ข้อ ๑๕ เมื่อได้ส่งข้อมูลของลูกค้าของสมาชิกให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตแล้ว
ให้สมาชิกแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับการส่งข้อมูลดังกล่าวตามที่กำหนดในหมวดนี้
โดยแจ้งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้ตกลงกันตามความสมัครใจของลูกค้า
ในกรณีที่มีการตกลงให้แจ้งโดยวิธีอื่นและสมาชิกไม่สามารถดำเนินการตามวิธีการดังกล่าวได้ให้สมาชิกแจ้งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์แทน
โดยต้องชี้แจงให้ทราบถึงวิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีการแจ้งข้อมูลแต่ละประเภทที่ลูกค้าเลือกอย่างชัดเจน
และต้องจัดทำทะเบียนบันทึกการแจ้งดังกล่าวและจัดเก็บไว้ ณ
ที่ทำการของสมาชิกเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
ข้อ ๑๖ การส่งข้อมูลของลูกค้าของสมาชิกให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตเป็นครั้งแรก
ให้สมาชิกแจ้งให้ลูกค้าทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งข้อมูลให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต
ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการส่งข้อมูลให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตได้ทันภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
สมาชิกอาจขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้อีกครั้งหนึ่งไม่เกินสิบห้าวัน
โดยให้ยื่นคำขอขยายระยะเวลาเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตเพื่อพิจารณาก่อนครบวันครบกำหนดที่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบไม่น้อยกว่าสามวันทำการโดยจะต้องชี้แจงเหตุผลหรือความจำเป็นประกอบคำขอขยายระยะเวลาไว้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้
ให้มีผลเป็นการอนุญาตเมื่อพ้นกำหนดสามวันทำการนับแต่วันที่สมาชิกยื่นหนังสือดังกล่าว
เว้นแต่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่สมาชิกไม่สามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ทันภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งอันเนื่องจากเหตุสุดวิสัย
ให้สมาชิกแจ้งให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตทราบถึงเหตุสุดวิสัยดังกล่าวโดยทันทีเมื่อเหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง
และให้รายงานวิธีการแก้ไขภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง
ข้อ ๑๗ การส่งข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของประวัติการชำระสินเชื่อ
และประวัติการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิตให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต
ให้สมาชิกถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดว่า
ข้อมูลของลูกค้าในปีบัญชีใดที่สมาชิกส่งให้บริษัทข้อมูลเครดิตให้สมาชิกแจ้งให้ลูกค้าทราบในปีบัญชีนั้น
หรือไม่เกินกว่าสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น
โดยอาจแจ้งทุกครั้งที่มีการส่งข้อมูลหรือรวบรวมแจ้งในคราวเดียวกัน
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๘ เมื่อประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อมูลของลูกค้าที่ผิดนัดชำระหนี้ซึ่งสมาชิกได้นำส่งให้บริษัทข้อมูลเครดิต
และบริษัทข้อมูลเครดิตได้ทำการประมวลผลอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับให้สมาชิกและบริษัทข้อมูลเครดิตดำเนินการ
ดังนี้
(๑)
กรณีที่ข้อมูลของลูกค้าที่สมาชิกได้ส่งไว้นั้นล่วงพ้นระยะเวลาที่ต้องส่งตามข้อ ๙
วรรคหนึ่งให้สมาชิกหยุดส่งข้อมูลดังกล่าว
(๒) กรณีที่ข้อมูลของลูกค้าที่อยู่ระหว่างการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิตมีอายุของข้อมูลเกินกว่าแปดปีนับแต่วันที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เกินเก้าสิบวัน
ให้บริษัทข้อมูลเครดิตหยุดการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว
(๓)
กรณีที่ข้อมูลของลูกค้าที่สมาชิกส่งล่วงพ้นระยะเวลาที่ต้องส่งตามข้อ ๙
วรรคหนึ่งแล้วแต่อายุของข้อมูลยังไม่ครบแปดปีนับแต่วันที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เกินเก้าสิบวัน
ให้บริษัทข้อมูลเครดิตดำเนินการประมวลผลได้ไม่เกินแปดปี
ข้อ ๑๙ ให้สมาชิกและบริษัทข้อมูลเครดิตสามารถถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิตและการส่งข้อมูลเครดิตของสมาชิก
และประกาศเกี่ยวกับอายุข้อมูลในการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิตที่ได้กำหนดไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับต่อไปได้
แต่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
ในกรณีที่สมาชิกไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตเป็นรายกรณี
ก่อนครบระยะเวลาตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ซึ่งประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตอาจพิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินการให้ได้ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งสิ้นสุดลง
ทั้งนี้
จะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด ๆ ประกอบการอนุญาตด้วยก็ได้
ประกาศ
ณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗
ประสาร
ไตรรัตน์วรกุล
ประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๔ กันยายน
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง/หน้า ๒๔/๑๙ กันยายน ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).