มาตรา ๗๐
ผู้ใดประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบโดยไม่ได้เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งให้เพิกถอนใบทะเบียนตามมาตรา
๕๘ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท
และในกรณีที่มีการทำสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบไว้แล้ว
ให้ปรับอีกเป็นรายสัญญาในอัตราสัญญาละห้าหมื่นบาท
เพื่อประโยชน์แก่คู่สัญญาหรือผู้รับตราส่ง
ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องมีสิทธิปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวที่ได้ทำไว้แล้วต่อไปจนแล้วเสร็จ
มาตรา ๗๑
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๓ หรือมาตรา
๔๗ วรรคสอง หรือฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการประกอบการตามมาตรา ๕๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท
และปรับอีกวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
มาตรา ๗๒
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา ๔๑ วรรคห้า มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง มาตรา
๔๕ วรรคห้า หรือมาตรา ๔๘ วรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท
มาตรา ๗๓
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๒ หรือมาตรา
๕๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา ๗๔
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๐ หรือมาตรา
๖๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๗๕
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา
๕๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๗๖
ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๗๗[๒] ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามมาตรา
๗๐ หรือมาตรา ๗๑ เป็นนิติบุคคล
ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ
หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด
ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
มาตรา ๗๘
เมื่อผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องที่กระทำความผิดตามมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ มาตรา
๗๔ มาตรา ๗๕ หรือมาตรา ๗๖
ได้ชำระค่าปรับในอัตราสูงสุดสำหรับความผิดนั้นแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันแล้ว
ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๗๙
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องซึ่งประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
หากประสงค์จะประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบต่อไป
ให้ดำเนินการขอจดทะเบียนหรือจดแจ้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อได้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้นั้นประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบต่อไปได้จนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้จดทะเบียนหรือจดแจ้ง
มาตรา ๘๐
พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่ทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท
ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม
(๑)
ใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
(๒) ใบจดแจ้ง ฉบับละ ๘,๐๐๐ บาท
(๓)
ใบทะเบียนการเป็นตัวแทน ฉบับละ ๘,๐๐๐ บาท
(๔)
ใบอนุญาตตั้งสาขาของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง
จดทะเบียนตามมาตรา
๓๙ (๑) ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
(๕) ใบแทนใบทะเบียน
(ก)
ใบแทนใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(ข) ใบแทนใบจดแจ้ง ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(ค)
ใบแทนใบทะเบียนการเป็นตัวแทน ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๖) คำขอจดทะเบียน ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๗) คำขอจดแจ้ง ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๘) คำขอตั้งตัวแทน ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๙)
คำขอต่ออายุใบทะเบียน ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๑๐)
คำขออนุญาตตั้งสาขาของผู้ประกอบการ
ขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา
๓๙ (๑) ฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๑๑) คำขออื่น ๆ ฉบับละ ๒๐๐ บาท
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รูปแบบของการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศได้พัฒนาไปจากเดิมที่มีลักษณะเป็นการให้บริการขนส่งสินค้าจากท่าเรือถึงท่าเรือ
หรือจากท่าอากาศยานถึงท่าอากาศยานจนสามารถขยายบริการเป็นลักษณะจากจุดรับมอบสินค้าที่ต้นทางจนถึงจุดส่งมอบสินค้าที่ปลายทางมีรูปแบบหรือยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งมากกว่าหนึ่งรูปแบบหรือหนึ่งประเภท
ภายใต้สัญญาขนส่งเพียงฉบับเดียว
ฉะนั้น
จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในการอนุญาตและหลักเกณฑ์ในการประกอบกิจการเพื่อรองรับการบริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบดังกล่าว
และเพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่การดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐[๓]
มาตรา
๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).