กฎ ก
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ
เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนและการคัดเลือก
และแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจ
เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๕๒
แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่
๓/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงแก้ไขปรับปรุง กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนและการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร.
นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่ง กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนและการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
พ.ศ. ๒๕๔๗
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ร้อยตำรวจเอก
เฉลิม อยู่บำรุง
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรณีข้าราชการตำรวจที่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนพิจารณาทางวินัย หรือต้องหา
หรือถูกฟ้องคดีอาญา
ก่อนมีคำสั่งลงโทษทางวินัยหรือมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าได้กระทำความผิดจะต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าได้กระทำความผิดจริงหรือไม่
ดังนั้นในระหว่างที่ยังไม่สามารถพิสูจน์การกระทำความผิดได้ สิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการตำรวจดังกล่าวพึงได้รับก็ควรได้รับการพิจารณาเช่นเดียวกับข้าราชการตำรวจที่ไม่มีกรณีอยู่ระหว่างถูกสอบสวนพิจารณาทางวินัย
หรือต้องหา หรือถูกฟ้องคดีอาญา ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ข้าราชการตำรวจที่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนพิจารณาทางวินัย
หรือต้องหา หรือถูกฟ้องคดีอาญา ต้องเสียสิทธิ จึงสมควรแก้ไขกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
และการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นพลตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
พ.ศ. ๒๕๔๗
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๙ มีนาคม ๒๕๕๕
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๒๖ ก/หน้า ๒๙/๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).