พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลท่าเสา
ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า ตำบลบ้านเกาะ
อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
พ.ศ. ๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่ ๓๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลท่าเสา ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ภูมิประเทศที่งดงามและสภาพแวดล้อม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลท่าเสา ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
พระราชกฤษฎีกานี้ให้มีอายุห้าปี
มาตรา ๔
ให้ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองเป็นเจ้าพนักงานการผังตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๕
เขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกานี้
อยู่ในท้องที่ตำบลท่าเสา ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลท่าเสา
ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และตำบลชัยจุมพล
อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. ๒๕๒๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงเป็นการสมควรที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม
โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และภูมิประเทศที่งดงามหรือมีคุณค่าในทางธรรมชาติ ดังนั้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปทำการสำรวจที่ดินเพื่อดำเนินการดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สุกัญญา/พิมพ์
๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๙
สุนันทา/ฐิติพงษ์/ตรวจ
A+B
๙ สิงหาคม ๒๕๔๙
วิภา/ปรับปรุง
๓ สิงหาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๑๗๓/ฉบับพิเศษ หน้า
๔๓/๕ ตุลาคม ๒๕๒๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).