กฎ ก
กฎ ก.ร.
ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๗
ตามที่ได้มีประกาศรัฐสภา เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๔ ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๔ และประกาศรัฐสภา เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ให้มีการปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเสียใหม่ โดยกำหนดให้มีผู้อำนวยการสำนักเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการภายในสำนักแต่เนื่องจากกฎ ก.ร. ที่เกี่ยวกับการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นกรรมการเกี่ยวกับการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการไว้ด้วย นอกจากนั้น เห็นควรมีการปรับปรุงจำนวนของคณะกรรมการประเมินผลฯ เพิ่มขึ้นกว่าเดิมรวมทั้งกำหนดแบบคำสั่งให้ออกจากราชการ กรณีผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่ำกว่าเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนด โดยระบุเหตุผลแห่งการให้ออกจากราชการไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ก.ร. ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ (๓) และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ก.ร. ออกกฎ ก.ร. ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ร. นี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎ ก.ร. ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ข้อ ๓ ในกฎ ก.ร. นี้
ผู้บังคับบัญชา หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนัก หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนัก
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ส่วนราชการ หมายความว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามมาตรา ๖ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๔ ภายใต้บังคับข้อ ๑๓ (๒) ให้ผู้ได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเวลาหกเดือนนับแต่วันเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นต้นไป
ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการในเรื่องการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างจริงจังมีความเที่ยงธรรมและได้มาตรฐานในอันที่จะให้การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นกระบวนการเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อ ๕ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดกำหนดรายการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามความเหมาะสม แต่อย่างน้อยต้องประกอบด้วยความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ความสามารถในการปฏิบัติงาน ปริมาณงาน คุณภาพของงาน ความอุตสาหะ ความรับผิดชอบ ความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น ความสนใจที่จะพัฒนาตนเอง คุณธรรมและจริยธรรม การปฏิบัติตนตามกรอบของจรรยาบรรณ และการรักษาวินัย
วิธีการประเมินและมาตรฐานหรือเกณฑ์การประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามแบบที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดกำหนด แล้วรายงานให้ ก.ร. ทราบ
ข้อ ๖ ให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลและพัฒนาการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและมอบหมายงานให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการปฏิบัติ และแจ้งให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการทราบอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงาน การประพฤติตน รายการประเมิน วิธีการประเมินและมาตรฐานหรือเกณฑ์การประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ข้อ ๗ ให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการทำรายงานการปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนตามที่ได้รับมอบหมายเสนอผู้บังคับบัญชาตามแบบและวิธีการที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดกำหนด
ข้อ ๘ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอีกไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งอย่างน้อยต้องแต่งตั้งจากผู้บังคับบัญชาหนึ่งคน และข้าราชการผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการอีกหนึ่งคน
ในคณะกรรมการนี้ ให้บุคลากรจากสำนักบริหารงานกลางเป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการทำหน้าที่ประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามรายการประเมิน วิธีการประเมิน และมาตรฐาน หรือเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ทำการประเมินสองครั้งโดยประเมินครั้งแรกเมื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมาแล้วเป็นเวลาสามเดือน และประเมินครั้งที่สอง เมื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบหกเดือน เว้นแต่คณะกรรมการไม่อาจประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในแต่ละครั้งได้อย่างชัดแจ้ง เนื่องจากผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ลาคลอดบุตร ลาป่วย ซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือลาเข้ารับการตรวจเลือก หรือเข้ารับการเตรียมพล คณะกรรมการจะประเมินผลรวมเมื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบหกเดือนแล้วก็ได้
ในกรณีที่มีการขยายระยะเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามข้อ ๑๓ (๒) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ขยายแล้วให้ประเมินอีกครั้งหนึ่ง
ข้อ ๑๐ ผลการประเมินของคณะกรรมการให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก กรรมการที่ไม่เห็นด้วยอาจทำความเห็นแย้งรวมไว้ก็ได้
