法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

มาตรฐานสินค้าขาออก

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ.

๒๕๒๒

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๒

เป็นปีที่

๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“สินค้ามาตรฐาน” หมายความว่า

สินค้าที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นสินค้ามาตรฐาน

“มาตรฐานสินค้า” หมายความว่า

คุณภาพ ชั้น ประเภท หรือชนิดของสินค้ามาตรฐานที่กำหนดขึ้น โดยใช้ปริมาณ หน่วย

น้ำหนัก ปริมาตร ขนาดส่วนผสม ส่วนประกอบ

ส่วนสัด สี ตัวอย่าง และอื่นๆ ทั้งนี้แต่อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเป็นเกณฑ์ รวมตลอดถึงวิธีการบรรจุ

หุ้มห่อ หรือผูกมัด และวัตถุที่ใช้ในการนั้นด้วย

“ใบรับรองมาตรฐานสินค้า” หมายความว่า

เอกสารแสดงมาตรฐานสินค้าซึ่งออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้

“เครื่องหมายตรวจสอบ” หมายความว่า

ตรา แผ่นป้าย สลากหรือเครื่องหมายใดๆ ที่กำหนดขึ้นสำหรับใช้ปิด ประทับ หรือผูกติดที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ

หุ้มห่อ หรือผูกมัดเพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว

“ตราประทับ” หมายความว่า

รอยตรา หรือเครื่องหมายอื่นใดที่กำหนดขึ้นใช้ประทับที่สินค้ามาตรฐาน

หรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัด หรือที่อื่นใด

รวมทั้งวัตถุที่ใช้ร้อยหรือผูกติด หรือผูกมัดเพื่อเป็นหลักฐานในการรักษาสินค้านั้น

มิให้ถูกเพิ่มเติม สับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลง

“พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า”

หมายความว่า

ข้าราชการพนักงานของรัฐหรือขององค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งอธิบดีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ข้าราชการ

พนักงานของรัฐหรือขององค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีอำนาจ

(๑) กำหนดหรือยกเลิกสินค้าให้เป็นสินค้ามาตรฐาน

(๒) กำหนด แก้ไข หรือยกเลิกมาตรฐานสินค้า

(๓)

กำหนดเครื่องหมายที่จะมีถ้อยคำหรือไม่ก็ได้เพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้ามาตรฐานนั้นเป็นสินค้าที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการแสดงเครื่องหมายนั้น

(๔)

กำหนดด่านศุลกากรที่ผู้ส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้า

สำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิด

(๕)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

สำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิด

(๖)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้ามาตรฐานที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด

(๗) กำหนดอัตราค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

และการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

การกำหนด แก้ไข หรือยกเลิกตามมาตรานี้

ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแต่การกำหนดหรือแก้ไขตาม (๑) หรือ (๒)

ต้องระบุวันเริ่มใช้บังคับไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เว้นแต่การแก้ไขตาม (๒)

ซึ่งมีผลเป็นการผ่อนคลายภาระหน้าที่ของผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้จะให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาก็ได้”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕

ให้จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้าขึ้นในกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสำนักงานสาขาในท้องที่ซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควรเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ในท้องที่นั้นและขึ้นตรงต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้า

การจัดตั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าและสำนักงานสาขาแต่ละแห่ง

มีหัวหน้ารับผิดชอบในกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา

การแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือหัวหน้าสำนักงานสาขาให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดี”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

กำหนดกิจการอื่นและออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

ให้ใช้บังคับได้”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า”

ประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

อธิบดีกรมพาณิชย์สัมพันธ์ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกรรมการอื่นไม่เกินหกคน

ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และให้หัวหน้าสำนักงานมาตรฐานสินค้า

เป็นกรรมการและเลขานุการ

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๗ สินค้ามาตรฐานซึ่งผู้ทำการค้าขาออกประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด

ผู้ส่งหรือนำออกจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาหรือผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

และผู้ส่งหรือนำออกต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงานศุลกากร

ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๖

วรรคสอง

การจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

และการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด”

