กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต
และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ
และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ วรรคสอง มาตรา ๑๐
วรรคสองและมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัย
อำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑)
เป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด
และมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
(๒) มีทุนจดทะเบียนและทุนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่าห้าสิบล้านบาท
และต้องไม่ลดทุนจดทะเบียนให้เหลือน้อยกว่าห้าสิบล้านบาทตลอดเวลาที่ได้รับใบอนุญาต
(๓) ต้องมีหลักฐานของธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวงเงินสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับใช้ในการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท
ข้อ ๒
การยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗
ให้ยื่นคำขอต่อสำนักน้ำมันเชื้อเพลิง กรมทะเบียนการค้า
พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกินหกเดือน
เว้นแต่กรณี ที่ตรวจสอบการจดทะเบียนนิติบุคคลได้ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่กรมทะเบียนการค้าจัดทำขึ้น
(๒) งบการเงินของรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา (ถ้ามี)
(๓) หลักฐานตามข้อ ๑ (๓)
(๔)
รายละเอียดและสถานที่ตั้งสถานีบริการที่ผู้ขอเป็นผู้ดำเนินการเอง (ถ้ามี)
(๕) แบบขอความเห็นชอบปริมาณการค้าประจำปี
(๖) รายละเอียดของคลังและถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมเอกสารแสดงสิทธิและแผนที่ตั้งโดยสังเขป
(ถ้ามี)
(๗)
แผนการดำเนินงานที่แสดงถึงความสามารถในการเป็นผู้ค้ำน้ำมันตามมาตรา ๗
(๘) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
ข้อ ๓
ในการพิจารณาออกใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗
หากผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตยังไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตรัฐมนตรีอาจพิจารณาออกใบอนุญาตให้โดยกำหนดเงื่อนไขว่าผู้ได้รับใบอนุญาตต้องรีบจัดให้ตนมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงภายในระยะเวลาหนึ่งปี
ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้ผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถจัดให้ตนมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
และหากประสงค์จะขอขยาย
ระยะเวลา ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอขยายระยะเวลาก่อนครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
ในการนี้รัฐมนตรีอาจขยายระยะเวลาออกไปได้อีกสองครั้ง
ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี หากผู้ได้รับใบอนุญาตยังไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ให้ใบอนุญาตนั้นสิ้นผล และไม่ต้องคืนค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาต
ลักษณะและการติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์
ข้อ ๔
การยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๐ ให้ยื่นคำขอ ณ สถานที่ที่กำหนดในข้อ
๕ พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอจดทะเบียน
ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
(๒) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกินหกเดือน
ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล เว้นแต่กรณีที่ตรวจสอบการจดทะเบียนนิติบุคคลได้ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่กรมทะเบียนการค้าจัดทำขึ้น
(๓) รายละเอียดของคลังและถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมเอกสารแสดงสิทธิและแผนที่ตั้งโดยสังเขป
(ถ้ามี)
(๔) รายละเอียดและสถานที่ตั้งสถานีบริการที่ผู้ขอเป็นผู้ดำเนินการเอง
(ถ้ามี)
(๕) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
ข้อ ๕
การยื่นคำขอตามข้อ ๔ ให้ยื่น ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่สถานประกอบการหรือสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี
ให้ยื่น ณ สำนักน้ำมันเชื้อเพลิง กรมทะเบียนการค้า
(๒) ในกรณีที่สถานประกอบการหรือสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจาก
(๑) ให้ยื่น ณ สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัดนั้น
ข้อ ๖
การยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๑ ให้ยื่นคำขอ ณ สถานที่ที่กำหนดในข้อ
๗ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอจดทะเบียนและสำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานีบริการในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
(๒) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกินหกเดือน
ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล เว้นแต่กรณีที่ตรวจสอบการจดทะเบียนนิติบุคคลได้ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่กรมทะเบียนการค้าจัดทำขึ้น
(๓) เอกสารแสดงสิทธิในการใช้สถานที่เพื่อประกอบกิจการสถานีบริการ
(๔) เอกสารอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (ถ้ามี)
(๕) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
ข้อ ๗
การยื่นคำขอตามข้อ ๖ ให้ยื่นตามรายสถานีบริการ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่สถานีบริการตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ให้ยื่น ณ
สำนักน้ำมันเชื้อเพลิง กรมทะเบียนการค้า
(๒) ในกรณีที่สถานีบริการตั้งยู่ในจังหวัดอื่นนอกจาก (๑)
ให้ยื่น ณ สำนักงาน
ทะเบียนการค้าจังหวัดนั้น
ข้อ ๘
การขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบทะเบียนแทนฉบับเดิมที่ชำรุดให้ส่งคืนฉบับเดิมที่ชำรุด
หรือในกรณีเป็นการขอรับใบแทนเพราะเหตุสูญหาย ให้ยื่นหลักฐานการแจ้งความสูญหายด้วย
โดยให้ยื่นขอ ณ สถานที่ที่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอจดทะเบียน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๙
รัฐมนตรีหรืออธิบดี แล้วแต่กรณี
จะออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนให้แก่ผู้ยื่นคำขอได้ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระค่าธรรมเนียมถูกต้องครบถ้วนแล้ว
ข้อ ๑๐
คำขอรับใบอนุญาตและใบอนุญาตตามข้อ ๒ คำขอจดทะเบียนและใบทะเบียนตามข้อ ๔ และข้อ
๖ และใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบทะเบียนตามข้อ ๘
ให้เป็นไปตามแบบที่กรมทะเบียนการค้ากำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖ มาตรา ๗ วรรคสองมาตรา
๑๐ วรรคสอง และมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๓
บัญญัติให้การขออนุญาต การออกใบอนุญาต
และคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมัน รวมทั้งการขอจดทะเบียน และการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ปรับปรุง
๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๔๒ ก /หน้า ๒๔/๓ พฤษภาคม ๒๕๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).