法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

พรรคการเมือง

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๓๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่

๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เป็นปีที่ ๔๗

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพรรคการเมือง (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

*[รก. ๒๕๓๕/๓/๑/๑๕ มกราคม ๒๕๓๕]

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๖ แห่งพระราช

บัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔

“ให้มีสำนักงานนายทะเบียนพรรคการเมืองในสำนักงานปลัดกระทรวง

มหาดไทย มีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียน ควบคุม

ตรวจสอบการดำเนินงานของพรรคการเมือง

และปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติพรรคการเมือง

พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๖

สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) พรรคการเมืองสั่งให้ออกตามข้อบังคับ

(๔) พรรคการเมืองที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกสิ้นสภาพเพราะการรวมพรรคการเมือง

(๕) ศาลมีคำสั่งให้ยุบเลิกพรรคการเมืองที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก

การสิ้นสุดของสมาชิกภาพตาม (๓) ในกรณีที่สมาชิกนั้นดำรงตำแหน่ง

เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย

มติของพรรคการเมืองต้องเป็นมติของที่ประชุมร่วมของ

คณะกรรมการบริหารของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมือง

นั้น

และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนคณะกรรมการบริหาร

และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองนั้นทั้งหมด

การลงมติตามวรรคนี้ให้ลง

คะแนนเสียงโดยวิธีเปิดเผยเท่านั้น

ให้หัวหน้าพรรคการเมืองส่งรายงานหรือเอกสารเกี่ยวกับการมีมติตามวรรค

สองไปยังนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พรรคการเมืองมีมติ”

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๘ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติพรรค

การเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔

“มาตรา ๒๘ ทวิ

พรรคการเมืองต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกให้ตรงตามความ

เป็นจริง เก็บรักษาไว้ ณ

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรคการเมือง และพร้อมที่จะให้นายทะเบียน

หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตรวจสอบได้

ให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในรอบปีที่

ผ่านมาพร้อมด้วย รายชื่อ อาชีพ

และที่อยู่ของสมาชิกดังกล่าวตามวิธีการที่นายทะเบียน

กำหนดให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมกราคมของทุกปี

ถ้าหัวหน้าพรรคการเมืองไม่แจ้งนายทะเบียนภายในระยะเวลาดังกล่าวตาม

วรรคสอง

ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด”

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๓๕ แห่งพระราช

บัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔

“ให้หัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้ดำเนินกิจการสาขาพรรคการเมืองจัดส่ง

สำเนาบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของพรรคการเมืองที่มีผู้สอบบัญชีรับรองต่อนายทะเบียน

เป็นประจำทุกหกเดือน

และให้นายทะเบียนเก็บสำเนาบัญชีดังกล่าวไว้ที่สำนักงานนายทะเบียน

เพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้ และในกรณีที่หัวหน้าพรรคการเมือง

กรรมการบริหาร ผู้ดำเนิน

กิจการสาขาพรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมืองผู้ใดได้รับเงินอุดหนุนหรือเงินบำรุง

พรรคการเมืองจากบุคคลภายนอกหรือเงินบำรุงพรรคการเมืองโดยวิธีการอื่นใด

ผู้นั้นต้อง

นำเงินนั้นเข้าบัญชีรายรับของพรรคการเมืองนั้น

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รับเงินนั้นด้วย”

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๔๖ แห่ง

พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๖

พรรคการเมืองย่อมเลิกด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) มีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับของพรรคการเมือง

(๒) มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึงห้าพันคนหรือมีสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในจังหวัดต่าง

ๆ จังหวัดละห้าสิบคนไม่ถึงห้าจังหวัดของแต่ละภาค ทั้งนี้ เป็นเวลาติดต่อกันหกเดือน

(๓) ไม่ส่งหรือส่งสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ในการเลือกตั้งทั่วไปไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบคน

(๔) ไม่มีสมาชิกได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการ

เลือกตั้งทั่วไป

(๕) พรรคการเมืองสิ้นสภาพเพราะการรวมพรรคการเมือง

(๖) มีคำสั่งศาลยุบเลิกพรรคการเมืองตามมาตรา ๔๘

(๗) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๓๑ หรือมาตรา ๓๒

เมื่อมีกรณีที่พรรคการเมืองต้องเลิกตามวรรคหนึ่ง นอกจาก (๖) ให้หัวหน้า

พรรคการเมืองหรือผู้มีอำนาจทำการแทนหัวหน้าพรรคการเมือง

แจ้งเหตุที่พรรคการเมืองต้อง

เลิกต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พรรคการเมืองเลิก”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติพรรคการเมือง

พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๙

ในกรณีที่พรรคการเมืองเลิกตามมาตรา ๔๖ นอกจากกรณีตาม

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ (๕)

ให้หัวหน้าพรรคการเมืองส่งบัญชีและงบดุลรวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงิน

ของพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พรรคการเมืองเลิก

และให้

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้

รับแจ้ง

ถ้าไม่เสร็จให้ขอขยายเวลาได้อีกไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

ในการชำระบัญชีเมื่อได้หักหนี้สินและค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีแล้วยังมี

ทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้โอนให้แก่องค์การสาธารณกุศลตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับของพรรค

การเมือง

ถ้าในข้อบังคับไม่ได้ระบุก็ให้ทรัพย์สินที่เหลือนั้นตกเป็นของรัฐ

ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๒๒

ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาใช้

บังคับแก่การชำระบัญชีพรรคการเมืองโดยอนุโลม”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น หมวด ๓ ทวิ การรวมพรรคการเมือง

มาตรา ๔๙ ทวิ

มาตรา ๔๙ ทวิ มาตรา ๔๙ ตรี มาตรา ๔๙ จัตวา มาตรา ๔๙ เบญจ

มาตรา ๔๙ ฉ

มาตรา ๔๙ ฉ แห่ง

พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔

“หมวด ๓ ทวิ

การรวมพรรคการเมือง

มาตรา ๔๙ ทวิ

มาตรา ๔๙ ทวิ

การรวมพรรคการเมืองอาจเป็นการรวมกันเพื่อตั้งเป็นพรรค

การเมืองใหม่

หรืออาจเป็นการรวมเข้าเป็นพรรคเดียวกับอีกพรรคการเมืองที่เป็นหลักก็ได้

มาตรา ๔๙ ตรี

มาตรา ๔๙ ตรี

ในกรณีที่การรวมพรรคการเมืองเป็นการรวมกันเพื่อตั้งเป็น

พรรคการเมืองใหม่

ให้พรรคการเมืองที่จะรวมกันขอความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของแต่

ละพรรคการเมือง

เมื่อที่ประชุมใหญ่ของแต่ละพรรคการเมืองเห็นชอบให้รวมกันแล้วให้หัวหน้า

พรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองจำนวนพรรคละสิบคนประชุมร่วมกัน

เพื่อกระทำการเกี่ยวกับพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่

ดังนี้

(๑) การกำหนดแนวนโยบายของพรรคการเมืองซึ่งประกอบด้วยเป้าหมาย

และวิธีดำเนินการ

(๒) การกำหนดข้อบังคับของพรรคการเมือง

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคสองแล้ว ให้ดำเนินการจัดให้มีการประชุมร่วมกัน

ระหว่างสมาชิกของทุกพรรคการเมืองที่จะรวมกันเพื่อประชุมตั้งพรรคการเมือง

การเรียก

ประชุมตั้งพรรคการเมืองต้องแจ้งให้สมาชิกของพรรคการเมืองที่จะรวมกันทราบก่อนวัน

ประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

และให้ดำเนินการต่อไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งและการ

จดทะเบียนพรรคการเมือง

มาตรา ๔๙ จัตวา

มาตรา ๔๙ จัตวา

เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนพรรคการเมืองที่ตั้งตาม

มาตรา ๔๙ ตรี

มาตรา ๔๙ ตรี นั้นแล้ว

ให้พรรคการเมืองที่รวมเข้ากันเป็นอันสิ้นสภาพ โดยให้ถือว่าสมาชิก

สภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมืองเดิมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการ

เมืองใหม่ที่ตั้งขึ้น

และสมาชิกพรรคการเมืองเดิมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้น และ

ให้บรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน

สิทธิและความรับผิดของพรรคการเมืองเดิมโอนไปเป็นของพรรค

การเมืองใหม่ตั้งแต่ขณะนั้นเป็นต้นไป

มาตรา ๔๙ เบญจ

มาตรา ๔๙ เบญจ

ให้พรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นโฆษณาในหนังสือพิมพ์

แห่งท้องที่สามครั้งเป็นอย่างน้อย และส่งคำบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งพรรคการเมืองรู้ว่าเป็น

