กฎกระทรวง
กำหนดประเภทของสถานบริการและการดำเนินการของสถานบริการ
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
พ.ศ.
๒๕๖๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง
และมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ สถานบริการมีสองประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) สถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์
(๒) สถานบริการที่ไม่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์
ข้อ ๓ สถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๒ (๑) ต้องจัดให้มีการให้บริการแก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น ดังต่อไปนี้
(๑) การให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๖
(๒) การให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามข้อ
๗
(๓) การให้คำปรึกษาตามข้อ ๘
(๔) การให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๑๐
(๕) การให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๑๑ ตามความพร้อมและความสามารถในการให้บริการของสถานบริการนั้น
ในกรณีที่สถานบริการตามวรรคหนึ่งมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ
๑๐ ได้ ให้สถานบริการดังกล่าวส่งต่อไปยังสถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ซึ่งมีความพร้อม
ในกรณีที่สถานบริการตามวรรคหนึ่งจัดให้มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๑๑แต่ไม่มีความพร้อมและความสามารถในการให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างหนึ่งอย่างใด
ให้สถานบริการดังกล่าวส่งต่อไปยังสถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ซึ่งมีบุคลากรและอุปกรณ์ที่พร้อมสำหรับการให้บริการนั้น
ๆ
นอกจากการจัดให้มีบริการตามวรรคหนึ่ง
วรรคสอง และวรรคสามแล้ว ให้สถานบริการตามวรรคหนึ่งดำเนินการให้ผู้รับบริการได้รับการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม
เพื่อให้ผู้รับบริการดังกล่าวได้รับการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเหมาะสมต่อไป
ข้อ ๔ สถานบริการที่ไม่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๒ (๒) อาจจัดให้มีการให้บริการแก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น ดังต่อไปนี้
(๑) การให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๖
(๒) การให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามข้อ
๗
(๓) การให้คำปรึกษาตามข้อ ๘
ในกรณีที่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นมีความประสงค์ขอรับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้สถานบริการตามวรรคหนึ่งให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือเพื่อให้ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นดังกล่าวได้รับบริการในสถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์
ทั้งนี้ สถานบริการดังกล่าวอาจประสานความร่วมมือกับราชการส่วนท้องถิ่น
องค์กร หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้วยก็ได้
ข้อ ๕ ในกรณีที่มีผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นถูกส่งต่อมาจากสถานศึกษาหรือสถานประกอบกิจการเพื่อขอรับบริการเกี่ยวกับคำปรึกษาหรือบริการอนามัยการเจริญพันธุ์
ให้สถานบริการตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) ดำเนินการตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี
หมวด
๑
การให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้
ข้อ ๖ ให้สถานบริการจัดให้มีบริการข้อมูลข่าวสารและความรู้ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์แก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการอย่างครบถ้วน
และเพียงพอต่อการดูแล ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น รวมทั้งต่อการตัดสินใจใช้บริการต่าง
ๆ
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง สถานบริการอาจประสานความร่วมมือกับราชการส่วนท้องถิ่น
องค์กร หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความรู้ได้อย่างสะดวกด้วยก็ได้
ข้อ ๗ ให้สถานบริการจัดให้มีบริการข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น
ดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิของวัยรุ่นตามมาตรา ๕
(๒) เพศวิถีศึกษา
(๓) การดูแลสุขภาพอนามัยสำหรับวัยรุ่น
(๔) การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
(๕) การคุมกำเนิด
(๖) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
(๗) การติดเชื้อเอชไอวีหรือการเป็นโรคเอดส์
(๘) ข้อมูลข่าวสารและความรู้อื่นที่จำเป็น
หมวด
๒
การให้คำปรึกษา
ข้อ ๘ ให้สถานบริการจัดให้มีบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น
ดังต่อไปนี้
(๑) ผลกระทบด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมที่เกิดจากการตั้งครรภ์
(๒) การป้องกันการตั้งครรภ์
(๓) การดูแลสุขภาพอนามัยในระหว่างตั้งครรภ์
(๔) การตรวจหาเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
ๆ
(๕) การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ที่เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๖) การส่งต่อไปยังสถานบริการอื่น
(๗) คำปรึกษาอื่นที่จำเป็น
การจัดให้มีบริการให้คำปรึกษาตามวรรคหนึ่ง
สถานบริการอาจประสานความร่วมมือกับราชการส่วนท้องถิ่น องค์กร หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความพร้อมในการให้คำปรึกษาเพื่อร่วมดำเนินการด้วยก็ได้
ข้อ ๙ การจัดให้มีบริการให้คำปรึกษาตามข้อ ๘ ผู้ให้บริการต้องไม่โน้มน้าวให้ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นตัดสินใจตามความเห็นของผู้ให้บริการ
