รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. 2553

ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. 2553

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 24 ส.ค. 2553 (2010-08-24) · 23 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๕๓[๑] โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสารหลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๔๘ ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๕๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสารหลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๕๓”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก ๓.๑ ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๔๘ ๓.๒ คำสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ ๔๒๘/๒๕๕๑ เรื่อง มอบอำนาจหน้าที่และแต่งตั้งนายทะเบียนการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว สั่ง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งอื่นใดที่ขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ “รองอธิบดี” หมายความว่า รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ “เอกสาร” หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่นที่จัดทำขึ้นเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง “หลักฐาน” หมายความว่า สิ่งใด ๆ ที่จัดให้มีขึ้น เพื่อรับรองหรือสนับสนุนการอำพรางสถานภาพที่แท้จริง “อำพรางสถานภาพที่แท้จริง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อปกปิดความจริงเกี่ยวกับบุคคลเอกสาร หลักฐาน และการกระทำหรือเพื่อให้เห็นเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ บททั่วไป

หมวด ๑

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ การปฏิบัติตามข้อบังคับนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ของครอบครัว รวมถึงความเป็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลผู้แฝงตัว จึงให้การดำเนินการทุกขั้นตอนตามข้อบังคับนี้ เป็นเรื่องที่มีชั้นความลับ ข้าราชการและลูกจ้างกรมสอบสวนคดีพิเศษผู้ใด เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ บุคคล เอกสาร หรือหลักฐาน หรือวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการตามข้อบังคับนี้ อันอาจเกิดความเสียหายตามวรรคแรก ให้ถือเป็นความผิดทางวินัยและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ การจัดทำเอกสารหรือหลักฐานใดขึ้น หรือการให้บุคคลใด ๆ เข้าไปแฝงตัวในองค์กร หรือกลุ่มคนใด จะกระทำได้ในกรณีจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ การจัดทำเอกสาร หลักฐาน

หมวด ๒

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ การอนุมัติให้บุคคลจัดทำเอกสาร หลักฐานใดขึ้นเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงให้เป็นอำนาจของอธิบดี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ ให้ผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง ใช้ประโยชน์เอกสาร หลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงเฉพาะในการปฏิบัติภารกิจ หรือหน้าที่ตามคำสั่งเท่านั้น

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ การจัดทำเอกสารหลักฐานใด เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง ให้ผู้ได้รับการอนุมัติตามข้อ ๘ รับผิดชอบดำเนินการเอง หรือร่วมกับ หรือมอบหมายให้สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบพิจารณาดำเนินการ การแฝงตัว

หมวด ๓

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ การอนุมัติให้บุคคลใด เข้าไปแฝงตัวในองค์กรหรือกลุ่มคนใด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้เป็นอำนาจของอธิบดี รองอธิบดีผู้บัญชาการสำนัก หรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเชี่ยวชาญ (๙) ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือให้เป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่สืบสวน

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ บุคคลที่ได้รับอนุมัติต้องปฏิบัติภารกิจ หรือหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายและข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ ให้หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ได้รับการอนุมัติแฝงตัวตามข้อ ๑๑ รายงานข้อเท็จจริงเป็นบันทึกที่มีชั้นความลับแล้วแต่กรณีเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นในโอกาสแรก นับแต่เวลาที่ทราบว่าไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อบังคับนี้ได้ การควบคุมและการป้องกันการละเมิด

หมวด ๔

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ ให้ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นนายทะเบียนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเก็บทะเบียนข้อมูลเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ และเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว ให้เสนออธิบดีเพื่อขออนุมัติทำลาย ให้นายทะเบียนมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียนได้ตามความจำเป็น แล้วรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบ

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ ให้หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ได้รับการอนุมัติแฝงตัวตามข้อ ๑๑ ต้องสำเนารายงานการอนุมัติจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว รวมทั้งสำเนาอนุมัติให้ยุติ/ยกเลิกภารกิจ หรือไม่ใช้เอกสารหลักฐานและการเข้าแฝงตัว เป็นบันทึกที่มีชั้นความลับแล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนพิจารณาเสนออธิบดีโดยเร็ว

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ ให้หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ได้รับการอนุมัติแฝงตัวตามข้อ ๑๑ รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติเพื่อยืนยันเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องใช้เอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงทุก ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจหรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว การรายงานให้ทำบันทึกที่มีชั้นความลับแล้วแต่กรณี เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษผ่านผู้อนุมัติตามข้อ ๑๑

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงส่งเอกสารหลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง คืนให้แก่ผู้อนุมัติภายในยี่สิบวัน นับตั้งแต่วันที่เสร็จสิ้นภารกิจ หรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ กรณีเอกสาร หลักฐานเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงสูญหาย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง รายงานสาเหตุข้อเท็จจริงต่อผู้อนุมัติตามข้อ ๘ ภายใน ๔๘ ชั่วโมง และต่อนายทะเบียนโดยเร็ว นับตั้งแต่วันที่ได้ทำเอกสาร หลักฐานเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงสูญหาย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้อนุมัติตามข้อ ๑๓ ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐานเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงตามวรรคแรก และรายงานผลการสืบสวนให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาผ่านนายทะเบียนโดยเร็ว

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ การไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ เป็นการละเมิดการรักษาความปลอดภัยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ค่าใช้จ่าย

หมวด ๕

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ และบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่

หมวด ๖

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับนี้โดยสุจริต และถูกฟ้องทางแพ่งหรือทางอาญาหรือทางปกครองได้รับความช่วยเหลือในการดำเนินคดีจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ บรรดาเอกสาร หลักฐาน หรือการแฝงตัวที่ได้อนุมัติไปก่อนวันที่ใช้ข้อบังคับนี้และยังมีความจำเป็นต้องปฏิบัติต่อเนื่องอยู่ ยังคงใช้ได้ต่อไป และให้นำข้อบังคับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม ประกาศ ณ วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พรรณิศา/ผู้จัดทำ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๓๒/๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้