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๗ ทวิ

และมาตรา ๑๗ ตรี แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

“มาตรา ๑๗ ทวิ

ในกรณีที่รัฐมนตรีกำหนดให้สินค้าใดเป็นสินค้ามาตรฐาน

และประกาศนั้นยังไม่มีผลใช้บังคับ ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่รัฐมนตรีกำหนด

และจะประสงค์ขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าสำหรับสินค้านั้น

ให้ผู้นั้นขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก

และจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้ออกใบทะเบียนและใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้วให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำการค้าขาออก

และสินค้าที่ส่งออกนั้นเป็นสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๑๗ ตรี

มาตรา ๑๗ ตรี

ห้ามมิให้ผู้ใดเอาวัตถุอื่นเจือปนสินค้ามาตรฐานที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกจนเป็นผลให้มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานที่รู้อยู่ว่ามีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้

ในกรณีที่ผู้ครอบครองสินค้ามาตรฐานรู้ภายหลังว่าสินค้ามาตรฐานที่ครอบครองนั้นมีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด

ยังมิให้ถือว่าผู้นั้นครอบครองสินค้ามาตรฐานโดยรู้อยู่ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด

เว้นแต่ผู้ครอบครองจะไม่แก้ไขปรับปรุงคุณภาพของสินค้ามาตรฐานนั้นให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดหรือทำให้สิ้นสภาพ

หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๘

สินค้ามาตรฐานที่ได้มีการชักตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

หรือได้มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้ว

ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการกระทำอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

(๑) กระทำการใดๆ ทำให้สินค้ามาตรฐานหรือมาตรฐานของสินค้านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

(๒) ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงสลาก

เครื่องหมายตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือเครื่องหมายแสดงคุณภาพ ปริมาณ หรือน้ำหนัก

(๓) ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงตราประทับ

(๔) กระทำการใดๆ

ให้ตัวอย่างที่ได้ชักไว้เพื่อทำการตรวจสอบเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๙ ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผู้ใด

กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบทะเบียนของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรหรือจะสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่า

ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ออกตามมาตรา

๑๒ วรรคสอง

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรานี้มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยืนต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งพักใช้ทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนหลีกเลี่ยงหรือไม่ยอมรับคำสั่งนั้นให้เปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนของผู้นั้น และให้ถือว่าผู้นั้นได้รับทราบคำสั่งตั้งแต่วันปิดคำสั่งเป็นต้นไป”

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๘ ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ออกตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้

มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับ

แต่วันได้รับคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และให้นำความในมาตรา ๑๙

วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๕ ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผู้ใด

กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง

หรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้

มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และให้นำความในมาตรา ๑๙

วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๖

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๖ ให้พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามีอำนาจหน้าที่

(๑) ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

(๒) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ

เพื่อตรวจการดำเนินงานของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขามอบหมาย

และในการนี้ให้มีอำนาจนำสินค้ามาตรฐานในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ

(๓) ปฏิบัติการอื่นๆ

ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขามอบหมาย”

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๔๒ ทวิ

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

“มาตรา ๔๒ ทวิ ถ้าพบผู้ใดกำลังกระทำความผิด

หรือพยายามกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับผู้นั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ

แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาพร้อมกับของกลางโดยทันที

เพื่อดำเนินการต่อไป”

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๖

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๖

ผู้ใดเรียกเก็บค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

เกินกว่าอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๔ (๗) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี

หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือสองเท่าของจำนวนเงินที่เรียกเก็บเกิน

แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความในวรรคหนึ่ง

ไม่กระทบกระทั่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวแก่ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ”

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๑

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ แล้วให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ ตรี หรือมาตรา ๑๘

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

บรรดาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด

หรือสินค้าที่ยึดได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๗ ตรี ให้ริบเสียทั้งสิ้น

ส่วนบรรดาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด

หรือสินค้าที่ยึดได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๘ จะริบหรือไม่ก็ได้”

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖๐

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

“มาตรา ๖๐ ในกรณีความผิดตามมาตรา ๑๗ ตรี หรือมาตรา

๑๘

ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละห้าสิบจากจำนวนเงินสุทธิค่าขายของกลางที่ศาลสั่งริบ

