มาตรา ๑๒ เมื่อได้มีการประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๙
แล้ว ให้บรรษัทมีอำนาจกระทำกิจการต่างๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๑๑
และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) ให้ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมกู้ยืมเงิน
หรือร่วมกับสถาบันการเงินอื่นให้ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมกู้ยืมเงินในวงเงินกู้รายละไม่เกินสิบล้านบาท
หรือไม่เกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ โดยมีหรือไม่มีหลักประกันก็ได้
(๒) ให้อุปการะในการเงินด้วยวิธีซื้อหลักทรัพย์
หรือด้วยวิธีจัดให้ได้มาซึ่งส่วนได้เสียอื่นใด
(๓) ประกันซื้อ
(๔)
จัดให้มีเงินกลับมาลงทุนใหม่ด้วยวิธีขายทรัพย์สินที่บรรษัทได้มาจากการลงทุน
(๕)
กู้ยืมเงินในหรือนอกราชอาณาจักรเพื่อธุรกิจของบรรษัท และให้หลักประกันเงินที่กู้ยืม
(๖)
ใช้เงินคงเหลืออยู่เปล่าของบรรษัทซื้อหลักทรัพย์ที่มั่นคง
(๗) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ เช่าหรือให้เช่า
จำนองหรือรับจำนอง จำนำหรือรับจำนำ
และขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์
หรือหลักทรัพย์
(๘) เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคาร
(๙) จัดให้ได้มาซึ่งสัมปทาน สิทธิ
หรือเอกสิทธิ์ใดๆ บรรดาที่บรรษัทเห็นว่าจะช่วยให้วัตถุประสงค์ของบรรษัทสำเร็จผล
(๑๐) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหาร การจัดการ
และทางเทคนิค แก่ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อม
และช่วยให้ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมนั้นได้รับบริการเกี่ยวกับการบริหาร
การจัดการและทางเทคนิค
(๑๑) รับชำระเงินใดๆ
เกี่ยวกับเงินที่บรรษัทให้กู้ยืมแม้ก่อนวันถึงกำหนดชำระ
(๑๒) สั่งจ่าย รับรอง
หรือสลักหลังตั๋วเงินหรือใช้เงินตามตั๋วเงินเพื่อประโยชน์แห่งธุรกิจของบรรษัท
(๑๓) จัดให้มีการสงเคราะห์ตามสมควรแก่ลูกจ้าง
หรือผู้ที่พ้นจากการเป็นลูกจ้างของบรรษัทและครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น
(๑๔)
กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท