พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ตั้งจังหวัดบึงกาฬ
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรตั้งจังหวัดบึงกาฬ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้แยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย
อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล
ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ
และมีเขตท้องที่ตามที่อำเภอดังกล่าวมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๔ ให้เปลี่ยนชื่ออำเภอบึงกาฬเป็นอำเภอเมืองบึงกาฬ
มาตรา ๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ
และงบประมาณของจังหวัดหนองคายในส่วนที่เกี่ยวกับอำเภอตามมาตรา ๓
ไปเป็นของจังหวัดบึงกาฬ
มาตรา ๖ ให้จัดตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬขึ้น
โดยให้มีเขตตามเขตจังหวัดบึงกาฬ
มาตรา ๗ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
ในส่วนที่เกี่ยวกับอำเภอตามมาตรา ๓ ไปเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ
มาตรา ๘ ให้บรรดาข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
มาตรา ๙ การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการภาษีอากร
การทะเบียน และการอื่น ๆ ซึ่งปฏิบัติอยู่ในอำเภอตามมาตรา ๓
ให้ดำเนินการเช่นเดิมไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ส่วนรายได้ที่เก็บได้จากอำเภอตามมาตรา ๓ ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้จัดส่งทางจังหวัดบึงกาฬ
มาตรา ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๙
(๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ให้ถือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้งที่ ๒
จังหวัดหนองคาย ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งจากจังหวัดบึงกาฬ
และให้ถือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้งที่ ๑
จังหวัดหนองคาย ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งจากจังหวัดหนองคาย
มาตรา ๑๑ ให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายในเขตเลือกตั้งของอำเภอตามมาตรา
๓ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ
และให้วาระการดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลงตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
ในระหว่างที่ยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬจนครบจำนวนตามวรรคสาม
ให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายและสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ตามวรรคหนึ่ง
และให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายหรือสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬที่ยังไม่มีประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลือกประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นทำหน้าที่ชั่วคราวไปพลางก่อน
ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬให้ครบตามจำนวนที่พึงมีตามกฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เว้นแต่อายุของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายจะเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
และให้วาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้งสองแห่งที่ได้รับเลือกตั้งดังกล่าวสิ้นสุดลงตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬตามวรรคสามให้ถือเขตอำเภอเป็นเขตเลือกตั้งไปจนกว่าวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิ้นสุดลงตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายหรือมีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งใดแห่งหนึ่ง
และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครได้เท่าจำนวนที่ยังขาดอยู่ในเขตอำเภอนั้น
ทั้งนี้ การดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนด
มาตรา ๑๒ ให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬตามกฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในระหว่างที่ยังไม่มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬตามวรรคหนึ่ง
ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายทำหน้าที่ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ
เพื่อดำเนินการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬให้ครบถ้วน
และปฏิบัติการอื่นใดเท่าที่จำเป็นไปพลางก่อนจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๑๓ ในระหว่างที่จังหวัดบึงกาฬยังไม่มีคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
คณะกรรมการพนักงานเทศบาล และคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล
ให้คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการพนักงานเทศบาล
และคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลของจังหวัดหนองคาย
ทำหน้าที่คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะกรรมการพนักงานเทศบาล
และคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลของจังหวัดบึงกาฬไปพลางก่อน
ให้ถือว่าบรรดาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ระเบียบ
และมติที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
คณะกรรมการพนักงานเทศบาลและคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลของจังหวัดหนองคาย
ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นหลักเกณฑ์ เงื่อนไข
ระเบียบ
และมติที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
คณะกรรมการพนักงานเทศบาล และคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลของจังหวัดบึงกาฬจนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่มีท้องที่ติดชายแดน
และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวยาว
ทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่ห่างไกลและจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบากและใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากเกินควร
ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความมั่นคง
และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในท้องที่ สมควรแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา
อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ
และอำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย
รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑/๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).