พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญา
ว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์
พ.ศ. ๒๕๖๑
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่
๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เป็นปีที่ ๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์
พ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
สนธิสัญญา หมายความว่า
สนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์
(Comprehensive Nuclear Test Ban Treaty) ซึ่งทำ ณ นครนิวยอร์ก
สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙
และรัฐบาลไทยได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙
องค์การ หมายความว่า
องค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ที่จัดตั้งขึ้นตามสนธิสัญญา
มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยขององค์การให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าองค์การเป็นนิติบุคคล
และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้องค์การ
ผู้แทนของรัฐภาคีรวมทั้งผู้แทนสำรองและที่ปรึกษา ผู้แทนของรัฐภาคีซึ่งเป็นสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะมนตรีบริหารรวมทั้งผู้แทนสำรองและที่ปรึกษา
ผู้อำนวยการใหญ่ ผู้ตรวจ ผู้ช่วยในการตรวจ
เจ้าหน้าที่ขององค์การ และผู้สังเกตการณ์ รวมตลอดถึงที่พักอาศัย
สถานที่ทำการเอกสาร หนังสือโต้ตอบ บันทึก สารตัวอย่าง
และอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติโดยที่ประชุมรัฐภาคีของคณะผู้ตรวจ
ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาและพิธีสารแนบท้ายสนธิสัญญาเพียงเท่าที่รัฐบาลได้รับและใช้บทแห่งสนธิสัญญาและพิธีสารแนบท้ายสนธิสัญญา
และความตกลงที่รัฐบาลจะได้ทำต่อไปกับองค์การ ทั้งนี้
ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่
หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับองค์การ
ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่สนธิสัญญามีผลใช้บังคับกับประเทศไทยแล้วเป็นต้นไป
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม*ประกาศวันที่สนธิสัญญามีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕[๒] ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear Test Ban Treaty) เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งสนธิสัญญาและพิธีสารแนบท้ายสนธิสัญญาได้กำหนดให้องค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์
(Comprehensive Nuclear Test Ban Treaty Organization) และผู้ปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์การได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานขององค์การในอาณาเขต
เขตอำนาจ หรือการควบคุมของรัฐภาคี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง
ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๙)
พ.ศ. ๒๕๖๒[๓]
附則
มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๑๒ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในส่วนที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วม
ให้เปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วม ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในบัญชี ๑
ท้ายพระราชบัญญัตินี้
บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในส่วนที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วม
หากเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วม
บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้รักษาการร่วม ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในบัญชี ๒
ท้ายพระราชบัญญัตินี้
*มาตรา ๑๕ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติของคณะรัฐมนตรีใดที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
อ้างถึง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ให้ถือว่าบทบัญญัตินั้นอ้างถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๗
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
สมควรจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขึ้น
เพื่อให้มีการบูรณาการ การเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นเข้าด้วยกัน และให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยในทิศทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
แผน และนโยบายในการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วิวรรธน์/จัดทำ
๓๑
กรกฎาคม ๒๕๖๑
นุสรา/ตรวจ
๖
สิงหาคม ๒๕๖๑
พิไลภรณ์/เพิ่มเติม
๘
พฤษภาคม ๒๕๖๒
วิชพงษ์/ตรวจ
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๕๓ ก/หน้า ๑๕/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
[๒] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง
กรม (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๖๒
[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๕๗ ก/หน้า ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).