พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกพิจิตร
พ.ศ. ๒๕๔๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
เป็นปีที่
๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกพิจิตร
ในท้องที่ตำบลหนองหลุม อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา ๓๖ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกพิจิตร พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกพิจิตร
ในท้องที่ตำบลหนองหลุม อำเภอวชิรบารมี
จังหวัดพิจิตร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.[๒] แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกพิจิตร
พ.ศ. ๒๕๔๕ (แก้ไขเพิ่มเติม)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขต
นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร (ฉบับที่ ๒)[๓]
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการลงทุนและใช้แรงงานภายในประเทศมากขึ้น
และอำนวยความสะดวกในด้านสาธารณูปโภคแก่ผู้ลงทุนเพื่อการส่งออกได้ดียิ่งขึ้น
สมควรจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกพิจิตรในท้องที่ตำบลหนองหลุม อำเภอวชิรบารมี
จังหวัดพิจิตร เพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๓๖ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า การจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมส่งออกให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปิยะธิดา/ปรับปรุง
๑๕ สิงหาคม
๒๕๖๑
นุสรา/ปุณิกา/เพิ่มเติม
๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๖๘ ก/หน้า ๑๐/๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๕
[๒] ประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขต นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร (ฉบับที่ ๒)
[๓]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๗๑ ง/หน้า ๓๓/๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).