พระราชบัญญัติ
ควบคุมยุทธภัณฑ์
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๖๒
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เป็นปีที่
๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
เพื่อกำหนดให้มีมาตรการควบคุมยานพาหนะซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร
รวมทั้งเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่อาจได้รับอันตรายที่เกิดจากยุทธภัณฑ์ดังกล่าว
ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา
๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า ยุทธภัณฑ์
ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ยุทธภัณฑ์
หมายความว่า อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ ยานพาหนะ
หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา
๗
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความใน (๔) และ (๕)
ของมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๔)
ยานพาหนะและยุทธภัณฑ์ประจำยานพาหนะที่ใช้เพื่อการรบของต่างประเทศ
ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยทางราชการ
(๕) อาวุธซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน
มีไว้ในครอบครองโดยได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานผลิตอาวุธของเอกชน
มาตรา ๕
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา
๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
ถ้ายุทธภัณฑ์หรืออาวุธตามมาตรานี้ใช้พลังงานนิวเคลียร์
หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ต้องแจ้งให้ปลัดกระทรวงกลาโหมทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๗ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดว่า
อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์
ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ชนิดใดเป็นยุทธภัณฑ์
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า
คณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์
ประกอบด้วย
(๑)
ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกรรมการ
(๒) รองปลัดกระทรวงกลาโหมที่ปลัดกระทรวงกลาโหมมอบหมาย
เป็นรองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสิบเจ็ดคน ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม
เจ้ากรมเสมียนตรา เจ้ากรมพระธรรมนูญ ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหาร เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ
เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ
ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย
ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข
และผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านยุทธภัณฑ์ การพลังงานทหาร และการป้องกันประเทศ
หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน จำนวนไม่เกินสี่คน
ให้เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร
ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็นกรรมการและเลขานุการ
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตาม
(๑) (๒) หรือ (๓) ตำแหน่งใด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
มาตรา ๘
ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง
หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
มาตรา ๙
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา
๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๑๐
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา
๑๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพ้นจากตำแหน่ง
ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
มาตรา ๑๑
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา
๑๑ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๒
ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๒
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๑)
ให้คำวินิจฉัยชี้ขาดแก่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจว่าอาวุธ
เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์
ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ใดเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่
มาตรา ๑๓
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๕/๑
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
มาตรา ๒๕/๑ ยานพาหนะตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๗ ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร
เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะจะต้องได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา
๔๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
๑๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๕/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตตามมาตรา ๑๕ วรรคสอง หรือมาตรา ๒๕/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ยุทธภัณฑ์หรืออาวุธตามมาตรา
๖ ที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ถ้ายุทธภัณฑ์หรืออาวุธนั้นใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
ต้องแจ้งให้ปลัดกระทรวงกลาโหมทราบเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายที่เกิดจากยุทธภัณฑ์หรืออาวุธนั้น
และกำหนดให้ยานพาหนะซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ไม่ได้รับการยกเว้นตามพระราชบัญญัตินี้ที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร
เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะจะต้องได้รับใบอนุญาตโดยกำหนดบทกำหนดโทษกรณีที่มีการกระทำดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต
รวมทั้งแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ตลอดจนแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการประชุมของคณะกรรมการดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พิมพ์มาดา/จัดทำ
๑
พฤษภาคม ๒๕๖๒
พจนา/ตรวจ
๒
พฤษภาคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๓๙/๓๐ เมษายน
๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).