แต่ในกรณีที่มิได้ริบของกลางหรือของกลางไม่อาจจำหน่ายได้ ให้หักจ่ายร้อยละห้าสิบจากเงินค่าปรับ

ในกรณีที่ยึดของกลางที่ต้องสงสัยในการกระทำความผิดได้โดยไม่ปรากฏตัวเจ้าของ

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายประกาศหาตัวเจ้าของมีกำหนดสามสิบวัน

หากไม่มีเจ้าของมาแสดงตัวภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ของกลางนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

และให้อธิบดีสั่งจำหน่ายของกลางนั้นแล้วหักค่าขายจ่ายเป็นเงินสินบนตามวรรคหนึ่ง

การจ่ายเงินสินบนตามวรรคหนึ่ง

ถ้าผู้นำจับมีหลายคน ให้จ่ายเงินสินบนแก่บุคคลเหล่านั้นคนละเท่าๆ กัน”

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

และให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ส.

โหตระกิตย์

รองนายกรัฐมนตรี

อัตราค่าธรรมเนียม

(๑)

คำร้องขอฉบับละ ๑๐ บาท

(๒)

การจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้า

มาตรฐานต่อสินค้ามาตรฐานประเภทหรือชนิดละ ๕,๐๐๐ บาท

(๓)

การต่ออายุใบทะเบียนตาม (๒) สำหรับสินค้า

มาตรฐานประเภทหรือชนิดละ ๔๐๐ บาท

(๔)

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ

มาตรฐานสินค้าต่อสินค้ามาตรฐานประเภท

หรือชนิดละ ๓,๐๐๐ บาท

(๕)

การต่อใบอนุญาตตาม (๔) สำหรับสินค้า

มาตรฐานประเภทหรือชนิดละ ๔๐๐ บาท

(๖)

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ทางวิชาการที่ต้องอาศัยหลักวิชา

เครื่องมือและ

อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท

(๗)

การต่ออายุใบอนุญาตตาม (๖) ฉบับละ ๒๐๐ บาท

(๘)

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

นอกจาก

(๖) ต่อสินค้ามาตรฐานประเภท

หรือชนิดละไม่เกิน ๒๐๐ บาท

(๙)

การต่ออายุใบอนุญาตตาม (๘) สำหรับสินค้า

มาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิดละไม่เกิน ๕๐ บาท

(๑๐)

ใบแทนใบทะเบียนตาม (๒) และใบแทน

ใบอนุญาตตาม

(๔) (๖) และ (๘) ฉบับละ ๑๐๐ บาท

(๑๑)

บัตรประจำตัวฉบับละ ๕๐ บาท

(๑๒)

การทดสอบความรู้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบ

มาตรฐานสินค้าตาม

(๖) ๒๐๐ บาท

(๑๓)

การทดสอบความรู้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบ

มาตรฐานสินค้าตาม

(๘) ต่อสินค้ามาตรฐาน

แต่ละประเภทหรือชนิดละ ๕๐ บาท

(๑๔)

คัดสำเนาเอกสารฉบับละ ๑๐ บาท

(๑๕)

รับรองเอกสารหรือสำเนาเอกสาร ฉบับละ ๑๐ บาท

(๑๖)

ค่าแบบพิมพ์คำร้องขอต่างๆ ฉบับหรือชุดละ ๑๐ บาท

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

เนื่องด้วยพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

ได้ประกาศใช้เป็นเวลาหลายปีแล้ว

บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวไม่เหมาะสมแก่การควบคุมและส่งเสริมมาตรฐานสินค้าของสินค้าขาออกในภาวะการณ์ปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี อธิบดี พนักงานเจ้าหน้าที่

และพนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

และสมควรกำหนดให้มีวิธีการออกใบรับรองให้แก่สินค้าก่อนวันที่ประกาศกำหนดมาตรฐานสินค้าจะมีผลใช้บังคับ

นอกจากนี้สมควรกำหนดความผิดและโทษเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถส่งเสริมและควบคุมคุณภาพของสินค้าขาออกให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

สัญชัย/ผู้จัดทำ

๑๘

มีนาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๗๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๕/๙ พฤษภาคม ๒๕๒๒

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bedcaec7c5265dd0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com