法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดทำกฎหมาย การใช้กฎหมายและการพัฒนากฎหมายให้ถูกต้อง สร้างความเป็นธรรมและส่งเสริมการพัฒนาประเทศและประโยชน์สุขของประชาชน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาและจัดทำร่างกฎหมายตามที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย และพิจารณาเสนอความเห็นให้มีการแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย รวมทั้งช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐในการจัดทำร่างกฎหมาย

(๒) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐ

(๓) งานประสานการนิติบัญญัติ โดยการตรวจสอบดูแลงานกฎหมายของประเทศและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการเสนอกฎหมาย รวมทั้งการช่วยเหลืองานด้านกฎหมายในชั้นรัฐสภา

(๔) จัดทำคำแปลกฎหมาย ให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงินและให้คำปรึกษาหรือปฏิบัติงานอื่นอันเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือตามที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันระหว่างประเทศร้องขอ

(๕) วิจัยและพัฒนากฎหมาย โดยตรวจสอบสภาพปัญหาของประเทศและของสังคม แล้วทำการศึกษาวิจัยเพื่อเสนอร่างกฎหมายใหม่หรือแก้ไขกฎหมายเดิม

(๖) การพัฒนาหลักกฎหมายปกครองเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติราชการ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการ รวมทั้งรับผิดชอบกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(๗) ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง โดยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วให้บริการค้นคว้าแก่รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานของรัฐและประชาชน

(๘) ดำเนินการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ เพื่อให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน

(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักอำนวยการ

(๒) ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

(๓) สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน

(๔) สำนักกฎหมายต่างประเทศ

(๕) สำนักกฎหมายปกครอง

(๖) สำนักหลักนิติบัญญัติ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้มีกลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่หลักในการจัดทำร่างกฎหมาย การให้ความเห็นทางกฎหมาย และการพัฒนากฎหมาย โดยรับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้

(๑) ฝ่ายกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน ๑

(๒) ฝ่ายกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน ๒

(๓) ฝ่ายกฎหมายการคลัง

(๔) ฝ่ายกฎหมายคมนาคม

(๕) ฝ่ายกฎหมายการค้าและอุตสาหกรรม

(๖) ฝ่ายกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ

(๗) ฝ่ายกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและทรัพย์สินทางปัญญา

(๘) ฝ่ายกฎหมายการศึกษา

(๙) ฝ่ายกฎหมายสวัสดิการสังคม

(๑๐) ฝ่ายกฎหมายสาธารณสุข

(๑๑) ฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง

(๑๒) ฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

(๑๓) ฝ่ายพัฒนากฎหมาย

ฝ่ายกฎหมายตามวรรคหนึ่ง (๑) ถึง (๑๒) รับผิดชอบปฏิบัติงานกฎหมายตามสาขากฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้แต่ละฝ่ายกฎหมายมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) จัดทำร่างกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรี

(ข) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรี

(ค) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ง) ติดตาม รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับงานธุรการในความรับผิดชอบของฝ่าย

(ฉ) ให้คำปรึกษาและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ

การกำหนดลักษณะกฎหมายที่จะอยู่ในความรับผิดชอบ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกาศกำหนด

ฝ่ายพัฒนากฎหมายตามวรรคหนึ่ง (๑๓) มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ดำเนินการศึกษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์เกี่ยวกับสภาพกฎหมายที่สมควรกำหนดเป็นแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย เพื่อเสนอแนะการศึกษาวิจัย เพื่อปรับปรุงกฎหมายอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในทุกสาขา

(ข) จัดทำแผนกฎหมายระดับชาติ เพื่อกำหนดการจัดให้มีกฎหมายที่สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายของรัฐ

(ค) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนากฎหมายและคณะกรรมการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นฝ่ายเลขานุการ รวมตลอดถึงคณะอนุกรรมการและคณะทำงานของคณะกรรมการดังกล่าว

(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับงานปรับปรุงประมวลกฎหมาย

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามและประเมินผลการวิจัยตามแผนงาน หรือโครงการในความรับผิดชอบของฝ่ายพัฒนากฎหมาย

(ฉ) ดำเนินการศึกษาวิจัยทางกฎหมายตามที่ได้รับมอบหมาย

(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ในกรณีที่ฝ่ายพัฒนากฎหมายรับผิดชอบปฏิบัติงานของคณะกรรมการหลายคณะ จะแยกงานภายในเป็นศูนย์หรือสถาบันไว้เป็นการเฉพาะสำหรับงานดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การดูแลติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน ตามแผนและคำสั่งของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และการสนับสนุนข้อมูล รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นทางกฎหมายตามที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามอบหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานช่วยอำนวยการ งานการเงินและพัสดุ การจัดระบบงานและบริหารงานบุคคล งานประมวลผลข้อมูล และงานบริหารทั่วไป

(ค) ดำเนินการอื่นใดที่มิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการใดของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ง) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๒) ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) รวบรวมข้อมูลกฎหมาย คำแปลกฎหมาย คำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ ตามกฎหมาย ตำรา บทความ เอกสารอื่นเพื่อการค้นคว้าอ้างอิง เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมแก่สภาพการใช้ประโยชน์ในด้านกฎหมายและมีความถูกต้องเชื่อถือได้

(ข) ดำเนินการด้านการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้บริการข้อมูลทางกฎหมายแก่การปฏิบัติงานของรัฐบาล รัฐสภา ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลกฎหมายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งให้บริการแก่ภาคเอกชน เพื่อให้มีข้อมูลที่ตรงกัน

