法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร บางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

บางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ

ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี

เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๔๗

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ กรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร จึงตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้

“ภายในบริเวณโดยรอบสวนเบญจกิติ” ประกอบด้วย

(๑) “บริเวณที่ ๑”

จุดที่ ๑ คือ จุดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้จดกับเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตก

ด้านตะวันออก

จากจุดที่ ๑ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตร ของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกจดกับเขตที่ดินของโรงงานยาสูบด้านใต้

ด้านใต้

จากจุดที่ ๒ เป็นเส้นเลียบเขตที่ดินของโรงงานยาสูบด้านใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่บนเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกจดกับเขตที่ดินของโรงงานยาสูบด้านใต้

ด้านตะวันตก

จากจุดที่ ๓ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่บนเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกจดกับริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้

ด้านเหนือ

จากจุดที่ ๔ เป็นเส้นเลียบริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑

(๒) “บริเวณที่ ๒”

จุดที่ ๕ คือ จุดที่ตั้งอยู่เขตถนนสุขุมวิทฟากใต้จดเส้นขนาน ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันออก

ด้านเหนือ

จากจุดที่ ๕ เป็นเส้นเลียบเขตถนนสุขุมวิทฟากใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตถนนสุขุมวิทฟากใต้จดกับเส้นขนานระยะ ๒๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษก

ด้านตะวันออก

จากจุดที่ ๖ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๑๕ เมตรไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเส้นขนานระยะ ๒๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษก

ด้านใต้

จากจุดที่ ๗ เป็นเส้นเลียบเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันออก

ด้านตะวันตก

จากจุดที่ ๘ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรกับเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๕

(๓) “บริเวณที่ ๓”

จุดที่ ๙ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตถนนพระรามที่ ๔ จดกับเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตก

ด้านใต้

จากจุดที่ ๙ เป็นเส้นเลียบเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออก

ด้านตะวันตก

จากจุดที่ ๑๐ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกจดกับเขตที่ดินของโรงงานยาสูบ

ด้านเหนือ

จากจุดที่ ๓ เป็นเส้นเขตที่ดินของโรงงานยาสูบไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตก

ด้านตะวันออก

จากจุดที่ ๒ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๙

(๔) “บริเวณที่ ๔”

จุดที่ ๑๑ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตก

ด้านใต้

จากจุดที่ ๑๑ เป็นเส้นเลียบเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๑๒ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเขตถนนวิทยุฟากตะวันออก

ด้านตะวันตก

จากจุดที่ ๑๒ เป็นเส้นเลียบเขตถนนวิทยุฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนวิทยุฟากตะวันออกตัดกับคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้

ด้านเหนือ

จากจุดที่ ๑๓ เป็นเส้นเลียบริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตกจดกับคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้

ด้านตะวันออก

จากจุดที่ ๑๔ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๑๑

(๕) “บริเวณที่ ๕”

จุดที่ ๑๕ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตถนนวิทยุจดกับเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้

ด้านเหนือ

จากจุดที่ ๑๕ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตก

ด้านตะวันออก

จากจุดที่ ๑๖ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตกลงมาทางใต้ถึงจุดที่ ๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตกจดกับริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้

ด้านใต้

จากจุดที่ ๑๔ เป็นเส้นเลียบคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตถนนวิทยุจดกับริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้

ด้านตะวันตก

จากจุดที่ ๑๓ เป็นเส้นเลียบเขตถนนวิทยุฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๑๕

(๖) “บริเวณที่ ๖”

จุดที่ ๑๗ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครจดกับเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของคลองนางหงษ์ฝั่งใต้

ด้านเหนือ

จากจุดที่ ๑๗ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของคลองนางหงษ์ฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑๘ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษก

ด้านตะวันออก

จากจุดที่ ๑๘ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๑

ด้านใต้

จากจุดที่ ๑ เป็นเส้นเลียบริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๔

ด้านตะวันตก

จากจุดที่ ๔ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๑๗

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑) อาคารที่มีความสูงเกิน ๒๓ เมตร เว้นแต่อาคารเพื่อกิจกรรมการนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการนันทนาการ ซึ่งทางราชการเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์

(๒) ห้องแถวหรือตึกแถว

(๓) เพิงหรือแผงลอย

(๔) คลังสินค้า

(๕) ป้าย หรือสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นสำหรับติดตั้งป้ายทุกชนิด เว้นแต่ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายทางราชการ ป้ายชื่อสถานประกอบกิจการที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๕ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑) อาคารที่มีความสูงเกิน ๔๕ เมตร

(๒) อาคารตามข้อ ๔ (๒) (๓) (๔) และ (๕)

(๓) อาคารห้างสรรพสินค้าประเภทอาคารขนาดใหญ่

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ภายในบริเวณที่ ๓ บริเวณที่ ๔ บริเวณที่ ๕ และบริเวณที่ ๖ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารที่มีความสูงเกิน ๔๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับที่ศูนย์กลางถนนที่ใกล้ที่สุดถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายในบริเวณตามข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ ห้ามมิให้บุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ไม่ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ ก่อนหรือในวันที่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าว ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗

สมัคร สุนทรเวช

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๖ ออกใช้บังคับโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง การผังเมือง และการควบคุมความหนาแน่นของอาคาร ด้วยการกำหนดมาตรการควบคุมความสูง ชนิดและประเภทอาคาร โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีผลใช้บังคับเป็นการชั่วคราว มีกำหนดหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เป็นต้นไป และถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยมีผลใช้บังคับ จะทำให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเป็นอันถูกยกเลิกไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว สมควรให้มีกฎหมายใช้บังคับอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้

มัตติกา/พิมพ์

๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๗

ศุภสรณ์/ทรงยศ/ตรวจ

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๗

A+B

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๓๘ง/หน้า ๒๘/๒ เมษายน ๒๕๔๗

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร บางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bb69aecd8935a038

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com