พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของ
แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลจังหวัดบุรีรัมย์
ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลจังหวัดลำปาง ศาลจังหวัดสระบุรี
และศาลจังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๐
เป็นปีที่ ๕๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลจังหวัดลำปาง ศาลจังหวัดสระบุรี และศาลจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้น และกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘ และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลจังหวัดลำปาง ศาลจังหวัดสระบุรี และศาลจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ. ๒๕๔๐
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรีขึ้นในจังหวัดจันทบุรี เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรี โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดจันทบุรี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๔ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดบุรีรัมย์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๕ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดภูเก็ตขึ้นในจังหวัดภูเก็ต เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดภูเก็ต โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดภูเก็ต และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๖ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดลำปางขึ้นในจังหวัดลำปาง เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดลำปาง โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดลำปาง และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๗ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดสระบุรีขึ้นในจังหวัดสระบุรี เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดสระบุรี โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดสระบุรี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๘ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดสุพรรณบุรี โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดสุพรรณบุรี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลจังหวัดลำปาง ศาลจังหวัดสระบุรี และศาลจังหวัดสุพรรณบุรี สมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลจังหวัดลำปาง ศาลจังหวัดสระบุรี และศาลจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้นด้วย และโดยที่มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติว่า การจัดตั้งสถานพินิจและการกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจกระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริญสินีย์/พิมพ์
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔ ก/หน้า ๖/๗ มีนาคม ๒๕๔๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).