กฎกระทรวง
การขอขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน และการเพิกถอน
การขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรหรือที่จะใช้ปลูกสมุนไพร
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
คำขอ หมายความว่า คำขอขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร หรือที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพร
ผู้ขอขึ้นทะเบียน หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินซึ่งขอขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรหรือที่ดินจะใช้ปลูกสมุนไพร
ที่ดิน หมายความว่า ที่ดินที่เอกชนเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ครอบครอง โดยอาจเป็นที่ดินของเอกชนหรือที่ดินของรัฐที่เอกชนมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ข้อ ๒ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนมีสองประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) หนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร
(๒) หนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียนที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพร
การขอขึ้นทะเบียน
ข้อ ๓ ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีสิทธินำที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรหรือที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพรไปยื่นคำขอต่อนายทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือหรือขอรับการสนับสนุนตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
(ก) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้
(ข) สำเนาทะเบียนบ้าน
(ค) แผนที่แสดงที่ตั้งของที่ดิน
(ง) สำเนาหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายสำเนาสัญญาเช่าการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือหนังสือรับรองจากเจ้าของที่ดิน
หรือสำเนาหนังสืออนุญาตการใช้ประโยชน์จากรัฐ แล้วแต่กรณี พร้อมกับสำเนาหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น
(๒) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล
(ก) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล
(ข) สำเนาหนังสือรับรองแสดงวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลและผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนนิติบุคคลซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน
โดยมีคำรับรองของผู้มีอำนาจให้คำรับรองตามกฎหมายไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองนั้น
(ค) แผนที่แสดงที่ตั้งของที่ดิน
(ง) สำเนาหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย สำเนาสัญญาเช่าการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือหนังสือรับรองจากเจ้าของที่ดิน
หรือสำเนาหนังสืออนุญาตการใช้ประโยชน์จากรัฐ แล้วแต่กรณี
พร้อมสำเนาหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น
(จ) เอกสารตาม (๑) (ก) และ (ข) ของผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล
ข้อ ๔ ในการยื่นคำขอ นอกจากต้องยื่นเอกสารและหลักฐานตามข้อ
๓ แล้ว ให้แนบเอกสารและหลักฐานซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) วัตถุประสงค์ในการขอขึ้นทะเบียน
(๒) จำนวนเนื้อที่ที่ดินที่ขอขึ้นทะเบียน
(๓) ผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการจัดการสมุนไพรในพื้นที่
(๔) ชื่อและชนิดของสมุนไพรที่ต้องการปลูกในพื้นที่
กรณีการขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรต้องมีเอกสารหรือหลักฐานการสำรวจพื้นที่เพื่อระบุข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
เช่น ชื่อและชนิดของสมุนไพรที่เกิดตามธรรมชาติ ความหลากหลายและร่องรอยพันธุ์
เมื่อได้รับคำขอขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง
ให้นายทะเบียนออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๕ ในการยื่นคำขอตามข้อ ๓ ให้นายทะเบียนพิจารณาตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
(ก) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
(ข) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
(ค) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(ง) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๒) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล
(ก) มีลักษณะตาม (๑) (ข) และ (ง)
(ข) มีการดำเนินการเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร
(ค) กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลต้องมีลักษณะตาม
(๑)
ข้อ ๖ การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้ยื่นต่อนายทะเบียน
ณ สถานที่ที่ดินที่จะขอขึ้นทะเบียนนั้นตั้งอยู่ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข
(๒) ในจังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยงานของรัฐที่อธิบดีประกาศกำหนด
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง
ให้ยื่นด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
หรือโดยวิธีการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานแล้ว
หากนายทะเบียนเห็นว่าคำขอ เอกสาร หรือหลักฐานนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้มีหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งผู้ขอขึ้นทะเบียนให้แก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนละทิ้งคำขอและไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขอนั้น และให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ในกรณีที่เห็นว่าคำขอ
เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้นายทะเบียนออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน และมีหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบพร้อมชำระค่าธรรมเนียมการขอขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
หากผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้นายทะเบียนยกคำขอนั้น
และให้มีหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งผู้ขอขึ้นทะเบียนโดยไม่ชักช้า
ให้นายทะเบียนหรือผู้ที่นายทะเบียนมอบหมายตรวจสอบสถานที่ตั้งของที่ดินที่ขอขึ้นทะเบียนก่อนออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
หากนายทะเบียนเห็นว่าไม่สมควรออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
ให้มีหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแจ้งคำสั่งไม่ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน พร้อมเหตุผลไปยังผู้ขอขึ้นทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว
ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตามกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๘ เมื่อนายทะเบียนจังหวัดออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้ว
ให้นายทะเบียนจังหวัดแจ้งการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนพร้อมสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจัดส่งไปยังนายทะเบียนกลางเพื่อรวบรวมจัดเก็บในสารบบ
และให้นายทะเบียนกลางรายงานการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนที่ดินทั้งกรณีที่นายทะเบียนจังหวัดและนายทะเบียนกลางเป็นผู้ออกต่อคณะกรรมการทุกหกเดือน
ข้อ ๙ ในกรณีที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสูญหาย ถูกทำลาย
หรือลบเลือนในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนยื่นคำขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมใบแทนหนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรในวันที่รับใบแทนดังกล่าว
ใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนให้ใช้ตามแบบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนฉบับเดิม
และให้มีคำว่า ใบแทน กำกับไว้ที่ด้านหน้า และให้ระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อนายทะเบียนกำกับด้วย
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ
ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ขึ้นทะเบียน
(๒) ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง
(๓) ไม่เปลี่ยนแปลงเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่ได้ขึ้นทะเบียน เว้นแต่กรณีตามข้อ
๑๑
(๔) ใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ข้อ ๑๑ กรณีผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนถึงแก่ความตาย
หากทายาทประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือหรือขอรับการสนับสนุนต่อไป ให้ทายาทแจ้งเป็นหนังสือพร้อมกับเอกสารและหลักฐานตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อนายทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนถึงแก่ความตาย
หากไม่แจ้งภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสิ้นผล
การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน
ข้อ ๑๒ กรณีผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะดำเนินการตามที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
ให้ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแจ้งต่อนายทะเบียนทราบ และให้นายทะเบียนดำเนินการเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
ข้อ ๑๓ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนในกรณีที่พบเหตุหนึ่งเหตุใด
ดังต่อไปนี้
(๑) ปรากฏในภายหลังว่าผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ
๕
(๒) ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อ ๑๐
(๓) ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนถึงแก่กรรม และทายาทไม่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนที่ดินดังกล่าวต่อไปตามข้อ
๑๑
ข้อ ๑๔ ก่อนที่จะสั่งเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตามข้อ
๑๓ ให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนหรือทายาท
แล้วแต่กรณี ทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว
ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง
นายทะเบียนอาจจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้
ข้อ ๑๕ เมื่อนายทะเบียนได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
เห็นว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนนั้นได้
และให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนดังกล่าว
ข้อ ๑๖ เมื่อนายทะเบียนจังหวัดเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้ว
ให้นายทะเบียนจังหวัดแจ้งการเพิกถอนดังกล่าวพร้อมสำเนาที่แสดงการเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจัดส่งไปยังนายทะเบียนกลางเพื่อรวบรวมจัดเก็บในสารบบ
และให้นายทะเบียนกลางรายงานการเพิกถอนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนทั้งกรณีที่นายทะเบียนจังหวัดและนายทะเบียนกลางเป็นผู้เพิกถอนต่อคณะกรรมการทุกหกเดือน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑
ปิยะสกล สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรหรือที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพร
มีสิทธินำที่ดินนั้นไปขอขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือหรือขอรับการสนับสนุนได้ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เพื่อสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาสมุนไพร สมควรกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการขอขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรหรือที่จะใช้ปลูกสมุนไพร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปุณิกา/จัดทำ
๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่
๓๕ ก/หน้า ๙/๑๘ พฤษภาคม
๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).