法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)

เจ้าพระยายมราช

พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะบำรุงมาตรฐานการประกอบโรคศิลปะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ เป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๐/-/๑๖๐/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖พระราชบัญญัติการแพทย์เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๒ พระราชบัญญัติการแพทย์แก้ไข

เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

“ปริญญาหรือประกาศนียบัตร” หมายความว่า ปริญญาหรือประกาศนียบัตร

ที่ผู้รับได้เข้าฟังคำบรรยาย และเข้ารับการฝึกอบรมจบหลักสูตรที่สถานศึกษานั้น ๆ

“โรคศิลปะ” หมายความว่า กิจการใด ๆ อันกระทำโดยตรงต่อร่างกาย

ของมนุษย์ในการบำบัดโรคซึ่งรวมตลอดถึงการตรวจโรค และป้องกันโรคในสาขาต่าง ๆ

ดังต่อไปนี้

(๑) เวชกรรม คือ การตรวจโรค การป้องกันโรค หรือการบำบัดโรคมนุษย์ด้วยกรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะตามแผนนั้น ๆ

(๒) ทันตกรรม คือ การตรวจหรือการบำบัดโรคฟัน หรืออวัยวะที่เกี่ยวกับฟันโดยตรง หรือการทำฟันในช่องปากของมนุษย์

(๓) เภสัชกรรม คือ การปรุงยาหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ ขึ้นเป็นยาสำหรับมนุษย์

(๔) การพยาบาล คือ การกระทำในการช่วยเหลือผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการของโรค

(๕) การผดุงครรภ์ คือ การตรวจและการปฏิบัติต่อหญิงมีครรภ์ เพื่อป้องกันความผิดปกติในการคลอดบุตร การทำคลอด ตลอดถึงการดูแลมารดาและทารกในระยะหลังคลอด

(๖) กายภาพบำบัด คือ การกระทำในการช่วยเหลือผู้ป่วยเพื่อบำบัดป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูการเสื่อมสมรรถภาพ หรือความพิการของร่างกาย หรือจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด ซึ่งได้แก่ การดัด การดึง การประคบ การนวด การบริหารร่างกายหรืออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของผู้ป่วย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการกระทำด้วยวิธีต่าง ๆ ดังกล่าว ตามหลักวิทยาศาสตร์

หรือการกระทำอื่นที่รัฐมนตรีประกาศเป็นวิธีการทางกายภาพบำบัด หรือการใช้เครื่องมือกายภาพบำบัด ซึ่งได้แก่เครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเครื่องมือกายภาพบำบัด

(๗) เทคนิคการแพทย์ คือ การกระทำใด ๆ ด้วยกรรมวิธีทางห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและทำนายความรุนแรงของโรค

โรคศิลปะตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการผ่าตัด ฉีดยา ฉีดสสารหรือสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าในร่างกายและการใช้เครื่องมือกายภาพบำบัดเพื่อการเสริมสวย การคุมกำเนิด การทำหมัน หรือการบำรุงร่างกายด้วย

“การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์

*“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป และการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์

*[นิยามคำว่า “การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ“ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐]

*“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป” หมายความว่าการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งศึกษาโดยอาศัยความรู้จากตำราหรือการเรียนสืบต่อกันมา อันมิใช่การศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์

*[นิยามคำว่า “การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐]

*“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์” หมายความว่าการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งศึกษาโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ประกอบและไม่ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษา นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และเป็นการศึกษาจากสถานศึกษาที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง *[นิยามคำว่า “การประกอบโรคศิลปะปผนโบราณแบบประยุกต์” เพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐]

*[มาตรา ๔ แก้ไขคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๘]

มาตรา ๕

มาตรา ๕* ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อ

(๑) วางระเบียบข้อบังคับการประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ

(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบ

โรคศิลปะ

(๓) กำหนดข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๑๗

(๔) กำหนดมรรยาท แห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๑๘

(๕) กำหนดให้แจ้งความต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ เมื่อ

ผู้ประกอบโรคศิลปะย้ายที่อยู่หรือตาย

(๖) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้

๑. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ๔๐ บาท

๒. ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิไธยครั้งละ ๑๐ บาท

๓. ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบ

โรคศิลปะฉบับละ ๒๐ บาท

๔. ค่าสอบความรู้ครั้งละ ๔๐ บาท

๕. ค่าหนังสืออนุมัติให้แสดงว่าเป็นผู้มีความรู้

ความชำนาญโดยเฉพาะในการประกอบ

โรคศิลปะอย่างหนึ่งอย่างใดฉบับละ ๔๐ บาท

๖. ค่าใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑๐ บาท

(๗) กำหนดระเบียบการอย่างอื่นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

*[มาตรา ๕ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐]

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ทวิ* ให้เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยเฉพาะมีอำนาจให้ผู้ประกอบโรคศิลปะ หรือผู้ที่มีเหตุผลควรเชื่อว่าเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแสดงใบอนุญาตเพื่อให้ตรวจและเพื่อการนี้ให้มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ของผู้นั้นได้ในระหว่างอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก

ถ้าปรากฏว่าผู้ใดประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต หรือใบอนุญาตที่แสดงไม่ใช่ของแท้ หรือมีเหตุน่าสงสัยว่าเป็นของผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะหาหลักฐานในการกระทำผิดฐานประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและในกรณีเช่นนั้น ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะยึดเอกสาร หรือสิ่งของที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจใบอนุญาตว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นปฏิบัติเกินข้อจำกัดหรือผิดเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

*[มาตรา ๕ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐]

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๖

มาตรา ๖* ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงกลาโหมสามคน ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขสี่คน ผู้แทนทบวงมหาวิทยาลัยสี่คน ผู้แทนแพทยสภาสองคน และผู้แทนสภาการพยาบาลสองคน เป็นกรรมการ และกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ประกอบ

โรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์ สาขาละสองคน ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปสองคน และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์สองคน

*ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นรองประธาน

*กรรมการตามวรรคหนึ่งนอกจากประธาน ต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ หรือเป็น

ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และให้อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

*ถ้าตำแหน่งกรรมการใดว่างลง นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนในตำแหน่งของกรรมการนั้น กรรมการที่แต่งตั้งขึ้นแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน

จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่

*[มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม แก้ไขโดยพระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐ ละวรรคสี่ แก้ไขโดยคำสั่งของ

คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๘]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะ และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการนายทะเบียน

การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

มาตรา ๘

มาตรา ๘ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้

(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้

(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ

ในเรื่องหลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ

(ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลง

เข้าใจผิดอันอาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวนเพื่อวินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา ๘ (ก) และ (ข) นั้น คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้งอนุกรรมการทำการสอบสวนพิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธานหรือรองประธานมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับก็ได้

การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑* ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้

(ก) การช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยตามศีลธรรม โดยไม่รับสินจ้างรางวัล แต่ทั้งนี้จะฉีดยาหรือสสารใด ๆ เข้าไปในร่างกายผู้ป่วย หรือให้ยาอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยการขายยาแก่ผู้ป่วยมิได้

(ข) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาที่รัฐบาลรับรอง กระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว

(ค) บุคคลซึ่งทางราชการ เทศบาล สุขาภิบาล หรือสภากาชาดไทยมอบหมายให้ประกอบโรคศิลปะในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(ง) บุคคลซึ่งมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะของต่างประเทศที่มาประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับปรึกษาชั่วคราวของทางราชการ โดยอนุมัติของรัฐมนตรี

*[มาตรา ๑๑ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๔]

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ทวิ* รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะแผน สาขาและชั้นใด เป็นผู้ใช้เครื่องมือกายภาพบำบัด กระทำการผ่าตัด ฉีดยา ฉีดสสารหรือสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าในร่างกายเพื่อการเสริมสวย การคุมกำเนิด การทำหมัน หรือการบำรุงร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างได้

*[มาตรา ๑๑ ทวิ แก้ไขโดย คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

ฉบับที่ ๓๘]

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒* การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภท

คือ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง ยกเว้นสาขาเวชกรรม และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณประเภทหนึ่ง

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาทันตกรรม และการผดุงครรภ์

ให้แบ่งออกเป็นสองชั้น คือชั้นหนึ่งและชั้นสอง และในสาขาเภสัชกรรมให้คงมีเฉพาะชั้นหนึ่ง