โดยการให้คำปรึกษาต้องอยู่ในสถานที่ที่มีความเป็นส่วนตัวและเป็นสัดส่วน ทั้งนี้ ต้องไม่มีการบันทึกเสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
หรือดำเนินการอื่นใดในทำนองเดียวกัน
ในกรณีที่มีการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาตามวรรคหนึ่ง
ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บข้อมูลที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้อื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้รับบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
หรือเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการส่งต่อเพื่อรับบริการที่เกี่ยวข้องกับผลการปรึกษา
หมวด
๓
การให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์
ข้อ ๑๐ ให้สถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์จัดให้มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ได้มาตรฐานแก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น
ดังต่อไปนี้
(๑) การจัดให้มียา เวชภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการป้องกันและควบคุมโรคที่เกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์
และการคุมกำเนิดอย่างเพียงพอ เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของวัยรุ่น
(๒) การคุมกำเนิดตามศักยภาพของสถานบริการนั้น
ๆ
(๓) การทดสอบการตั้งครรภ์
(๔) การดูแลรักษาเบื้องต้นสำหรับผู้ที่แท้งบุตร
(๕) การดูแลสุขภาพอนามัยในระหว่างตั้งครรภ์และการรับฝากครรภ์
(๖) การตรวจหลังคลอด การให้คำแนะนำการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา
และการให้บริการคุมกำเนิดหลังคลอดที่เหมาะสม
(๗) การดูแลสุขภาพอนามัยของมารดาและบุตรหลังคลอด
(๘) การให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
ให้สถานบริการตามวรรคหนึ่งตรวจสอบและแจ้งขอบเขตแห่งสิทธิรับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ของผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น
เพื่อให้ผู้รับบริการได้ทราบถึงค่าใช้จ่ายและสิทธิของตน
ในการจัดบริการตามวรรคหนึ่ง สถานบริการอาจประสานความร่วมมือกับราชการส่วนท้องถิ่น
องค์กร หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการนั้นเพื่อร่วมดำเนินการด้วยก็ได้
ข้อ ๑๑ นอกจากการจัดให้มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๑๐ สถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์อาจจัดให้มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์แก่ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่น
ดังต่อไปนี้
(๑) การตรวจหาเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
ๆ
(๒) การตรวจรักษาและให้คำแนะนำผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ
(๓) การรับฝากครรภ์เสี่ยงสูง และการดูแลการคลอดและหลังคลอด
(๔) การดูแลผู้มีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์
การคลอด และหลังคลอดทั้งมารดาและบุตร
(๕) การรับฝากครรภ์ผู้รับบริการที่ติดเชื้อเอชไอวี
และการดูแลการคลอดและหลังคลอด รวมทั้งการดูแลให้ผู้รับบริการดังกล่าวได้รับยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากมารดาสู่บุตร
(๖) การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ที่เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๗) การให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกาหนด
ข้อ ๑๒ การบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ในหมวดนี้ ให้เป็นไปตามสิทธิตัดสินใจด้วยตนเองของวัยรุ่น
ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเองในการรับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ในกรณีที่ผู้รับบริการตัดสินใจรับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ให้ผู้รับบริการดังกล่าวให้ความยินยอมด้วยวาจาหรือทำเป็นลายลักษณ์อักษร
หากมีการให้ความยินยอมด้วยวาจา ให้ผู้ให้บริกำรบันทึกความยินยอมนั้นไว้ในเวชระเบียน
ผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุไม่ถึงสิบห้าปีมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเองในการรับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามข้อ
๑๐ และข้อ ๑๑ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๑๑ (๖)
ข้อ ๑๓ ในการให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์ สถานบริการที่มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ต้องรักษาความลับของผู้รับบริการซึ่งเป็นวัยรุ่นโดยไม่เปิดเผยข้อมูลแก่ผู้อื่น
เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้รับบริการให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
(๒) เพื่อประโยชน์ในการส่งต่อ
(๓) อาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ ความปลอดภัย
หรือสวัสดิภาพของผู้รับบริการ
(๔) ผู้รับบริการถูกทำร้ายหรือล่วงละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจ
(๕) เป็นคำสั่งศาล
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ปิยะสกล
สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗ แห่งพระรำชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้สถานบริการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
โดยการกำหนดประเภทของสถานบริการและการดำเนินการของสถานบริการแต่ละประเภทให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริญสินีย์/จัดทำ
๑๓
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๔/๒๕ มกราคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).