พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ
(ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่
๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกานี้แทน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
๒. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
๓. บัญชีอัตราตำแหน่งและเงินเดือนข้าราชการการเมือง
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากบัญชีอัตราเงินเดือนของข้าราชการในปัจจุบันได้บังคับใช้มาเป็นเวลานาน
ไม่เหมาะสมกับภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นมาก
สมควรปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
โดยปรับเพิ่มในอัตราร้อยละห้าเท่ากันทุกอัตราสำหรับข้าราชการทุกประเภท และโดยที่มาตรา
๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘
บัญญัติให้การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรปรับเพิ่มเป็นร้อยละเท่ากันทุกอัตราสำหรับข้าราชการทุกประเภทและไม่เกินร้อยละสิบของอัตราที่ใช้บังคับอยู่
เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากรัฐสภาแล้ว ให้กระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๔ เมษายน ๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๔ เมษายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๗/๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).