*[มาตรา ๑๒ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑]

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา ๑๕

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ คือ

(๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว

(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ หรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕* ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ต้อง

(ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากสถานศึกษาในประเทศไทย ที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรองแต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้

(ข) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้นๆ จากสถานศึกษาในต่างประเทศ และได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญา หรือประกาศนียบัตร และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าเป็นคนไทยไม่จำต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญา หรือ

ประกาศนียบัตร

(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสอง ต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาในสาขาทันตกรรมหรือสาขาการผดุงครรภ์ จากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาของทางราชการในประเทศไทย และเป็นที่พอใจของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาการพยาบาลกายภาพบำบัด และเทคนิคการแพทย์ ต้อง

(ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง แต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้

(ข) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าเป็นคนไทยไม่จำต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๔)*สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ

(ก) ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป ต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตแล้วตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว

(ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ ต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ประกอบและไม่ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษา นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงจากสถานศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรองและได้รับ

ประกาศนียบัตรหรือใบรับรองการศึกษาของสถานศึกษานั้น และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว

*[มาตรา ๑๕ แก้ไขโดย คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

ฉบับที่ ๓๘ และ (๔) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐]

ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖* ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยยา ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใดประกอบศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

*[มาตรา ๑๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑]

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะ จะประกอบโรคศิลปะได้ภายในข้อจำกัดและเงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบโรคศิลปะจะต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

การพักและเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจที่จะสั่งให้พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งได้ออกให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะไปแล้วได้โดยอนุมัติของรัฐมนตรีในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะขาดคุณสมบัติตามความในมาตรา ๑๔ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสีย

(ข)*เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้และศาลได้พิพากษาให้ลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะ หรือในการแจ้งความเรื่องย้ายที่อยู่ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะสั่งพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้ว ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหาและยื่นคำให้การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว และให้มีอำนาจออกหมายเรียกผู้รับใบอนุญาตหรือประกาศเรียกแทนการออกหมาย ออกหมายเรียกพยานหลักฐานและบังคับพยานให้สาบานหรือปฏิญาณตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาลทุกประการ”

*[มาตรา ๑๙ (ข) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓]

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่ผู้ประกอบโรคศิลปะได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้นั้นได้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบโรคศิลปะอีกคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นั้นใหม่ได้ เมื่อพิจารณาเห็นสมควร

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑* ผู้ใดไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะหรือได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้วแต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต กระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะผู้ใดกระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ ทวิ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

*[มาตรา ๒๑ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙]

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒* ผู้ใดไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะหรือได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ แสดงว่าพร้อมที่จะกระทำการประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือสินจ้างหรือเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

*[มาตรา ๒๒ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙]

บทบัญญัติเฉพาะกาล

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ภายในกำหนดเวลาที่ว่านี้ ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน

การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอจะไม่มีความรู้ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ ก็ให้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ในสาขาหนึ่งสาขาใดที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้รับการอบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยาม หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้

สาขาเวชกรรมห้าปี

สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี

สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

(ตามมติคณะรัฐมนตรี)

พิบูลสงคราม

รัฐมนตรี

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๐

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะพุทธศักราช ๒๔๗๙ ที่ยังไม่ได้ขอขึ้นทะเบียน มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนได้ภายในกำหนดสามเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการ

ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๘๐/-/๑๙๙๗/๓๐ มีนาคม ๒๔๘๐]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ถือว่าผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งอยู่แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ อยู่ในประเภท ก. ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๘๔/-/๘๔/๒๑ มกราคม ๒๔๘๔]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๐

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้ภายในกำหนดหกเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) สาขาเวชกรรม ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี

(ข) สาขาเภสัชกรรม ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ค) สาขาการผดุงครรภ์ ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ทุก ๆ สาขาต้องมีหลักฐานจากผู้ให้การอบรมหรือหลักฐานอื่นใด ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะเห็นควรเชื่อถือได้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๙๐/๓/๑๒๒/๑๔ มกราคม ๒๔๙๐]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๙๐/๔๕/๖๒๑/๒๓ กันยายน ๒๔๙๕]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๔

