กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
แบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
สำนักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ ๒ ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
มีภารกิจเกี่ยวกับกิจการข่าวกรองของประเทศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
และปฏิบัติงานข่าวกรองให้มีสมรรถนะสูงโดยมีมาตรฐานในการปฏิบัติงานใกล้เคียงกับหน่วยข่าวกรองของต่างประเทศ
โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยข่าวกรองแห่งชาติ
(๒)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
หรือตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๓ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักอำนวยการ
(๒) สำนัก ๑
(๓) สำนัก ๒
(๔)
สำนัก ๓
(๕) สำนัก ๔
(๖) สำนัก ๕
(๗) สำนัก ๖
(๘) สำนัก ๗
(๙) สำนัก ๘
(๑๐) สำนัก ๙
(๑๑) สำนัก ๑๐
(๑๒) สำนัก ๑๑
(๑๓) กอง ๑
(๑๔) กอง ๒
(๑๕) สถาบันการข่าวกรอง
(๑๖)
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ข้อ ๔ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนาการบริหารของส่วนราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ
และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ
(๒) ติดตาม
ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๓)
ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ
และหน่วยงานภายในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๔)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๕ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในส่วนราชการ
และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน
และการบัญชีของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๒)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๖ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ให้มีกลุ่มยุทธศาสตร์ข่าวกรอง
เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำยุทธศาสตร์ข่าวกรองและประมาณการณ์ข่าวกรองความมั่นคงในภาพรวม
รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานข่าวกรอง
(๒)
ดำเนินการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และประมาณการณ์ข่าวกรองความมั่นคงในภาพรวม
(๓) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๗ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ให้มีกลุ่มนิติการ
เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินงานเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบภาครัฐต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการรับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับข้อกฎหมายและระเบียบต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องในกิจการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๒)
ดำเนินงานเกี่ยวกับงานนิติกรรมและสัญญา งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่ง อาญา
งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๓)
ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
และการดำเนินงานด้านกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๔)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๘ สำนักอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานช่วยอำนวยการ งานการเงินและพัสดุ
งานแผนและงบประมาณ งานบริหารงานบุคคล งานวิเทศสัมพันธ์ งานเลขานุการนักบริหาร
และงานประชาสัมพันธ์ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๒)
ดำเนินการอื่นใดที่มิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการใดของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๙ สำนัก ๑ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในส่วนกลาง
ภาคกลางบางส่วนและภาคตะวันออก
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในส่วนกลาง
ภาคกลางบางส่วน และภาคตะวันออก
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๐ สำนัก ๒ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง
และประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในภาคเหนือ
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในภาคเหนือ
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๑ สำนัก ๓ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๒ สำนัก ๔ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในภาคกลางส่วนที่มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนัก
๑ ภาคตะวันตก และภาคใต้ เว้นแต่จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในภาคกลางส่วนที่มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนัก
๑ ภาคตะวันตก และภาคใต้ เว้นแต่จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๓ สำนัก ๕ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในจังหวัดสงขลา
จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในจังหวัดสงขลา
จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๔ สำนัก ๖ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ปฏิบัติงานข่าวกรองเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยเกี่ยวกับการก่อการร้าย
และอาชญากรรมข้ามชาติ
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๕ สำนัก ๗ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองเกี่ยวกับความมั่นคงโลก
องค์การระหว่างประเทศ องค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาค องค์กรพัฒนาเอกชนต่างประเทศ
และประเทศมหาอำนาจ
(๒)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๖ สำนัก ๘ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองเกี่ยวกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชีย-แปซิฟิก เอเชียกลาง เอเชียใต้ ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง
และแอฟริกา
(๒)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๗ สำนัก ๙ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ปฏิบัติงานข่าวกรองในต่างประเทศ
(๒)
ดำเนินงานเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองกับหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๘ สำนัก ๑๐ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และการรักษาความลับของทางราชการ
สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจในฝ่ายพลเรือน
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือในด้านการรักษาความปลอดภัยกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๙ สำนัก ๑๑ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองด้วยเครื่องมือเทคนิค
(๒)
ดำเนินการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากระบบการติดต่อสื่อสารทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(๓)
ดำเนินการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(๔)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๒๐ กอง ๑ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
สนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ
และการเฝ้าตรวจแก่ส่วนราชการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติซึ่งตั้งอยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าว และการต่อต้านข่าวกรองประจำท่าอากาศยานนานาชาติซึ่งตั้งอยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค
(๓)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๒๑ กอง ๒ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ปฏิบัติการสืบสวนและต่อต้านข่าวกรองเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ
ที่กระทำโดยเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
(๒)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๒๒ สถาบันการข่าวกรอง
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความรู้และการฝึกอบรมด้านการข่าวกรอง
การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ตลอดจนบุคลากรในประชาคมข่าวกรองซึ่งปฏิบัติงานในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และประชาชน
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับการเผยแพร่ความรู้ทางการข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
และประชาชน
(๓)
ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๔)
ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๒๓ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ดำเนินการเกี่ยวกับการบริการระบบสารสนเทศ
การสื่อสารและโทรคมนาคมของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ตลอดจนศึกษาและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารและโทรคมนาคม ระบบไฟฟ้า
และอุปกรณ์เทคนิค เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๒)
ดำเนินการเกี่ยวกับงานวางและจัดทำระบบฐานข้อมูลการข่าวกลางของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
วิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูล
ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการตรวจสอบฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๓)
ดำเนินการเกี่ยวกับงานห้องสมุดของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรือที่ได้รับมอบหมาย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมของประเทศในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมากทำให้การแบ่งส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติแต่เดิมไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว
จึงควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ
ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอันจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ดลธี/พิมพ์
๑๗ มีนาคม ๒๕๕๔
พัสสน/ผู้ตรวจ
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๔
ปณตภร/ปรับปรุง
๖ สิงหาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๒๔ ก/หน้า ๒๖/๒๙ มกราคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).