พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๐๕
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที่ ๑๗
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๕
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พ.ศ.
๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
ต้นยาง หมายความว่า ต้นยางพารา (Hevea SPP.)
ยางพันธุ์ดี หมายความว่าต้นยางพันธุ์ที่ให้ผลดีตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยคำแนะนำของกรมกสิกรรม
สวนยาง หมายความว่า
ที่ดินปลูกต้นยางมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่าสองไร่
แต่ละไร่มีต้นยางปลูกไม่น้อยกว่าสิบต้น และโดยส่วนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าไร่ละยี่สิบห้าต้น
สวนขนาดเล็ก หมายความว่า
สวนยางที่มีเนื้อที่ไม่เกินห้าสิบไร่
สวนขนาดกลาง หมายความว่า
สวนยางที่มีเนื้อที่เกินห้าสิบไร่ แต่ไม่ถึงสองร้อยห้าสิบไร่
สวนขนาดใหญ่ หมายความว่า
สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแต่สองร้อยห้าสิบไร่ขึ้นไป
เจ้าของสวนยาง หมายความว่า ผู้ทำสวนยาง
และมีสิทธิได้รับผลิตผลจากต้นยางในสวนยางที่ทำนั้น
ยาง หมายความว่า น้ำยาง ยางแผ่น ยางเครพ ยางก้อน
เศษยาง หรือยางในลักษณะอื่นใดอันผลิตขึ้นหรือได้มาจากส่วนใด ๆ ของต้นยาง
แต่ไม่รวมถึงวัตถุประดิษฐ์จากยาง
การปลูกแทน หมายความว่า การปลูกยางพันธุ์ดี
หรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นแทนต้นยางเก่าทั้งหมด หรือบางส่วน
ปีสงเคราะห์ หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑
ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ.
ที่ถัดไปเป็นชื่อสำหรับปีสงเคราะห์นั้น
เจ้าพนักงานสงเคราะห์ หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานสงเคราะห์
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง
ผู้อำนวยการ หมายความว่า
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
รัฐมนตรี หมายความว่า
รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พ.ศ.
๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๘ ทุก ๆ ปีสงเคราะห์
ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินสงเคราะห์ที่เก็บได้ตามมาตรา ๕ ดังต่อไปนี้
(๑)
จำนวนร้อยละห้าสำหรับใช้จ่ายในการดำเนินงานค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับกิจการยางในอันที่จะเป็นประโยชน์แก่เจ้าของสวนยางโดยเฉพาะ
มอบไว้ให้แก่กรมกสิกรรมเป็นงวด ๆ ตามที่รัฐมนตรีกำหนด
เงินที่กรมกสิกรรมได้รับนี้มิให้ถือว่าเป็นรายรับตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
(๒)
จำนวนไม่เกินอีกร้อยละห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการสงเคราะห์การทำสวนยาง
หากเงินจำนวนที่ตั้งไว้นี้ไม่พอจ่ายในงานต่าง ๆ ดังกล่าว
ให้รัฐบาลตั้งรายจ่ายเพิ่มเติมในงบประมาณประจำปีตามความจำเป็น
(๓)
จำนวนเงินนอกจาก (๑) และ (๒)
เป็นเงินที่จัดสรรไว้เพื่อสงเคราะห์เจ้าของสวนยางตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งสิ้น
และจะจ่ายเพื่อการอื่นใดมิได้
เงินอันเป็นดอกผลของเงินสงเคราะห์ที่เก็บได้ตามมาตรา
๕
ถ้าหากมีให้คณะกรรมการจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการสงเคราะห์การทำสวนยางเพิ่มขึ้นจากที่จัดสรรไว้ตาม
(๒) เท่าจำนวนที่เห็นว่าจำเป็น จำนวนเงินที่เหลือถ้าหากมี
ให้จ่ายสมทบเงินที่จัดสรรไว้เพื่อสงเคราะห์เจ้าของสวนยางในปีสงเคราะห์ถัดไป
เงินที่จัดสรรไว้เพื่อการสงเคราะห์เจ้าของสวนยางตาม
(๓) หากมีเหลือจ่ายในปีสงเคราะห์ใด
ให้นำเงินที่เหลือจ่ายไปสมทบเงินที่จัดสรรไว้เพื่อสงเคราะห์เจ้าของสวนยางตาม (๓)
ในปีสงเคราะห์ถัดไป
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พ.ศ.
๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๑
เจ้าของสวนยางซึ่งมีสวนยางแปลงเดียวมีเนื้อที่ไม่เกินสิบห้าไร่
หรือหลายแปลงมีเนื้อที่รวมกันไม่เกินสิบห้าไร่
จะขอรับการสงเคราะห์ด้วยการสร้างสวนยางพันธุ์ดีในที่ดินแปลงใหม่ซึ่งที่ดินแปลงนั้นมีเนื้อที่ตั้งแต่สิบห้าไร่ขึ้นไปแทนการปลูกแทนในที่ดินสวนยางเดิมก็ได้
แต่จะได้รับการสงเคราะห์เพียงเท่าที่จะพึงได้รับสำหรับสวนยางที่มีอยู่เดิมเท่านั้น
มาตรา ๖
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พ.ศ.
๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๕
ภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีสงเคราะห์ทุกปี
ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลแสดงฐานะการเงิน
โดยมีคำรับรองการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
และทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานเสนอต่อรัฐมนตรี
ให้รัฐมนตรีจัดให้มีการประกาศงบดุลและรายงานดังกล่าวในวรรคก่อนในราชกิจจานุเบกษาโดยมิชักช้า
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อให้มีบทบัญญัติให้คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางมีอำนาจนำเงินที่เป็นดอกผลของเงินสงเคราะห์ถ้าหากมีมาใช้จ่ายในการบริหารงานสงเคราะห์การทำสวนยางและสงเคราะห์ผู้ทำสวนยางได้ตามความเหมาะสม
และแก้บทบัญญัติให้เจ้าของสวนยางขนาดเล็กมีโอกาสได้รับการสงเคราะห์การทำสวนยางในที่ดินแปลงใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
สุรินทร์ / แก้ไข
๒๕/๗/๒๕๔๔
พัชรินทร์/แก้ไข
๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗
วศิน/แก้ไข
๖ มีนาคม ๒๕๕๒
พัชรี/จัดทำ
๒๕ มกราคม ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ตรวจ
๒๘ มกราคม ๒๕๕๖
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙/ตอนที่ ๑๐๕/หน้า ๑๒๔๓/๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).