法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย เรื่อง การควบคุมการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย

เรื่อง การควบคุมการขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๕๓[๑]

โดยที่เป็นการเห็นสมควรออกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย ว่าด้วยการควบคุมการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๓

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๗ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ องค์การบริหารส่วนตำบลประทายโดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลประทายและนายอำเภอประทายจึงออกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทายไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย เรื่อง การควบคุมการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลประทายนับแต่วันที่ได้ประกาศใช้เป็นข้อบัญญัติตำบล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ระเบียบ และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้ในข้อบัญญัตินี้ ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการขุดดินและถมดิน ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้

“ที่สาธารณะ” หมายความว่า ที่ซึ่งเปิด หรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไป หรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเก็บค่าตอบแทนหรือไม่

“ดิน” หมายความรวมถึง หิน กรวด ดินทราย และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน

“พื้นดิน” หมายความว่า พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ

“ขุดดิน” หมายความว่า กระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน

“บ่อดิน” หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุดดิน

“ถมดิน” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อดิน หรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม

“เนินดิน” หมายความว่า ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน

“อาคาร” หมายความว่า ตึก เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงาน และสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง

(๑) อัฒจันทร์ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเพื่อให้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน

(๒) เขื่อน สะพาน อุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอดเรือ รั้ว กำแพง หรือประตูที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นให้บุคคลทั่วไปใช้สอย

(๓) ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย

“แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินที่จะทำการขุดดินหรือถมดิน รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง

“รายการ” หมายความว่า ข้อความชี้แจงละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน หรือความสูงของเนินดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน ระยะห่างจากขอบบ่อดิน หรือเนินดินถึงที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างและวิธีการในการขุดดิน หรือถมดิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้

(๑) ห้ามขุดดินหรือถมดินบริเวณ ดังต่อไปนี้

ก. ที่สาธารณะ ที่ดินของรัฐ หรือที่ดินต่างเจ้าของ หรือที่ดินซึ่งมีกรณีพิพาท

ข. คู คลอง หนอง บึง เหมือง สระ ซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์

(๒) ห้ามถมดิน โดยมีพื้นที่ของเนินดินสูงเกิน ๕๐ เซนติเมตร จากถนนมาตรฐานเดิม

(๓) วิธีการให้ความคุ้มครองและความปลอดภัยแก่คนงาน และบุคคลภายนอก

ก. ผู้ดำเนินการต้องติดป้ายเตือนอันตราย แสดงขอบเขต หรือราวกั้นรอบบริเวณนั้น รวมทั้งติดตั้งไฟให้มีแสงสว่างเพียงพอ หรือไฟสัญญาณสีแดงกะพริบเตือนอันตรายจำนวนพอสมควรในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้นด้วย

ข. ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีสิ่งกันตก หรือสิ่งปกคลุมป้องกันเศษดิน หรือวัสดุร่วงหล่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินจากยานพาหนะใดที่บรรทุก รวมถึงการจัดเก็บ ทำความสะอาดสิ่งที่ร่วงหล่น

ค. เมื่อมีการขุดดิน หรือถมดินในบริเวณที่ใกล้หรือติดต่อกับที่สาธารณะ ห้ามผู้ดำเนินการกองดินบนที่สาธารณะและขุดเซาะดินล้ำเขตที่สาธารณะนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ง. เมื่อมีการขุดดินในบริเวณที่ใกล้หรือชิดอาคาร ถนน หรือกำแพง ลึกจนอาจเป็นอันตรายแก่อาคาร ถนน หรือกำแพงนั้น ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีค้ำยัน เข็มพืด หรือฐานรากเสริม ตามความจำเป็นเพื่อความปลอดภัย และต้องตรวจสอบแก้ไขค้ำยัน เข็มพืด และฐานรากดังกล่าวให้มีสภาพมั่นคงและปลอดภัยอยู่เสมอ

จ. กองวัสดุ เช่น หิน ทราย หรือดิน เป็นต้น ในบริเวณที่ใกล้หรือชิดขอบบ่อที่ขุดผู้ดำเนินการต้องกองห่างจากขอบบ่อพอสมควร เพื่อป้องกันมิให้ผนังบ่อเสียหาย และมิให้วัสดุร่วงหล่นที่จะเป็นอันตรายแก่ผู้ขุดได้

ฉ. กรณีเกิดมีฝุ่นละออง จัดให้มีรถน้ำสำหรับทำการฉีดพ่นฝุ่นละออง เพื่อป้องกันมิให้ฝุ่นปลิว ฟุ้งกระจายเข้าภายในอาคาร ที่อยู่อาศัย และอื่น ๆ

ทั้งนี้ ตามข้อ (๑) เว้นแต่องค์การบริหารส่วนตำบลประทายเข้าดำเนินการ แต่หากหน่วยงานอื่นของรัฐเข้าดำเนินการ ต้องแจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลประทายทราบก่อนเข้าดำเนินการ

การขุดดิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร หรือมีความลึก หรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูล ดังต่อไปนี้

(๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน

(๒) แผนผังแสดงเขตที่ดิน และที่ดินบริเวณข้างเคียง

(๓) รายการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งออก ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

