กฎกระทรวง
ยกเลิกกฎกระทรวง
ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
บางฉบับที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน
(ฉบับที่ ๔)
พ.ศ.
๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๔) (๕) และ (๑๘)
แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์
(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๑๕) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๑ (๔)
มาตรา ๒๓ วรรคสี่ และมาตรา ๒๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓
มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๑๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕
พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้
คือ โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๑๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์
พุทธศักราช ๒๔๗๓
มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์สี่ล้อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกินเจ็ดคน
ในท้องที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร การควบคุมการใช้รถยนต์ไม่ตรงตามประเภทที่ระบุไว้ในใบคู่มือจดทะเบียนสถานที่จอดรถและเก็บรถ
สำหรับรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการ และรถยนต์รับจ้างพิเศษ และการแต่งกายของผู้ขับรถยนต์บริการธุรกิจหรือรถยนต์บริการทัศนาจร
แต่ปัจจุบันได้มีกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งกำหนดเรื่องดังกล่าวบางส่วนขึ้นใช้บังคับแล้ว
ประกอบกับข้อกำหนดบางเรื่องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๑๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ล้าสมัย ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
สมควรยกเลิกกฎกระทรวงดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๒
พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๒๘
พฤศจิกายน ๒๕๕๕
สิทธิกานต์/ปรับปรุง
๕
เมษายน ๒๕๖๒
วศิน/ตรวจ
๑๐
เมษายน ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๑๐๘ ก/หน้า ๑๑/๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).