือเมื่อสมาชิกสภากลาโหมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกสภากลาโหม
ทั้งหมดร้องขอให้มีการประชุม
องค์ประชุมสภากลาโหมแต่ละครั้งจะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า
ครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภากลาโหมทั้งหมด
ประธานสภากลาโหมเป็นประธานของที่ประชุม แต่ถ้าประธานสภากลาโหม
ไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานสภากลาโหมเป็นประธานของที่ประชุมแทน
โดยพิจารณาตาม
ลำดับที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๒๐
แต่ถ้าทั้งประธานสภากลาโหมและรองประธานสภา
กลาโหมไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้สมาชิกสภากลาโหมซึ่งอาวุโสสูงสุดตามระเบียบแบบแผนของ
กระทรวงกลาโหมทำหน้าที่ประธานของที่ประชุมแทนต่อไปตามลำดับ
มาตรา ๙
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๒ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
มาตรา ๒๒ ทวิ
มติของสภากลาโหมนั้น ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ใน
กระทรวงกลาโหมถือปฏิบัติ
มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๒๓ และมาตรา ๒๔ แห่ง พระราช
บัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๓
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยความเห็นชอบของ
สภากลาโหมมีอำนาจกำหนดพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งเป็นยุทธบริเวณและหรือเขตภายในได้
มาตรา ๒๔
เมื่อปรากฏว่าจะมีการรบหรือสถานะสงคราม หรือได้ประกาศ
ใช้กฎอัยการศึก
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยความเห็นชอบของสภากลาโหม มี
อำนาจกำหนดส่วนราชการในกระทรวงกลาโหมและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตลอดจนกำหนดอำนาจ
และหน้าที่ของส่วนราชการและเจ้าหน้าที่นั้น ๆ
ขึ้นใหม่ได้ตามความเหมาะสม
เมื่อหมดภาวะการรบหรือสถานะสงคราม หรือเลิกใช้กฎอัยการศึกแล้วแต่
กรณี
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยความเห็นชอบของสภากลาโหมพิจารณาสั่งเลิก
ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ
ที่ได้กำหนดและแต่งตั้งขึ้นตามความในมาตรานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไข
เพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเสียใหม่ให้เป็นไปตาม
หลักการบริหารและเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
พรพิมล/แก้ไข
๒๖ พ.ย ๒๕๔๔
A+B (C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).