กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.
๒๕๔๗ และมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการคดีพิเศษออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น
(๑๕) (๑๖) (๑๗) (๑๘) และ (๑๙) แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๔๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
(๑๕) คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
(๑๖)
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้
(๑๗)
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ
(๑๘)
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ
(๑๙)
คดีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่คดีความผิดเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ
อุทยานแห่งชาติ และที่ดิน
เฉพาะคดีที่มีความซับซ้อนจำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
หรือคดีที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
หรือคดีที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติที่สำคัญ
หรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม หรือคดีที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการ
ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน หรือคดีที่มีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัย
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิดอาญา
หรือเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา
จำเป็นต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษเพื่อที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
สมควรกำหนดให้เป็นคดีพิเศษ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๓๐ พฤษภาคม
๒๕๕๙
วิศนี/ตรวจ
๓๐ พฤษภาคม
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๔๗ ก/หน้า ๑/๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