พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัด
วัดบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง
อำเภอสว่างวีระวงศ์
จังหวัดอุบลราชธานี
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด วัดบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง
อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่กรมทางหลวง
เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ สายสีคิ้ว - อุบลราชธานี ตอนเลี่ยงเมืองอุบลราชธานีด้านตะวันออก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์
จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัด
วัดบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ ๑ ไร่
๙๖ ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์
จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๔ สายสีคิ้ว - อุบลราชธานี ตอนเลี่ยงเมืองอุบลราชธานีด้านตะวันออก
ตามที่ได้กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ สายสีคิ้ว - อุบลราชธานี
ตอนเลี่ยงเมืองอุบลราชธานีด้านตะวันออก พ.ศ. ๒๕๓๙ เสร็จแล้ว
และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ตอน กม. ที่ ๓๐ + ๗๐๖.๕๐ - กม. ที่ ๓๐ + ๘๐๑.๒๐
ถูกที่วัด วัดบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี
เนื้อที่ ๑ ไร่ ๙๖ ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๓๙๔๒
ซึ่งกรมทางหลวงได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง
และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดบ้านบัวเทิงได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทางหลวงแล้ว
สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๗ ก/หน้า ๑๙/๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).