กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ
พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
เรือประมง หมายความว่า เรือที่ใช้ขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ
ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำตามมาตรา ๘๗ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
การยื่นคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง
(๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล
(๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอจดทะเบียนและเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ
กรณีที่คำขอจดทะเบียนหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียน หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
กรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียน หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคำขอจดทะเบียนนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ
ข้อ ๔ ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอจดทะเบียน และให้นัดวันและเวลาโดยแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ เพื่อทำการตรวจสอบเรือประมง
ในกรณีที่เรือประมงมิได้จอดอยู่ในท้องที่ที่ยื่นคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมและค่าป่วยการพิเศษในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๕ การพิจารณาอนุญาตให้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นจดทะเบียนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๙
(๒) เรือประมงต้องเป็นเรือลำเดียวกับที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน และต้องมีทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย
(๓) เรือประมงต้องมีใบอนุญาตใช้เรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยที่มีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวันในวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียน และต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด
(๔) เรือประมงที่ขอจดทะเบียนต้องเป็นเรือประมงที่ทำการขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำเพียงอย่างเดียว โดยต้องไม่มีการติดตั้งเครื่องมือทำการประมง
(๕) เรือประมงที่ขอจดทะเบียนต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยเรือประมงจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามมาตรา ๙๘
ข้อ ๖ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียนและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน กรณีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย
ข้อ ๗ เมื่อผู้ขอจดทะเบียนได้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำให้แก่ผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ ๘ ใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำให้ใช้ได้ตลอดไปจนกว่าจะมีการเพิกถอน
ข้อ ๙ เจ้าของเรือที่ได้จดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำต้องนำสำเนาใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำติดไปกับเรือประมงนั้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
ข้อ ๑๐ ผู้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำต้องยื่นสำเนาใบอนุญาตใช้เรือและสำเนาหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยเรือประมงต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สถานที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ทุกปี หลังจากที่ได้รับการจดทะเบียน โดยให้ยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันครบรอบระยะเวลาหนึ่งปีที่ได้รับการจดทะเบียน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารตามวรรคหนึ่ง หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือผู้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำไม่ยื่นเอกสารภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำยื่นเอกสารให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำไม่นำมายื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาเพิกถอนใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำนั้น
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ปรากฏว่า เจ้าของเรือที่ได้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ หรือประกาศที่ออกตามมาตราดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาเพิกถอนใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำนั้น
ข้อ ๑๒ ผู้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำผู้ใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สถานที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
ข้อ ๑๓ คำขอจดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ ใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ และคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนประกอบกับมาตรา ๘๗ แห่งพระราชกำหนดดังกล่าวบัญญัติห้ามมิให้มีการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล เว้นแต่เป็นการขนถ่ายไปยังเรือประมงที่ได้จดทะเบียนให้เป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ชวัลพร/ปริยานุช/จัดทำ
๓ มีนาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑๖/๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).