พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาล
และสุขาภิบาล
พ.ศ.
๒๕๐๓
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓
เป็นปีที่
๑๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล
พ.ศ. ๒๕๐๓
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลนครกรุงเทพและเขตเทศบาลนครธนบุรี
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
เมื่อจะใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับในเขตเทศบาลอื่นใดหรือในเขตสุขาภิบาลใด
ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
จอดยานยนตร์ หมายความรวมถึงหยุดยานยนตร์
เว้นแต่การหยุดนั้นจะเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัย
และจะนำยานยนตร์นั้นเคลื่อนไปไม่ได้
ที่จอดยานยนตร์ หมายความว่า
ที่ที่เทศบาลหรือสุขาภิบาลกำหนดและจัดไว้เป็นที่จอดยานยนตร์ตามพระราชบัญญัตินี้
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔
ให้เทศบาลมีอำนาจตราเทศบัญญัติและให้สุขาภิบาลมีอำนาจตราข้อบังคับสุขาภิบาล
เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดและจัดให้มีที่จอดยานยนตร์ในทางหลวงหรือในที่สาธารณะสำหรับยานยนตร์แต่ละชนิดหรือประเภท
(๒) กำหนดระเบียบการจอดยานยนตร์ในที่จอดยานยนตร์
(๓)
กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์ไม่เกินอัตราในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้
(๔) กำหนดระยะเวลาจอดยานยนตร์
ระยะเวลาที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมและการยกเว้นค่าธรรมเนียม
มาตรา ๕
ให้บุคคลต่อไปนี้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อปฏิบัติการภายในเขตอำนาจหน้าที่ของตน
(๑) นายกเทศมนตรี และประธานกรรมการสุขาภิบาล
(๒)
พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการจราจรตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
(๓) พนักงานเทศบาลซึ่งคณะเทศมนตรีแต่งตั้ง
และพนักงานสุขาภิบาลซึ่งคณะกรรมการสุขาภิบาลแต่งตั้ง
มาตรา ๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑)
ควบคุมการจอดยานยนตร์ในที่จอดยานยนตร์ให้เป็นไปตามระเบียบการจอดยานยนตร์
(๒) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์ในที่จอดยานยนตร์ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในเทศบัญญัติหรือข้อบังคับสุขาภิบาล
แล้วแต่กรณี
(๓)
สั่งให้ผู้ขับขี่หยุดยานยนตร์ในที่จอดยานยนตร์หรือบริเวณใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการเสียค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์
(๔) สั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขับขี่ยานยนตร์ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าได้ฝ่าฝืนเทศบัญญัติหรือข้อบังคับสุขาภิบาลที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ไปชี้แจงเกี่ยวด้วยการฝ่าฝืนนั้น ณ
ที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ออกคำสั่งดังกล่าว
ถ้าไม่พบตัวผู้ขับขี่ยานยนตร์ ให้ติดไว้กับยานยนตร์เพื่อให้ผู้ขับขี่เห็นได้เมื่อมาที่ยานยนตร์
มาตรา ๗
ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัติหรือข้อบังคับสุขาภิบาลที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา ๘
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา ๙ เงินค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้
ให้เป็นรายได้ของเทศบาลหรือสุขาภิบาลแห่งท้องถิ่นที่ความผิดได้เกิดขึ้น
มาตรา ๑๐
เงินค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ตามพระราชบัญญัตินี้
ตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ของสถานที่ดังกล่าว การบูรณะทางหลวงและสะพาน
กับการชดใช้เงินกู้ในการก่อสร้างและบูรณะทางหลวงและสะพาน
ในเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลเท่านั้น
มาตรา ๑๑
พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระทั่งอำนาจของเจ้าพนักงานจราจรตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่จะกำหนดการจราจรในที่จอดยานยนตร์เป็นการชั่วคราว
มาตรา ๑๒
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ถ. กิตติขจร
รองนายกรัฐมนตรี
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนตร์
๑.
รถยนตร์ ๑.๐๐ บาท ต่อครึ่งชั่วโมง
๒.
รถจักรยานยนตร์
๕๐ บาท ต่อครึ่งชั่วโมง
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมีผู้ใช้ยานยนตร์ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ย่อมมีปัญหายุ่งยากในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจราจรและสถานที่สำหรับจอดยานยนตร์
นอกจากนั้นการสร้างและบูรณะถนนหนทางในขณะนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นอันมาก
จึงเป็นการสมควรที่จะให้อำนาจแก่เทศบาล
และสุขาภิบาลจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในทางหลวงหรือในที่สาธารณะ
และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายได้เพิ่มขึ้น รายได้ที่ได้จากการนี้
ให้นำมาใช้จ่ายในการจัดทำที่จอดยานยนตร์บูรณะทางหลวงและสะพานหรือชดใช้เงินกู้ที่กู้มาใช้จ่ายในการนี้
สัญชัย/ผู้จัดทำ
๒๑
มกราคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๗/ตอนที่ ๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๔/๑๓ เมษายน ๒๕๐๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).