ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร
บางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ
ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๗
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ กรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร จึงตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้เรียกว่า ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
ภายในบริเวณโดยรอบสวนเบญจกิติ ประกอบด้วย
(๑) บริเวณที่ ๑
จุดที่ ๑ คือ จุดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้จดกับเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตก
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ ๑ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตร ของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกจดกับเขตที่ดินของโรงงานยาสูบด้านใต้
ด้านใต้
จากจุดที่ ๒ เป็นเส้นเลียบเขตที่ดินของโรงงานยาสูบด้านใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่บนเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกจดกับเขตที่ดินของโรงงานยาสูบด้านใต้
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ ๓ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่บนเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกจดกับริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้
ด้านเหนือ
จากจุดที่ ๔ เป็นเส้นเลียบริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑
(๒) บริเวณที่ ๒
จุดที่ ๕ คือ จุดที่ตั้งอยู่เขตถนนสุขุมวิทฟากใต้จดเส้นขนาน ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันออก
ด้านเหนือ
จากจุดที่ ๕ เป็นเส้นเลียบเขตถนนสุขุมวิทฟากใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตถนนสุขุมวิทฟากใต้จดกับเส้นขนานระยะ ๒๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษก
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ ๖ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๑๕ เมตรไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเส้นขนานระยะ ๒๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษก
ด้านใต้
จากจุดที่ ๗ เป็นเส้นเลียบเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันออก
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ ๘ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรกับเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๕
(๓) บริเวณที่ ๓
จุดที่ ๙ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตถนนพระรามที่ ๔ จดกับเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตก
ด้านใต้
จากจุดที่ ๙ เป็นเส้นเลียบเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออก
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ ๑๐ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันออกจดกับเขตที่ดินของโรงงานยาสูบ
ด้านเหนือ
จากจุดที่ ๓ เป็นเส้นเขตที่ดินของโรงงานยาสูบไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตก
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ ๒ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๙
(๔) บริเวณที่ ๔
จุดที่ ๑๑ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตก
ด้านใต้
จากจุดที่ ๑๑ เป็นเส้นเลียบเขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๑๒ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนพระรามที่ ๔ ฟากเหนือจดกับเขตถนนวิทยุฟากตะวันออก
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ ๑๒ เป็นเส้นเลียบเขตถนนวิทยุฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่เขตถนนวิทยุฟากตะวันออกตัดกับคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้
ด้านเหนือ
จากจุดที่ ๑๓ เป็นเส้นเลียบริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตกจดกับคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ ๑๔ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๑๑
(๕) บริเวณที่ ๕
จุดที่ ๑๕ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตถนนวิทยุจดกับเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้
ด้านเหนือ
จากจุดที่ ๑๕ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตก
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ ๑๖ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตกลงมาทางใต้ถึงจุดที่ ๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครฟากตะวันตกจดกับริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้
ด้านใต้
จากจุดที่ ๑๔ เป็นเส้นเลียบคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมเขตถนนวิทยุจดกับริมฝั่งคลองไผ่สิงห์โตฝั่งใต้
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ ๑๓ เป็นเส้นเลียบเขตถนนวิทยุฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๑๕
(๖) บริเวณที่ ๖
จุดที่ ๑๗ คือ จุดที่ตั้งอยู่บนเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครจดกับเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของคลองนางหงษ์ฝั่งใต้
ด้านเหนือ
จากจุดที่ ๑๗ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตรของคลองนางหงษ์ฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกถึงจุดที่ ๑๘ ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษก
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ ๑๘ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรของเขตถนนรัชดาภิเษกฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ถึงจุดที่ ๑
ด้านใต้
จากจุดที่ ๑ เป็นเส้นเลียบริมฝั่งคลองนางหงษ์ฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ ๔
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ ๔ เป็นเส้นเลียบเขตทางพิเศษเฉลิมมหานครไปทางทิศเหนือถึงจุดที่ ๑๗
ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
ข้อ ๔ ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) อาคารที่มีความสูงเกิน ๒๓ เมตร เว้นแต่อาคารเพื่อกิจกรรมการนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการนันทนาการ ซึ่งทางราชการเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์
(๒) ห้องแถวหรือตึกแถว
(๓) เพิงหรือแผงลอย
(๔) คลังสินค้า
(๕) ป้าย หรือสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นสำหรับติดตั้งป้ายทุกชนิด เว้นแต่ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายทางราชการ ป้ายชื่อสถานประกอบกิจการที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๕ ตารางเมตร
ข้อ ๕ ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) อาคารที่มีความสูงเกิน ๔๕ เมตร
(๒) อาคารตามข้อ ๔ (๒) (๓) (๔) และ (๕)
(๓) อาคารห้างสรรพสินค้าประเภทอาคารขนาดใหญ่
ข้อ ๖ ภายในบริเวณที่ ๓ บริเวณที่ ๔ บริเวณที่ ๕ และบริเวณที่ ๖ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารที่มีความสูงเกิน ๔๕ เมตร
ข้อ ๗ การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับที่ศูนย์กลางถนนที่ใกล้ที่สุดถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร
ข้อ ๘ ภายในบริเวณตามข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ ห้ามมิให้บุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖
ข้อ ๙ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ไม่ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ ก่อนหรือในวันที่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าว ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖
ข้อ ๑๐ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ไม่ได้
ข้อ ๑๑ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗
สมัคร สุนทรเวช
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๖ ออกใช้บังคับโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง การผังเมือง และการควบคุมความหนาแน่นของอาคาร ด้วยการกำหนดมาตรการควบคุมความสูง ชนิดและประเภทอาคาร โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีผลใช้บังคับเป็นการชั่วคราว มีกำหนดหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เป็นต้นไป และถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยมีผลใช้บังคับ จะทำให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเป็นอันถูกยกเลิกไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว สมควรให้มีกฎหมายใช้บังคับอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
มัตติกา/พิมพ์
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๗
ศุภสรณ์/ทรงยศ/ตรวจ
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๗
A+B
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๓๘ง/หน้า ๒๘/๒ เมษายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).