ข้อ ๑๑ เมื่อคณะกรรมการได้ดำเนินการตามข้อ ๙ แล้ว ให้ประธานกรรมการรายงานผลการประเมินต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามแบบหมายเลข ๑ ท้ายกฎ ก.ร. ดังนี้
(๑) ในกรณีที่ผลการประเมินไม่ต่ำกว่าเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ให้รายงานเมื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบหกเดือน หรือเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ขยายตามข้อ ๑๓ (๒) แล้ว
(๒) ในกรณีที่ผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ให้รายงานเมื่อเสร็จสิ้นการประเมินแต่ละครั้ง
ข้อ ๑๒ เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุได้รับรายงานตามข้อ ๑๑ (๑) แล้ว ให้ประกาศว่า ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้นเป็นผู้ผ่านการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการพร้อมแจ้งให้ผู้นั้นทราบและรายงานตามแบบหมายเลข ๒ ท้ายกฎ ก.ร. นี้ ไปยัง ก.ร. ภายในห้าวันทำการนับแต่วันประกาศ
ข้อ ๑๓ เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุได้รับรายงานตามข้อ ๑๑ (๒) ให้ดำเนินการ ดังนี้
(๑) ในกรณีที่เห็นควรให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการออกจากราชการให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแสดงความเห็นในแบบหมายเลข ๑ ท้ายกฎ ก.ร. นี้ และมีคำสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงานพร้อมกับแจ้งให้ผู้นั้นทราบ และส่งสำเนาคำสั่งให้ออก ไปยัง ก.ร. ภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่มีคำสั่ง
(๒) ในกรณีที่เห็นควรให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปจนครบหกเดือน หรือควรขยายเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปอีกระยะหนึ่งเป็นเวลาสามเดือน แล้วแต่กรณีให้แสดงความเห็นในแบบหมายเลข ๑ ท้ายกฎ ก.ร. นี้ แล้วแจ้งให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผู้บังคับบัญชา และคณะกรรมการทราบ เพื่อทำการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป
ในกรณีที่ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการจนสิ้นสุดระยะเวลาที่ขยายแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุได้รับรายงานว่า ผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของผู้นั้นยังต่ำกว่าเกณฑ์หรือมาตรฐานอีก ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุมีคำสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ โดยนำความใน (๑) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำสั่งให้ออกจากราชการตามข้อนี้ ให้ระบุเหตุผลแห่งการให้ออกจากราชการไว้ด้วยตามแบบที่แนบท้ายกฎ ก.ร. นี้
ข้อ ๑๔ การนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นเดือนตามกฎ ก.ร. นี้ ให้นับวันที่ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่ได้มาปฏิบัติงานรวมเป็นเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยและให้นับวันเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการวันแรกเป็นวันเริ่มต้น และนับวันก่อนหน้าจะถึงวันที่ตรงกับวันเริ่มต้นนั้นของเดือนสุดท้ายแห่งระยะเวลาเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลา ถ้าไม่มีวันตรงกันในเดือนสุดท้ายให้ถือเอาวันสุดท้ายของเดือนนั้นเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลา
ข้อ ๑๕ ข้าราชการรัฐสภาสามัญซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นตามวุฒิ ย้าย โอน หรือออกจากราชการไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้วได้รับบรรจุกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญอีก ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนี้
(๑) กรณีได้รับแต่งตั้งในระดับสูงขึ้นในสายงานเดิม ตามวุฒิที่ได้รับเพิ่มขึ้นหรือสูงขึ้น ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อเนื่องไปกับตำแหน่งเดิม ถ้าได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงขึ้นในต่างสายงานให้เริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการใหม่
(๒) กรณีย้ายไปดำรงตำแหน่งในสายงานเดิม ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อเนื่องกับตำแหน่งเดิม ถ้าย้ายไปดำรงตำแหน่งในต่างสายงานให้เริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการใหม่
(๓) กรณีออกจากราชการไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารเมื่อได้รับบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา ๔๑ แล้ว ไม่ว่าในสายงานเดิมหรือต่างสายงาน ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อเนื่องกับตำแหน่งเดิม
ข้อ ๑๖ ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎ ก.ร. ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในวันที่กฎ ก.ร. ฉบับนี้ใช้บังคับให้ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎ ก.ร. ฉบับดังกล่าวต่อไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
อุทัย พิมพ์ใจชน
ประธานรัฐสภา
ประธาน ก.ร.
แบบหมายเลข 1
แบบรายงานผลการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบหมายเลข 2
แบบรายงาน ก.ร.
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบคำสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการเพราะผลการทดลอง
ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่ำกว่าเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนด
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
พรพิมล/พิมพ์
๒ กรกฎาคม ๒๕๔๗
ทรงยศ/ศุภสรณ์/ตรวจ
๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๗
A+B
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๓๓ ก/หน้า ๑๘/๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).