กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน
ของกระทรวงการคลัง
พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากหน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ
ตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้
รัฐมนตรีจะอนุมัติให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน
ในกรณีดังต่อไปนี้ ต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้
หรือไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมก็ได้
(๑)
โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ
(๒)
โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม
แต่ไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุนในเชิงพาณิชย์
(๓)
โครงการหรือแผนงานลงทุนใหม่ของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจตามยุทธศาสตร์ของแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
(๔)
โครงการหรือแผนงานสนับสนุนสินเชื่อของสถาบันการเงินภาครัฐตามนโยบายของรัฐบาล
ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้สถาบันการเงินภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ
ให้หน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ
ที่เสียค่าธรรมเนียมต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้หรือไม่เสียค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง
บันทึกจำนวนเงินที่เป็นส่วนต่างของค่าธรรมเนียมการค้ำประกันที่ชำระจริง
และค่าธรรมเนียมการค้ำประกันอันพึงต้องชำระตามอัตราในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการดำเนินงาน
ข้อ ๒ ภายใต้บังคับข้อ ๓
ให้สำนักงานประเมินระดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อยทุกรอบสิบสองเดือน
เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
โดยพิจารณาจาก
(๑)
ความเสี่ยงทางเครดิต ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านอุตสาหกรรม ความเสี่ยงด้านธุรกิจ
และความเสี่ยงทางการเงิน
รวมทั้งแผนการดำเนินงานในอนาคตและโครงสร้างของวงเงินกู้ยืม และ
(๒)
ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
กับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นอัตราอ้างอิง
ในกรณีที่ไม่สามารถหาส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนตาม
(๒) ได้ ให้พิจารณาระดับความน่าเชื่อถือเฉพาะความเสี่ยงทางเครดิตตาม (๑)
หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินระดับความน่าเชื่อถือตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะประกาศกำหนด
ข้อ ๓ ในกรณีที่สำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
สำนักงานจะใช้ผลการประเมินดังกล่าวเป็นผลการประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันก็ได้
ข้อ ๔ เมื่อสำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือของรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐที่กระทรวงการคลังค้ำประกันตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ
๒ หรือใช้ผลการประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐนั้นตามข้อ
๓ แล้วแต่กรณี แล้ว
ให้แจ้งผลการประเมินให้รัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐนั้นทราบ
ข้อ ๕ ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันตามข้อ ๑
ให้เรียกเก็บเป็นเงินสกุลตามที่ได้ค้ำประกันและจะเรียกเก็บปีละหนึ่งครั้งหรือปีละสองครั้งก็ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของหน่วยงานของรัฐ
๒.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๐
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
บัญญัติให้กระทรวงการคลังมีอำนาจในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันหรือค่าธรรมเนียมอื่นใดได้ในอัตราและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๐ ก/หน้า ๑๖/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).