法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 178/2520 เรื่อง การกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๑๗๘ / ๒๕๒๐

เรื่อง

การกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันส่งเงินเข้ากองทุนรักษา

ระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน[๑]

โดยที่ผู้ค้าน้ำมันได้ร้องเรียนว่า

ตามที่ประเทศซาอุดีอารเบียและยูไนเต็ดอารับอามิเรต ได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบร้อยละ

๕ และประเทศอื่นในกลุ่มประเทศผู้ส่งปิโตรเลียมออกได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบร้อยละ

๑๐ ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๒๐ และกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรใหม่

ตั้งแต่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๐ แล้วนั้น บัดนี้ ประเทศซาอุดีอาราเบียและยูไนเต็ดอาหรับอามิเรตได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบอีกร้อยละ

๕ ตั้งแต่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐ อีก เป็นเหตุให้ผู้ค้าน้ำมันไม่อยู่ในฐานะที่จะรับภาระขาดทุนในการนำน้ำมันดิบเข้ามากลั่นในราชอาณาจักร

หรือนำน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเข้ามาจำหน่ายได้อีกต่อไป และได้ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศปรับปรุงราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเสียใหม่โดยเร็วที่สุด

เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้

โดยที่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าการประกาศกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรใหม่ย่อมจะมีผลกระทบกระเทือนไปถึงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง

ซึ่งนอกจากจะส่งผลเป็นการเพิ่มความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพให้แก่ประชาชนยิ่งขึ้นไปอีกแล้ว

ยังจะเป็นการขัดกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ว่าจะไม่ให้มีการขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในปีนี้อีกด้วย

และโดยที่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะพึงเลือกปฏิบัติในภาวะการณ์ของบ้านเมืองเช่นนี้

คือ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรใหม่ให้สูงขึ้น

เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ และขณะเดียวกันจะต้องตรึงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เพื่อมิให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ประชาชนอีกระยะหนึ่ง

แต่วิธีนี้รัฐบาลจะต้องยอมสละรายได้บางส่วนจากการเก็บภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

โดยการลดอัตราภาษีสำหรับน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษและน้ำมันเบนซินชนิดธรรมดา

และเรียกเก็บเงินส่วนหนึ่งจากผู้ค้าน้ำมันคืนในอัตราที่กำหนดตามปริมาณน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษและน้ำมันเบนซินชนิดธรรมดาที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร

มาตั้งเป็นกองทุนเพื่อจ่ายเป็นเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามปริมาณน้ำมันเตาที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพราะขณะนี้ไม่มีภาษีสำหรับน้ำมันเตาที่จะลดลงได้อีกต่อไปแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรครั้งนี้บังเกิดผลที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมากที่สุด

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งกำหนดมาตรการไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้จัดตั้งกองทุน เรียกว่า “กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง” ประกอบด้วยเงินที่ผู้มีหน้าที่ส่งเข้ากองทุนส่งตามคำสั่งนี้

และเงินที่รัฐบาลจะจัดสรรเพิ่มเติมให้เป็นคราว ๆ ตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายสั่งจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ซึ่ง

(๑) ซื้อน้ำมันเตาจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

เพื่อใช้ในราชอาณาจักร ในอัตราลิตรละ ๘.๘ สตางค์ (แปดจุดแปดสตางค์) หรือ

(๒) นำน้ำมันเตาเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายน้ำมันกำหนด

ในอัตราไม่เกินลิตรละ ๘.๘ สตางค์ (แปดจุดแปดสตางค์)

เงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในการขอรับเงินชดเชยตามข้อ ๒

ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเตาที่ซื้อหรือได้มาจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเตาที่ขอรับเงินชดเชยต่อกรมสรรพสามิต

พร้อมกับการขอชำระภาษีน้ำมันของโรงกลั่นนั้น

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเตาที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเตาที่ขอรับเงินชดเชยต่อกรมศุลกากรพร้อมกับการขอชำระอากรขาเข้า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้กรมสรรพสามิตหรือกรมศุลกากรแล้วแต่กรณี ตรวจสอบชนิดและปริมาณน้ำมันเตาที่ขอรับเงินชดเชยที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยยื่นตามข้อ

๓ เมื่อกรมสรรพสามิตหรือกรมศุลกากรรับรองว่าถูกต้องแล้วให้รายงานกระทรวงอุตสาหกรรม

และให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายสั่งจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้นั้นโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ในอัตราลิตรละ ๑๒.๕ สตางค์ (สิบสองจุดห้าสตางค์)

เงินที่ต้องส่งตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้นำน้ำมันเบนซินและน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

ตามปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ในอัตราลิตรละ ๑๒.๕ สตางค์ (สิบสองจุดห้าสตางค์)

เงินที่ต้องส่งตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๕ หรือข้อ

๖ ให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

ต้องส่งให้แก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

พร้อมกับการชำระภาษีดังกล่าว

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเบนซินและน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกันที่เข้ามาในราชอาณาจักร

ต้องส่งให้แก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในการคำนวณปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันเตาตามคำสั่งนี้ให้ถือปริมาตร ณ

อุณหภูมิตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมายว่าด้วยภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๐

ธานินทร์ กรัยวิเชียร

นายกรัฐมนตรี

ธิดาวรรณ/แก้ไข

๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๕

อภิญญา/ปรับปรุง

๙ กันยายน ๒๕๕๗

ปุณิกา/ปรับปรุง

๑๕ มกราคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๔/ตอนที่ ๘๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๓/๒๒ กันยายน ๒๕๒๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 178/2520 เรื่อง การกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b64b899ad9f09426

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com