(ค) ประสานงานและให้ความร่วมมือในการเชื่อมต่อโครงข่ายคอมพิวเตอร์กับหน่วยงานอื่น เพื่อให้การใช้ข้อมูลสามารถเข้าถึงทุกข้อมูลได้อย่างครบถ้วน

(ง) ดำเนินการด้านห้องสมุดทางกฎหมาย โดยรวบรวม จัดหาเอกสารทางวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลทางกฎหมายของประเทศที่สมบูรณ์ สามารถสนองตอบต่องานของรัฐบาล รัฐสภา ศาล ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ สถาบันการศึกษา และประชาชน

(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๓) สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ศึกษา วิเคราะห์และจัดทำหลักสูตรการศึกษากฎหมายมหาชน และหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบุคลากรภาครัฐในแต่ละระดับและแต่ละสาขา

(ข) ดำเนินการจัดและสนับสนุนการจัดการฝึกอบรมและการพัฒนาข้าราชการให้มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมหาชนและการปฏิบัติงานด้านกฎหมายในการปฏิบัติราชการทางปกครอง

(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานกับสถาบันการศึกษาอื่น เพื่อพัฒนาผู้สอนกฎหมายมหาชนให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการพัฒนาเอกสารทางวิชาการและตำราประกอบการเรียนการสอนกฎหมายมหาชน

(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบและประเมินผลเพื่อวัดความรู้นักกฎหมายกฤษฎีกาและนักกฎหมายมหาชนภาครัฐ

(จ) ประสานงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรด้านกฎหมาย

(ฉ) ให้การสนับสนุนวิทยากรเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมาย

(ช) ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการหรือข่าวสารเกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมาย

(ซ) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในด้านต่าง ๆ

(ฌ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๔) สำนักกฎหมายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ข) จัดทำคำแปลกฎหมายและเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อใช้อ้างอิงความถูกต้องของกฎหมายไทย

(ค) ให้ความเห็นทางกฎหมายเป็นภาษาต่างประเทศตามที่คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ สถานทูตของรัฐบาลต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศร้องขอ

(ง) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกู้เงินต่างประเทศและการออกพันธบัตร

(จ) ประสานงานด้านกฎหมายกับต่างประเทศในการติดต่อเกี่ยวกับการประชุมกับต่างประเทศ การประสานด้านเอกสารกับต่างประเทศ การติดต่อประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศและงานที่เกี่ยวกับวิเทศสัมพันธ์

(ฉ) ให้การสนับสนุนด้านภาษาต่างประเทศในการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือตามที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามอบหมาย

(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๕) สำนักกฎหมายปกครอง มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ให้ความเห็นและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(ข) ศึกษาและวิเคราะห์ทฤษฎีกฎหมายมหาชนของต่างประเทศ โดยเปรียบเทียบกับวิธีการปฏิบัติราชการของไทย เพื่อสร้างหลักกฎหมายมหาชน และปรับปรุง หรือพัฒนากฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(ค) รับผิดชอบปฏิบัติงานเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(ง) เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจัดทำเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และหลักกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน

(จ) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และดำเนินการแก้ไขเพื่อให้การปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย

(ฉ) ศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการนำวิธีการหรือแนวทางทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวกับการพัฒนาหลักประชาธิปไตยแต่ละเรื่อง เพื่อดำเนินการแปลงแนวความคิดนั้นให้เกิดผลในทางปฏิบัติเป็นเรื่องใหม่ ๆ ในการปฏิบัติราชการที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

(ช) เสนอแนะการจัดให้มีหรือการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ มติของคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งเพื่อให้การปฏิบัติราชการสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย โดยมีความโปร่งใส และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน

(ซ) ส่งเสริมมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการและรับผิดชอบดำเนินการตามแผนงานของรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการ

(ฌ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๖) สำนักหลักนิติบัญญัติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(ก) ตรวจสอบกฎหมายเพื่อทำการวิเคราะห์ กำหนดรูปแบบของกฎหมาย ให้เป็นมาตรฐานกลางเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการบัญญัติกฎหมายของประเทศ

(ข) ศึกษา ค้นคว้า และให้ความเห็นเกี่ยวกับรูปแบบของกฎหมาย และการให้ถ้อยคำในกฎหมาย เพื่อให้ระบบกฎหมายไทยมีความสอดคล้องกันและเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักวิชาการ

(ค) วางแผนและประสานการด้านนิติบัญญัติเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา รวมทั้งตรวจสอบสภาพปัญหาในการพิจารณาร่างกฎหมาย เพื่อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล

(ง) ให้ความเห็นต่อรัฐบาลเกี่ยวกับหลักการของร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(จ) ติดตามและจัดทำข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอต่อรัฐสภาทั้งร่างกฎหมายของรัฐบาล ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชน

(ฉ) สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านกฎหมายเพื่อให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา

(ช) จัดทำร่างกฎหมายที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายกฎหมายอื่น

(ซ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญญัติว่า การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักนายกรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรียกอย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ให้ออกเป็นกฎกระทรวง และให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติดังกล่าว สมควรแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี และระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการดังกล่าวให้เหมาะสมกับสภาพของงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ยงยุทธ/ตรวจ

ธรรมนิตย์/ทาน

๑๓ มกราคม ๒๕๔๙

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๓ ก/หน้า ๕๕/๙ ตุลาคม ๒๕๔๕

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c5278921c2cdb8d9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com