ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
เรื่อง
หลักเกณฑ์การประกันความเสียหายที่เกิดจากการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๕๒
โดยที่เป็นสมควรให้มีข้อบัญญัติว่าด้วยหลักเกณฑ์การประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของราชการในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
อันเนื่องมาจากการขุดดินและถมดินทั้งในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะและพื้นที่ใกล้เคียง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๖ (๕) ประกอบกับมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะและนายอำเภอเมืองนครราชสีมาจึงออกข้อบัญญัติไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
เรื่อง หลักเกณฑ์การประกันความเสียหายที่เกิดจากการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๒
ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวง
ถ้าต่อมามีกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การประกันความเสียหายที่เกิดจากการขุดดินและถมดินใช้บังคับแล้ว
หากข้อบัญญัตินี้ส่วนใดขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงให้ยกเลิกและให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงใช้บังคับต่อไป
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้
ดิน หมายความรวมถึง หิน กรวด ดินทราย
และอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน
พื้นดิน หมายความว่า
พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ
สิ่งก่อสร้าง หมายความรวมถึง ถนนคอนกรีต ถนนลาดยาง
ถนนหินคลุก ถนนดินลูกรังที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะสร้างขึ้นด้วยงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะหรือไม่ก็ตาม
ขุดดิน หมายความว่า
กระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดินหรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด ๆ
ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
เนินดิน หมายความว่า
ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน
เจ้าของที่ดิน หมายความว่า ผู้ที่ขุดดินหรือถมดิน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะขุดดินหรือถมดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะหรือนอกเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะก็ตาม
ผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดิน หมายความว่า
ผู้ที่รับดำเนินการขุดดินหรือถมดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะและในเขตพื้นที่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงลูกจ้างของบุคคลดังกล่าวนั้นด้วย
ข้อ ๕ เพื่อเป็นการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของราชการในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะอันเนื่องมาจากการขุดดินและถมดิน
ให้ผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดินซึ่งใช้เส้นทางอันเป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
ยื่นคำขอเพื่อวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นใดตามอัตราและแบบสัญญาประกันที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
หลักประกันตามวรรคหนึ่งนั้น
ให้ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
ถ้ามูลค่าความเสียหายมีจำนวนมากกว่าหลักประกันแล้ว
ผู้วางหลักประกันยังคงต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะในส่วนที่ขาดอยู่นั้น
ข้อ ๖ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือการถมดินของผู้รับจ้างนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างของราชการอันมีมูลค่าความเสียหายสูงกว่าหลักประกันตามข้อ
๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
เพื่อให้มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างหยุดการขุดดินหรือถมดินไว้เป็นการชั่วคราวแล้วให้ผู้รับจ้างวางหลักประกันเพิ่มเติมก่อนที่จะให้ดำเนินการต่อไปก็ได้
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่วางหลักประกันเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดินได้ทันที
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน
ถ้าหากไม่ดำเนินการอาจจะเกิดความเสียหายแก่ทางราชการพนักงานเจ้าหน้าที่อาจมีคำสั่งให้ผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดินหรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้
แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบโดยเร็ว
ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งเป็นหนังสือภายใน
๒ วันทำการ
นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
และให้ถือว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น
ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีหนังสือสั่งภายในกำหนดเวลาตามวรรคสาม
ให้คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอันสิ้นผล
ข้อ ๗ เจ้าของที่ดินจะวางหลักประกันความเสียหายตามข้อ
๕ และข้อ ๖ แทนผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดินก็ได้
กรณีที่เจ้าของที่ดินจะวางหลักประกันความเสียหายแทนผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดินนั้นให้นำความในข้อ
๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๘ ให้ผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดินแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความชำรุดบกพร่องภายใน
๕ วันทำการ นับแต่วันที่ขุดดินหรือถมดินแล้วเสร็จ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความชำรุดบกพร่องให้แล้วเสร็จพร้อมรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน
๕ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดิน
กรณีที่มีความชำรุดบกพร่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่คำนวณค่าความเสียหายและริบหลักประกันสัญญาตามมูลค่าความเสียหาย
และให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการคืนหลักประกันสัญญาตามส่วนที่ได้หักมูลค่าความเสียหายไว้แล้วให้แก่ผู้วางหลักประกันภายใน
๕ วันทำการนับแต่วันที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ในกรณีที่ไม่มีความชำรุดบกพร่อง
ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการคืนหลักประกันสัญญาให้แก่ผู้วางหลักประกันภายใน
๕ วันทำการนับแต่วันที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดินหรือเจ้าของที่ดินผู้วางหลักประกันจะยื่นคำขอคืนหลักประกันมาพร้อมกับหนังสือที่แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความชำรุดบกพร่องตามวรรคหนึ่งก็ได้
คำขอใด
ๆ
ที่ยื่นตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามแบบที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะกำหนด
ข้อ ๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่
ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดแบบบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ.
๒๕๔๔
ข้อ ๑๐ ในการปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น
และพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ
ข้อ ๑๑ บรรดาค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย
เงินที่ได้ริบตามสัญญาประกันความชำรุดบกพร่องตามข้อ ๕ และค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้
ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
การอุทธรณ์
ข้อ ๑๒ ผู้รับจ้างขุดดินหรือถมดิน
หรือเจ้าของที่ดินผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๖
ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน ๑๕ วันทำการนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ให้ยื่นคำขอทุเลาพร้อมอุทธรณ์
ในกรณีเช่นนี้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะอนุญาตให้ทุเลาโดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วันทำการ
นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เป็นที่สุด
บทกำหนดโทษ
ข้อ ๑๓ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัตินี้มีความผิด
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข้อ ๑๔ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ฝ่าฝืนได้
เมื่อผู้ฝ่าฝืนได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน
บริษัทหรือนิติบุคคลอื่น กระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้กรรมการ
ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้น
ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้
ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ชิด
หรือติดต่อกับที่ดินที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และได้รับความเสียหาย
เนื่องจากการกระทำความผิดนั้น เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๗ บรรดาข้อบัญญัติ ระเบียบและคำสั่งอื่นใด
ในส่วนที่มิได้ตราไว้ในข้อบัญญัตินี้ให้บังคับตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๘ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะเป็นผู้รักษาการให้เป็นตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ
ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒
วัชรพล จอนเกาะ
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
อัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
๒.
สัญญาประกันความเสียหาย
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
รชณัฐ/ปรับปรุง
๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๖ ง/หน้า ๘๗/๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).