มาตรา ๒๓*
ตำแหน่งข้าราชการอัยการมีดังนี้ อัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุด
อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี
อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ อัยการพิเศษประจำเขต
อัยการพิเศษประจำกรม อัยการจังหวัดประจำกรม อัยการจังหวัด
อัยการประจำกรม รองอัยการ
จังหวัด อัยการประจำกอง อัยการจังหวัดผู้ช่วย
และอัยการผู้ช่วย
นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการอัยการที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้
ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง ให้
กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วยความเห็นชอบของ ก.อ.
*[มาตรา ๒๓
แก้ไขโดยพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๒๔*
ข้าราชการอัยการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
ดังต่อไปนี้
(๑) อัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๘
(๒) รองอัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๗
(๓) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ
และอัยการพิเศษประจำเขต ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๖
(๔) อัยการพิเศษประจำกรม ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๕
(๕) อัยการจังหวัดประจำกรม และอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๔
(๖) อัยการประจำกรม และรองอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๓
(๗) อัยการประจำกอง และอัยการจังหวัดผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๒
(๘) อัยการผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๑
สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ
ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น
ในกรณีข้าราชการอัยการได้เลื่อนตำแหน่ง ให้รับเงินเดือนในชั้นที่สูงขึ้นตาม
ตำแหน่ง และให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นนั้น
แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของ
ชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของชั้นนั้น
ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ในกรณีที่
เงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้นไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่ง
มีจำนวนสูงมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด
*[มาตรา ๒๔
แก้ไขโดยพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๒๔ ทวิ*
ให้ข้าราชการอัยการได้รับเงินประจำตำแหน่งตามตำแหน่งที่ได้
รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้
(๑) อัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๘
(๒) รองอัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๗
(๓) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ
และอัยการพิเศษประจำเขต ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๖
(๔) อัยการพิเศษประจำกรม ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๕
(๕) อัยการจังหวัดประจำกรมและอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง
ชั้น ๔
(๖) อัยการประจำกรมและรองอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ชั้น ๓
(๗) อัยการประจำกองและอัยการจังหวัดผู้ช่วย ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง
ชั้น ๒
สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ
ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งนั้น
*[มาตรา ๒๔ ทวิ
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๒๕
การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
อัยการผู้ช่วย
ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง
โดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้
แต่ถ้าผู้ใด
(๑) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดย
มีหลักสูตรการศึกษาเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.อ.
เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้
ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(๒) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ
โดยมีหลักสูตรการศึกษาหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี
หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่า
สองปี ซึ่ง ก.อ. เทียบว่า ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษา
กฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ (๑) (ค) เป็นเวลา
ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๓) สอบไล่ได้เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิตและสอบไล่ได้
ชั้นเกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
และได้ประกอบ
วิชาชีพ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ (๑) (ค)
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ
(๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทย และ
สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
และได้ประกอบ
วิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ (๑) (ค)
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
เมื่อ ก.อ.พิจารณาเห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๓ (๒) ถึง (๑๒)
และได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้ว
เห็นสมควรที่จะให้เข้ารับราชการ ก็ให้
นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีสั่งบรรจุเป็นข้าราชการ
อัยการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยได้ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และอัตราส่วน
ของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ตามที่ ก.อ. กำหนด
การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้บรรจุให้ได้รับ
เงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้น
มาตรา ๒๖
อัยการผู้ช่วยที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัด
ผู้ช่วยจะต้องได้รับการอบรมจากกรมอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
และผลของการอบรมเป็นที่
พอใจของ ก.อ. ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และความประพฤติ
เหมาะสมที่จะเป็นอัยการ
จังหวัดผู้ช่วย
อัยการผู้ช่วยซึ่งได้รับการอบรมจากกรมอัยการมาแล้วหนึ่งปี แต่ผลของการ
อบรมยังไม่เป็นที่พอใจของ ก.อ.
ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และความประพฤติ เหมาะสมที่
จะเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วย
ก็ให้ได้รับการอบรมจากกรมอัยการต่อไปอีกหนึ่งปี เมื่อครบกำหนด
ดังกล่าวแล้วหากผลของการอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของ ก.อ.
ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชา
ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ
ในระหว่างเวลาปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดผู้ช่วย
หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปให้นายกรัฐมนตรีหรือ
ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ
ก.อ. มีอำนาจสั่งให้
ออกจากราชการ
มาตรา ๒๗
การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งนอกจากตำแหน่ง
อัยการผู้ช่วยให้ประธาน ก.อ.เสนอ ก.อ.
โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ
ประวัติการปฏิบัติราชการของบุคคลนั้นเทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการอัยการที่จะได้รับ
แต่งตั้งนั้น ๆ
เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงนำความกราบบังคมทูล
เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
มาตรา ๒๘
การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรี
เป็นผู้สั่งเลื่อน ในเมื่อได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. แล้ว
โดยปกติปีละหนึ่งขั้น โดยคำนึงถึงคุณภาพ
และปริมาณงานของตำแหน่งและผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา
การรักษาวินัย ตลอดจนความสามารถ
และความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ.
กำหนด
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนด ให้ออกเป็นกฎกระทรวง
มาตรา ๒๙
การโอนข้าราชการอัยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการ
ธุรการ โดยให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอน
ให้รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้น
ยินยอม และ ก.อ. เห็นชอบ
การโอนข้าราชการอัยการไปเป็นข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่นให้
รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้นยินยอม และ
ก.อ.เห็นชอบ
*วรรคสาม
*[มาตรา ๒๙ วรรคสาม ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ฉบับที่ ๔๙ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔]
มาตรา ๓๐
การโอนข้าราชการธุรการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการ
อัยการโดยให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมา
อาจทำได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบ แต่ข้าราชการ
ธุรการผู้นั้นอย่างน้อยต้องเคยเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการประจำกอง
หรืออัยการจังหวัด
ผู้ช่วยมาแล้ว
มาตรา ๓๑
ข้าราชการอัยการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการไปโดยมิได้
มีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไปรับราชการ
ในกระทรวงทบวงกรมอื่นเมื่อจะ
กลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการอัยการโดยรับเงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ
อัยการ ถ้าไม่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา ๓๓ (๒) ถึง (๑๒)
ก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.อ.
เห็นชอบ
มาตรา ๓๒ ข้าราชการอัยการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการ
รับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหาร
โดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับเข้ารับ
ราชการในตำแหน่งข้าราชการอัยการ
โดยรับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหาร ให้
ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหารในกรณีเช่นว่านี้
ให้
รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบ
แต่ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่ไปรับราชการ
ทหารให้บรรจุได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่ง ก.อ.
จะได้กำหนด
การสอบคัดเลือก
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).