ข้อ ๒ นิติบุคคลผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสำนักงานตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย
(๒) มีวัตถุประสงค์ในการจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
(๓) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
เว้นแต่พ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
(๔)
ผู้กระทำการแทนนิติบุคคลต้องไม่เคยเป็นผู้กระทำการแทนของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
เว้นแต่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ ๓ ให้ผู้ขออนุญาตตามข้อ
๒ ยื่นคำขออนุญาตตามแบบและสถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสาร
ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาเอกสารที่แสดงความเป็นนิติบุคคล
(๒) สำเนาหนังสือแสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ
(๓) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล
(๔) แผนที่แสดงที่ตั้งของนิติบุคคลโดยสังเขป
(๕) แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติโดยสังเขป
ในกรณีที่ขอเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น
(๖) เอกสารแสดงรายชื่อและสำเนาวุฒิการศึกษาของบุคลากร
ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการ
(๗) รายชื่อวิทยากร เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติของวิทยากร
รวมทั้งหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับนิติบุคคล
(๘)
เอกสารประกอบการฝึกอบรมหรือการฝึกซ้อมซึ่งมีเนื้อหาวิชาตามที่กำหนดในหลักสูตรที่ขออนุญาต
(๙) เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในการฝึกอบรมหรือการฝึกซ้อม
ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในหลักสูตรที่ขออนุญาต
ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลของผู้ขออนุญาตลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๔ ในการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(๑)
จัดให้มีบุคลากรซึ่งสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรมหรือการฝึกซ้อมอย่างน้อยหนึ่งคน
(๒) จัดให้มีวิทยากรซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒๖ หรือข้อ ๒๙ แล้วแต่กรณี
ที่ทำงานเต็มเวลาในหน่วยงานอย่างน้อยหนึ่งคน
(๓) จัดให้มีสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติ
และมีอุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมที่เหมาะสมกับหลักสูตร แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ ในกรณีที่หน่วยงานที่เป็นราชการส่วนกลาง
ราชการส่วนภูมิภาค
หรือราชการส่วนท้องถิ่นมายื่นขออนุญาตเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
ให้นำความตามข้อ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้นำกฎกระทรวงนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับหน่วยงานตามวรรคหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตด้วย
ข้อ ๖ เมื่อมีผู้ยื่นคำขออนุญาตและอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า
ผู้ยื่นคำขออนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ และมีความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อ
๔
ให้อธิบดีออกใบอนุญาตตามแบบที่อธิบดีกำหนดแก่ผู้ยื่นคำขออนุญาตเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
แล้วแต่กรณี ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ในกรณีมีเหตุอันสมควร อาจขยายระยะเวลาได้ซึ่งรวมแล้วต้องไม่เกินเก้าสิบวัน
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า
ผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๒
หรือไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อ ๔
ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบโดยเร็ว
ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ
๖ มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้ง บุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการ วิทยากร
หรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดจากที่ได้ยื่นขออนุญาตไว้
ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมส่งเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
และให้นำความตามข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๘ ใบอนุญาตให้มีอายุสามปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาต
และการออกใบแทนใบอนุญาต
ข้อ ๙ การขอต่ออายุใบอนุญาต
ให้ยื่นคำขอตามแบบและสถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนดไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุ
และให้นำความในข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตโดยอนุโลม
เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว
ให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
การต่ออายุใบอนุญาตให้มีอายุคราวละสามปีนับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย
หรือชำรุดในสาระสำคัญ
ให้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดดังกล่าว
การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต โดยมีกำหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้
(๑) ครั้งที่หนึ่ง สามสิบวัน
(๒) ครั้งที่สอง ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน แต่ไม่เกินหกสิบวัน
(๓) ครั้งที่สาม ไม่น้อยกว่าหกสิบวัน แต่ไม่เกินเก้าสิบวัน
ข้อ ๑๒ ให้อธิบดีมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกให้แก่ผู้รับใบอนุญาตที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงได้ในกรณี
ดังต่อไปนี้
(๑)
ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตสามครั้งและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้อีก
(๒) ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตสองครั้งและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ซ้ำในเรื่องเดียวกัน
(๓)
ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่าผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ
๒
(๔)
ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้รับใบอนุญาตเรียกเก็บเงินจากผู้รับบริการแล้วไม่จัดให้มีการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อม
(๕) ดำเนินการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๖) ออกหลักฐานการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมโดยไม่มีการดำเนินการ
ข้อ ๑๓ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ
ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่ง
ให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานของผู้รับใบอนุญาต
และให้ถือว่าได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง
วิธีการให้บริการและการกำหนดค่าบริการ
บททั่วไป
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).