พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัด วัดหมู่ห้าสามัคคี ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๔๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด วัดหมู่ห้าสามัคคี ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน
จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๐๔ สายป่าขนุน-
พิชัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ
ราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราช
กฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฏีกาโอนที่วัด วัดหมู่ห้า
สามัคคี ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๔๒"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัด วัดหมู่ห้าสามัคคี ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน จังหวัด
อุตรดิตถ์ เนื้อที่ ๓ งาน ๘๐ ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่
กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราช
กฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
+---------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมทางหลวงได้
ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๐๔ สายป่าขนุน -
พิชัย ตามที่ได้มีการกำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างไว้แล้วตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทาง
หลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดสายบ้านป่าขนุน - บ้านแก่ง - อำเภอพิชัย พ.ศ. ๒๕๒๔ เสร็จ
แล้ว และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม. ที่ ๓๐ + ๐๔๘ - กม. ที่ ๓๐ + ๑๗๘
(ด้านซ้ายทาง) ถูกที่วัด วัดหมู่ห้าสามัคคี ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ เนื้อที่ ๓
งาน ๘๐ ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๔๔๕ ซึ่งกรมทางหลวง
ได้ติดต่อกับกรมการศาสนาเพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง และกรมการศาสนาได้นำ
เสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง และวัดหมู่ห้าสามัคคีได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทาง
หลวงแล้ว สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[รก.๒๕๔๒/๘๖ก/๔/๒๒ กันยายน ๒๕๔๒] ปรียนันท์/แก้ไข
๒๘ / ๕ / ๔๕
กลุ่ม B +A
( C )
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).