พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งคณะและเพิ่มแผนกวิชาขึ้นใหม่ใน
มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๔๙๑
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คณะอภิรัฐมนตรี
ในหน้าที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร
อลงกฏ
ธานีนิวัต
มานวราชเสวี
อดุลเดชจรัส
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒
ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑
เป็นปีที่ ๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งคณะและเพิ่มแผนกวิชาขึ้นใหม่
ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
พระมหากษัตริย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๖
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
พุทธศักราช ๒๔๘๖ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะและเพิ่มแผนกวิชาขึ้นใหม่ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๑
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งคณะขึ้นใหม่ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์อีก
๒ คณะ ดังนี้
๑. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
มีหน้าที่จัดการศึกษาฝ่ายแพทยศาสตร์ มีแผนกวิชาต่าง ๆ คือ แผนกกายวิภาคศาสตร์
แผนกสรีระวิทยา แผนกพยาธิวิทยา แผนกอายุรศาสตร์ แผนกศัลศาสตร์ แผนกสูติศาสตร์ -
นรีเวชวิทยา แผนกรังสีวิทยา แผนกกุมารเวชศาสตร์
และแผนกจักษุวิทยาและวิทยาโสตนาสิกลาริงซ์
๒. คณะสาธารณสุขศาสตร์
มีหน้าที่จัดการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ มีแผนกวิชาต่าง ๆ คือ
แผนกบักเตรีวิทยาและอิมมูโนโลยี แผนกปาราสิตวิทยา แผนกมิโคโลยีและวิรุสวิทยา
แผนกสถิติพยากรณ์ชีพ แผนกสุขาภิบาล แผนกโรคระบาดวิทยา
แผนกการบริหารงานสาธารณสุขและทารกสงเคราะห์
และแผนกโรงเรียนพยาบาลและพนักงานสาธารณสุข
มาตรา ๔ ให้เพิ่มแผนกวิชาในคณะทันตแพทยศาสตร์
๔ แผนก คือ แผนกทันตกรรมจัดฟัน แผนกกายวิภาคศาสตร์ แผนกสรีระวิทยาและชีวะเคมี
และแผนกโรงเรียนทันตานามัย
มาตรา ๕ ให้คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มีคณะกรรมการประจำคณะ
กรรมการแต่ละคนประกอบด้วยคณบดีเป็นประธานและหัวหน้าแผนกวิชาต่าง
ๆ เป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการประจำคณะนั้น ๆ
แต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเลขานุการ
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
พุทธชาด/แก้ไข
๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
A+B (C)
วิภา/ผู้จัดทำ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๖๕/ตอนที่ ๖๑/หน้า ๖๔๔/๑๙ ตุลาคม ๒๔๙๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).