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุก ๆ ด้านได้วิวัฒนาการก้าวหน้าไปกว่าเดิมมาก และเพื่อผดุงมาตรฐานการแพทย์ของประเทศให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล จึงควรให้ผู้ที่ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์แล้ว มีการฝึกอบรมต่ออีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อยก่อนที่จะให้ทำการประกอบโรคศิลปะได้ และโดยที่บทบัญญัติในมาตรา ๑๑

ยังไม่รัดกุมพอ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนทำการประกอบโรคศิลปะโดยมิชอบได้ เพราะฉะนั้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑ และ ๑๕ เสียใหม่

[รก.๒๕๐๔/๒๒/๑๕พ/๑๐ มีนาคม ๒๕๐๔]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่ามีการกระทำบางอย่างที่ผู้กระทำได้นำเอากรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะไปใช้ แก่การเสริมสวย การคุมกำเนิด เป็นต้น ด้วยวิธีผ่าตัด ฉีดยาหรือสสารใด ๆ โดยการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการประกอบโรคศิลปะตามบทนิยามของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ทั้ง ๆ ที่การกระทำดังกล่าวอาจจะเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกับการประกอบโรคศิลปะ และขณะนี้ได้มีโรงเรียนพยาบาลและผดุงครรภ์เกิดขึ้นหลายแห่งสมควรที่จะกวดขันความรู้ของผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ ให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกันโดยให้มีการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนการประกอบโรคศิลปะก่อนที่จะอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลป สาขาการพยาบาลและการผดุงครรภ์ นอกจากนี้ยังมีบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ในวิชาชีพนี้เพียงพอทำการประกอบโรคศิลปะหรือใช้กรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบอันอาจเป็นภัยต่อสวัสดิภาพของประชาชนจึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้ควบคุมไปถึงกรณีดังกล่าว และเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำความผิดให้สูงยิ่งขึ้น

[รก.๒๕๐๙/๑๑๙/๕พ/๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๙]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นสองหรือสาขาเภสัชกรรมชั้นสองซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตอยู่ในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้คงประกอบโรคศิลปะต่อไปได้ภายในข้อจำกัดและเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาตไว้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมกำหนดให้การควบคุมการประกอบวิชาชีพวชกรรมแยกออกจากการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้มีแพทยสภาทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ จึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะเสียใหม่

[รก.๒๕๑๑/๙๑/๗๑๑/๘ ตุลาคม ๒๕๑๑]

คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๘

โดยที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพิจารณาเห็นว่า การควบคุมการประกอบโรคศิลปะในปัจจุบันมีสาขาในการประกอบโรคศิลปะเพิ่มขึ้น คือ สาขากายภาพบำบัด และสาขาเทคนิคการแพทย์ ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้เป็นไปอย่างรัดกุมและเหมาะสม สมควรแก้ไขนิยามคำว่าโรคศิลปะ และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในกฎหมายเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน

คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๕ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกาาเป็นต้นไป

[รก.๒๕๑๙/๑๓๔/๓๕พ/๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช๒๔๗๙ อยู่แล้ว ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการ

ขึ้นใหม่ ซึ่งต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ในระหว่างที่ยังมิได้มีผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการแทน ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการศึกษาค้นคว้า และนำเอาหลักวิทยาศาสตร์มาใช้กับการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ จนทำให้การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณเจริญก้าวหน้าขึ้นมาก แต่พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันกำหนดให้ผู้ประกอบโรคศิลปะ

แผนโบราณต้องเป็นผู้ได้รับการศึกษาอบรมจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตแล้วตามกำหนดเวลา และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงอันเป็นการจำกัดการศึกษาค้นคว้าของผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในอันที่จะนำวิทยาการสมัยใหม่มาส่งเสริมความรู้ความสามารถในวิชาชีพนี้ สมควรกำหนดให้มีการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ ซึ่งศึกษาโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ประกอบและไม่ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษานอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง พร้อมทั้งกำหนดความรู้ในวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณเสียใหม่ตลอดจนแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๕๓๐/๒๒๐/๔พ/๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๐]

ไพรินทร์/แก้ไข

๑/๐๒/๔๕

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c379a077f007cfea

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com