(๔) วิธีการขุดดินและการขนดิน

(๕) ระยะเวลาทำการขุดดิน

(๖) ชื่อผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๗) ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง

(๘) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน

(๙) เอกสารและรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในข้อ ๖ โดยถูกต้องแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้ง ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้แจ้งเริ่มต้นทำการขุดดินตามที่ได้แจ้งไว้ได้ ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง

กรณีดำเนินการไม่เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่ขอดำเนินการ ให้ผู้แจ้งต้องดำเนินการขอต่อใบอนุญาตซึ่งออกได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๑๕ วัน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ถ้าการแจ้งตามข้อ ๖ เป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวัน นับตั้งแต่วันที่มีการแจ้งตามข้อ ๖ ถ้าผู้แจ้งไม่แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ผู้แจ้งได้รับแจ้งให้แก้ไขจากพนักงานท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งตามข้อ ๖ เป็นอันสิ้นผล

ถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายในสามวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง

ผู้ได้รับใบรับแจ้ง ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลประทายกำหนด

ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าค้ำประกันสัญญากันความชำรุด บกพร่องของสิ่งก่อสร้างตามข้อ ๘ วรรคสาม ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลประทาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในระหว่างการขุดดิน ผู้ขุดดินต้องเก็บใบรับแจ้ง แผนผัง บริเวณและรายการไว้ที่สถานที่ขุดดินหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ถ้าใบรับแจ้งชำระสูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ขอรับใบแทนใบรับแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องทำการขุดดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๑ และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้าง หรือซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้าง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การได้รับใบแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๖ และข้อ ๘ ไม่เป็นเหตุคุ้มครองการขุดดินที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม ผู้ขุดดินไม่ว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทน ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เว้นแต่จะมีเหตุที่ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นที่ดินไม่เกินสามเมตร เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อลึกของที่จะขุดดิน ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ

การถมดิน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อเกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียง หรือบุคคลอื่น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ พื้นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามข้อ ๑๖ ต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามข้อ ๑๖ นอกจากจะต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามข้อ ๑๖ ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๘ โดยถูกต้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้ง ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นทำการถมดินตามที่ได้แจ้งไว้ได้ ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งให้นำบทบัญญัติข้อ ๘ และข้อ ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ต้องทำการถมดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงซึ่งออก ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๒๐ และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทน ซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดินอันไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๑ ข้อ ๑๕ หรือข้อ ๒๐ มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้

เมื่อได้รับคำร้องขอ ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานที่ขุดดินหรือถมดิน และรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้น หรืออาจเกิดขึ้นจากการขุดดินหรือถมดินนั้น ให้มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดิน หรือถมดินนั้นได้ตามที่เห็นสมควร

เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อนี้ ให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินตามข้อ ๖ หรือการถมดิน ตามข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ ว่าได้ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้หรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือตัวแทนหรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่า การขุดดิน หรือการถมดิน ได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าหน้าที่ รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดินหรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกัน หรือระงับความเสียหายนั้นได้

ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้ แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าว ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้ถือว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีหนังสือสั่งภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอันสิ้นผล

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในการปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามข้อ ๒๒ วรรคสอง หรือข้อ ๒๔ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ยื่นคำขอทุเลาพร้อมอุทธรณ์ในกรณีเช่นนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือคณะกรรมการจะอนุญาตให้ทุเลา โดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้หรือจะสั่งให้วางเงินหรือหลักทรัพย์ประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็ได้

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี พิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ใดทำการขุดดินตามข้อ ๖ หรือทำการถมดินตามข้อ ๑๘ โดยไม่ได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๗ หรือข้อ ๑๙ แล้วแต่กรณี มีความผิดตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง เกิดขึ้นในบริเวณห้ามขุดดินหรือถมดินตามข้อ ๖ (๑) ผู้นั้นต้องมีความผิด ตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๑ หรือข้อ ๒๐ มีความผิด ตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง มีความผิด ตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ใดขัดขวาง หรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามข้อ ๒๓ มีความผิด ตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้หยุดการขุดดินหรือการถมดิน ตามข้อ ๒๒ วรรคสอง หรือข้อ ๒๔ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น มีความผิด ตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินตามข้อ ๒๒ วรรคสอง หรือข้อ ๒๔ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น มีความผิด ตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้ นอกจากข้อ ๒๘ วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือนิติบุคคลอื่น กระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้น ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า การกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ชิด หรือติดต่อกับที่ดินที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำความผิดนั้น เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๙ บรรดาข้อบัญญัติ ระเบียบและคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่มิได้ตราไว้ในข้อบัญญัตินี้ให้บังคับเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ๓๐ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประทายเป็นผู้รักษาการให้เป็นตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทายนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ธนเสฎฐ์ เรืองกิจวัฒน์

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. อัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

๒. ใบแจ้งการขุดดินหรือถมดิน ข้อบัญญัติการขุดดินและถมดิน องค์การบริหารส่วนตำบลประทาย พ.ศ. ๒๕๕๓ (แบบ ขถด.๑)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/จัดทำ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓

รชณัฐ/ปรับปรุง

๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๕๔ ง/หน้า ๓๑๘/๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลประทาย เรื่อง การควบคุมการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b4aae0652c5d98e5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com