รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. 2553 หมวด ๔

ข้อ ๑๔–ข้อ ๑๙ · รวม 6 มาตรา

หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ ให้ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นนายทะเบียนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเก็บทะเบียนข้อมูลเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ และเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว ให้เสนออธิบดีเพื่อขออนุมัติทำลาย ให้นายทะเบียนมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียนได้ตามความจำเป็น แล้วรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบ

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ ให้หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ได้รับการอนุมัติแฝงตัวตามข้อ ๑๑ ต้องสำเนารายงานการอนุมัติจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว รวมทั้งสำเนาอนุมัติให้ยุติ/ยกเลิกภารกิจ หรือไม่ใช้เอกสารหลักฐานและการเข้าแฝงตัว เป็นบันทึกที่มีชั้นความลับแล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนพิจารณาเสนออธิบดีโดยเร็ว

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ ให้หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ได้รับการอนุมัติแฝงตัวตามข้อ ๑๑ รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติเพื่อยืนยันเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องใช้เอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงทุก ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจหรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว การรายงานให้ทำบันทึกที่มีชั้นความลับแล้วแต่กรณี เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษผ่านผู้อนุมัติตามข้อ ๑๑

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงส่งเอกสารหลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง คืนให้แก่ผู้อนุมัติภายในยี่สิบวัน นับตั้งแต่วันที่เสร็จสิ้นภารกิจ หรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ กรณีเอกสาร หลักฐานเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงสูญหาย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐาน เพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริง รายงานสาเหตุข้อเท็จจริงต่อผู้อนุมัติตามข้อ ๘ ภายใน ๔๘ ชั่วโมง และต่อนายทะเบียนโดยเร็ว นับตั้งแต่วันที่ได้ทำเอกสาร หลักฐานเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงสูญหาย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้ผู้อนุมัติตามข้อ ๑๓ ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐานเพื่ออำพรางสถานภาพที่แท้จริงตามวรรคแรก และรายงานผลการสืบสวนให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาผ่านนายทะเบียนโดยเร็ว

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ การไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ เป็นการละเมิดการรักษาความปลอดภัยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ค่าใช้จ่าย

กลับไปที่ ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. 2553 ฉบับเต็ม

ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

ค้นต่อจากนี้