เจ้าหนี้ด้วยจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการที่ได้จดทะเบียนตั้งพรรคการ

เมืองใหม่

มาตรา ๔๙ ฉ

มาตรา ๔๙ ฉ

ในกรณีที่การรวมพรรคการเมืองเป็นการรวมพรรคการเมือง

หนึ่งเข้าเป็นพรรคเดียวกันกับอีกพรรคการเมืองที่เป็นหลักให้พรรคการเมืองที่จะรวมกันขอ

ความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของแต่ละพรรคการเมือง

เมื่อที่ประชุมใหญ่ของแต่ละพรรคการเมืองเห็นชอบให้รวมกันแล้วให้ดำเนิน

การดังต่อไปนี้

(๑) ให้สมาชิกพรรคการเมืองที่จะรวมเข้ากับพรรคการเมืองที่เป็นหลักสมัคร

เป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่เป็นหลักภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคการ

เมืองของตนเห็นชอบกับการรวมพรรคการเมือง

(๒) เมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม (๑) แล้ว ให้หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะ

รวมเข้าเป็นพรรคเดียวกันกับอีกพรรคการเมืองและหัวหน้าพรรคการเมืองของพรรคการเมือง

ที่เป็นหลักในการรวมกันร่วมกันแจ้งการรวมพรรคการเมืองต่อนายทะเบียน

ในการนี้ ให้ถือว่า

พรรคการเมืองที่รวมเข้ากับอีกพรรคการเมืองที่เป็นหลักนั้นสิ้นสภาพตั้งแต่วันที่มีการแจ้งต่อ

นายทะเบียน และให้นำมาตรา ๔๙ จัตวาและมาตรา ๔๙ เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ห้ามมิให้ถือว่าการสมัครเป็นสมาชิกของอีกพรรคการเมืองหนึ่งพร้อมกัน

เพื่อดำเนินการรวมพรรคการเมืองตามวรรคสอง

เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามให้ต้องขาดจากสมาชิก

ภาพและไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

และถ้าไม่มีการแจ้งการรวมพรรคการเมืองตาม

วรรคสอง (๒) ให้ถือว่าการสมัครเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่เป็นหลักนั้นเป็นโมฆะ

ในกรณีมีการแจ้งการรวมพรรคต่อนายทะเบียนตามมาตรานี้แล้ว ให้นาย

ทะเบียนประกาศการรวมพรรคการเมืองในราชกิจจานุเบกษา”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา

๕๑ แห่งพระราชบัญญัติพรรค

การเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๑

หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ ทวิ

วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง หรือ

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๒

แห่งพระราชบัญญัติพรรคการ

เมือง พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๒

หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียน

ซึ่งสั่งตามมาตรา ๒๘ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๘ ทวิ วรรคสาม

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง

หมื่นบาท”

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา

๕๔ แห่งพระราชบัญญัติพรรคการ

เมือง พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๔

หัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้ดำเนินกิจการสาขาพรรคการเมือง

ผู้ใดไม่จัดให้ทำบัญชีหรือไม่จัดส่งสำเนาบัญชีให้นายทะเบียนตามมาตรา

๓๕ วรรคหนึ่งหรือ

วรรคสาม หรือไม่จัดให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลตามมาตรา

๓๖ ต้องระวางโทษปรับ

ไม่เกินสองหมื่นบาท”

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ

พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔

“มาตรา ๕๔ ทวิ

หัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหาร ผู้ดำเนินกิจการ

สาขาพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมืองผู้ใดได้รับเงินอุดหนุน

หรือเงินบำรุงพรรค

การเมืองจากบุคคลภายนอกหรือเงินเพื่อบำรุงพรรคการเมืองโดยวิธีการอื่นใด

และไม่นำเงิน

ดังกล่าวเข้าบัญชีรายรับของพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๕ วรรคสาม

ต้องระวางโทษจำคุก

ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์

ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติ

พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๒๔ มีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่ง

ราชอาณาจักรไทย ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.

๒๕๓๔ ประกอบกับมีบทบัญญัติ

บางประการยังไม่เหมาะสม สมควรที่จะปรับปรุงเสียใหม่

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พรพิมล/แก้ไข

๓ ธ.ค ๒๕๔๔

A+B (C)

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b6ac494a9ec95f9d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com