ข้อ ๔ ส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การดูแลติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน ตามแผนและคำสั่งของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และการสนับสนุนข้อมูล รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นทางกฎหมายตามที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามอบหมาย
(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานช่วยอำนวยการ งานการเงินและพัสดุ การจัดระบบงานและบริหารงานบุคคล งานประมวลผลข้อมูล และงานบริหารทั่วไป
(ค) ดำเนินการอื่นใดที่มิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการใดของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(ง) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๒) ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) รวบรวมข้อมูลกฎหมาย คำแปลกฎหมาย คำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ ตามกฎหมาย ตำรา บทความ เอกสารอื่นเพื่อการค้นคว้าอ้างอิง เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมแก่สภาพการใช้ประโยชน์ในด้านกฎหมายและมีความถูกต้องเชื่อถือได้
(ข) ดำเนินการด้านการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้บริการข้อมูลทางกฎหมายแก่การปฏิบัติงานของรัฐบาล รัฐสภา ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลกฎหมายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งให้บริการแก่ภาคเอกชน เพื่อให้มีข้อมูลที่ตรงกัน
(ค) ประสานงานและให้ความร่วมมือในการเชื่อมต่อโครงข่ายคอมพิวเตอร์กับหน่วยงานอื่น เพื่อให้การใช้ข้อมูลสามารถเข้าถึงทุกข้อมูลได้อย่างครบถ้วน
(ง) ดำเนินการด้านห้องสมุดทางกฎหมาย โดยรวบรวม จัดหาเอกสารทางวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลทางกฎหมายของประเทศที่สมบูรณ์ สามารถสนองตอบต่องานของรัฐบาล รัฐสภา ศาล ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ สถาบันการศึกษา และประชาชน
(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๓) สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา วิเคราะห์และจัดทำหลักสูตรการศึกษากฎหมายมหาชน และหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบุคลากรภาครัฐในแต่ละระดับและแต่ละสาขา
(ข) ดำเนินการจัดและสนับสนุนการจัดการฝึกอบรมและการพัฒนาข้าราชการให้มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมหาชนและการปฏิบัติงานด้านกฎหมายในการปฏิบัติราชการทางปกครอง
(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานกับสถาบันการศึกษาอื่น เพื่อพัฒนาผู้สอนกฎหมายมหาชนให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการพัฒนาเอกสารทางวิชาการและตำราประกอบการเรียนการสอนกฎหมายมหาชน
(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบและประเมินผลเพื่อวัดความรู้นักกฎหมายกฤษฎีกาและนักกฎหมายมหาชนภาครัฐ
(จ) ประสานงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรด้านกฎหมาย
(ฉ) ให้การสนับสนุนวิทยากรเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมาย
(ช) ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการหรือข่าวสารเกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมาย
(ซ) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในด้านต่าง ๆ
(ฌ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๔) สำนักกฎหมายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(ข) จัดทำคำแปลกฎหมายและเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อใช้อ้างอิงความถูกต้องของกฎหมายไทย
(ค) ให้ความเห็นทางกฎหมายเป็นภาษาต่างประเทศตามที่คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ สถานทูตของรัฐบาลต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศร้องขอ
(ง) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกู้เงินต่างประเทศและการออกพันธบัตร
(จ) ประสานงานด้านกฎหมายกับต่างประเทศในการติดต่อเกี่ยวกับการประชุมกับต่างประเทศ การประสานด้านเอกสารกับต่างประเทศ การติดต่อประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศและงานที่เกี่ยวกับวิเทศสัมพันธ์
(ฉ) ให้การสนับสนุนด้านภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือตามที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามอบหมาย
(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๕) สำนักกฎหมายปกครอง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ให้ความเห็นและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
(ข) ศึกษาและวิเคราะห์ทฤษฎีกฎหมายมหาชนของต่างประเทศ โดยเปรียบเทียบกับวิธีการปฏิบัติราชการของไทย เพื่อสร้างหลักกฎหมายมหาชน และปรับปรุง หรือพัฒนากฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
(ค) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
(ง) เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจัดทำเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และหลักกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน
(จ) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และดำเนินการแก้ไขเพื่อให้การปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย
(ฉ) ศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการนำวิธีการหรือแนวทางทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวกับการพัฒนาหลักประชาธิปไตยแต่ละเรื่อง เพื่อดำเนินการแปลงแนวความคิดนั้นให้เกิดผลในทางปฏิบัติเป็นเรื่องใหม่ ๆ ในการปฏิบัติราชการที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย
(ช) เสนอแนะการจัดให้มีหรือการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ มติของคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งเพื่อให้การปฏิบัติราชการสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย โดยมีความโปร่งใส และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน
(ซ) ส่งเสริมมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการและรับผิดชอบดำเนินการตามแผนงานของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการ
(ฌ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(๖) สำนักหลักนิติบัญญัติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ตรวจสอบกฎหมายเพื่อทำการวิเคราะห์ กำหนดรูปแบบของกฎหมาย ให้เป็นมาตรฐานกลางเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการบัญญัติกฎหมายของประเทศ
(ข) ศึกษา ค้นคว้า และให้ความเห็นเกี่ยวกับรูปแบบของกฎหมาย และการให้ถ้อยคำในกฎหมาย เพื่อให้ระบบกฎหมายไทยมีความสอดคล้องกันและเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักวิชาการ
(ค) วางแผนและประสานการด้านนิติบัญญัติเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา รวมทั้งตรวจสอบสภาพปัญหาในการพิจารณาร่างกฎหมาย เพื่อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล
(ง) ให้ความเห็นต่อรัฐบาลเกี่ยวกับหลักการของร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(จ) ติดตามและจัดทำข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอต่อรัฐสภาทั้งร่างกฎหมายของรัฐบาล ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชน
(ฉ) สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านกฎหมายเพื่อให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา
(ช) จัดทำร่างกฎหมายที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายกฎหมายอื่น
(ซ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญญัติว่า การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักนายกรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรียกอย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ให้ออกเป็นกฎกระทรวง และให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติดังกล่าว สมควรแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี และระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการดังกล่าวให้เหมาะสมกับสภาพของงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ยงยุทธ/ตรวจ
ธรรมนิตย์/ทาน
๑๓ มกราคม ๒๕๔๙
โชติกานต์/ปรับปรุง
๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๓ ก/หน้า ๕๕/๙ ตุลาคม ๒๕๔๕