มาตรา ๔๗
มาตรา ๔๗ ผู้ใดขัดขวางการกระทำของ ทอท. หรือพนักงานหรือลูกจ้างซึ่งกระทำการตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๗ ผู้ใดขัดขวางการกระทำของ ทอท. หรือพนักงานหรือลูกจ้างซึ่งกระทำการตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๔๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๔ (๒) หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของคณะกรรมการซึ่งออกตามกฎกระทรวงดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าสิบบาทถึงสองพันบาท ความผิดตามมาตรานี้ ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ แต่ถ้าผู้นั้นไม่ยอมให้เปรียบเทียบปรับ เจ้าพนักงานผู้ทำการจับต้องนำตัวผู้ถูกจับส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจโดยทันที ซึ่งต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่ได้จับกุม บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๙ ในระยะเริ่มแรกให้ ทอท. มีอำนาจดำเนินกิจการท่าอากาศยานในสนามบินดอนเมืองของกองทัพอากาศ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา กิจการและทรัพย์สินส่วนใดที่กองทัพอากาศไม่ต้องใช้อีกต่อไปให้ดำเนินการโอนตามมาตรา ๕๐ ส่วนกิจการและทรัพย์สินส่วนใดที่กองทัพอากาศจะสงวนไว้ใช้หรือต้องใช้ร่วมกับ ทอท. ก็ให้กองทัพอากาศมีอำนาจอนุญาตให้ ทอท. ใช้ประโยชน์ได้ แต่ถ้าเป็นที่ราชพัสดุให้ดำเนินการตามมาตรา ๕๑
มาตรา ๕๐ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ตลอดจนงบประมาณของกองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม ในส่วนที่เกี่ยวกับสนามบินดอนเมืองของกรมการบินพลเรือน ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำหนด ไปเป็นของ ทอท. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕๑ บรรดาที่ราชพัสดุที่อยู่ในความปกครองดูแลและใช้ประโยชน์ของกองทัพอากาศอันเกี่ยวกับสนามบินดอนเมือง ให้กองทัพอากาศมีอำนาจอนุญาตให้ ทอท. ใช้ประโยชน์ได้ การใช้ที่ราชพัสดุ การปลูกสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ราชพัสดุ ตลอดจนการเรียกค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ และการดำเนินการเกี่ยวกับค่าตอบแทนดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังและกองทัพอากาศร่วมกันกำหนด ค่าตอบแทนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อบำรุงรักษาที่ราชพัสดุนั้น ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๕๒ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ตลอดจนงบประมาณของกรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ในส่วนที่เกี่ยวกับสนามบินดอนเมือง ตามที่รัฐมนตรีกำหนดไปเป็นของ ทอท. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕๓ ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดของกองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม และของกรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการที่โอนไปตามมาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๕๒ แล้วแต่กรณี ถ้าสมัครใจจะโอนไปปฏิบัติงานกับ ทอท. และได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนข้าราชการหรือลูกจ้างผู้นั้นไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ ทอท. แต่ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดและ ทอท. จะได้ตกลงกัน ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างที่โอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ ทอท. แล้วแต่กรณี ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง รวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน จนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้
มาตรา ๕๔ การโอนข้าราชการตามมาตรา ๕๓ ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากประจำการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการการโอนลูกจ้างตามมาตรา ๕๓ ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากงาน เพราะทางราชการยุบตำแหน่งหรือทางราชการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และให้ได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาการทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จหรือบำนาญตามข้อบังคับของ ทอท. (ถ้ามี) ข้าราชการหรือลูกจ้างผู้ใดที่โอนไปตามมาตรา ๕๓ ประสงค์จะให้นับเวลาราชการหรือเวลาทำงานในขณะที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างก่อนที่มีการโอนเป็นเวลาการทำงานของพนักงานหรือลูกจ้างของ ทอท. แล้วแต่กรณี ก็ให้มีสิทธิกระทำได้โดยการบอกเลิกรับบำเหน็จบำนาญ การบอกเลิกรับบำเหน็จบำนาญตามวรรคสาม จะต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่โอน สำหรับกรณีของข้าราชการ ให้ดำเนินการบอกเลิกตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการสำหรับกรณีของลูกจ้างให้ดำเนินการบอกเลิกโดยกระทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานยื่นต่อผู้ว่าจ้างเพื่อส่งต่อไปให้กระทรวงการคลังทราบ
มาตรา ๕๕ ถ้าต่อไป ทอท. ได้รับอนุญาตให้เข้าดำเนินกิจการในสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานของส่วนราชการใดเพิ่มขึ้น ให้ส่วนราชการนั้นยินยอมให้ ทอท. เข้าดำเนินกิจการและต้องส่งมอบกิจการให้แก่ ทอท. ตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และถ้ามีกรณีที่จะต้องใช้ทรัพย์สินอันเป็นที่ราชพัสดุ และอยู่ในความปกครองดูแลและใช้ประโยชน์ของส่วนราชการนั้นด้วย ก็ให้ส่วนราชการนั้นมีอำนาจอนุญาตให้ ทอท. ใช้ประโยชน์ได้ และให้นำมาตรา ๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากการประกอบกิจการท่าอากาศยานเป็นกิจการด้านสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ แต่การดำเนินงานในด้านนี้ขึ้นอยู่กับส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งแยกกันอยู่ ทำให้ขาดความคล่องตัว สมควรจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้น เพื่อให้การดำเนินกิจการท่าอากาศยานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น สุนันทา/แก้ไข ๔/๑๒/๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐ [๗] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ มีบทบัญญัติให้มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย และให้นำกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวได้ยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยอนุญาโตตุลาการไปแล้ว สมควรแก้ไขพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สุนันทา/แก้ไข ๓/ก.ย./๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔ [๘] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมีภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอันมาก ประกอบกับรัฐบาลมีโครงการที่สำคัญและได้มอบให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยรับไปเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์และนโยบายของประเทศ สมควรเพิ่มจำนวนกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจากไม่เกินสิบเอ็ดคนเป็นไม่เกินสิบห้าคน เพื่อจะได้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ครอบคลุมทุกด้าน อันจะส่งผลให้การดำเนินกิจการของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สุนันทา/แก้ไข ๐๓/๐๙/๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ [๙] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๒ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางมาตราไม่เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาวะเศรษฐกิจ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้คณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมีอำนาจจำหน่ายทรัพย์สินออกจากบัญชีเป็นสูญได้ทุกกรณีโดยไม่จำกัดวงเงินโดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน ซึ่งจะยังผลให้การบริหารงานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สุนันทา/แก้ไข ๔/๑๒/๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๘ [๑๐] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ประสงค์จะให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยสามารถจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการท่าอากาศยานและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สุนันทา/แก้ไข ๐๓/๐๙/๔๔ A+B (C) พัชรินทร์ จัดทำ เนติมา จัดทำ ฐาปนี พิมพ์ ๔ มี.ค. ๔๖ [๑] รก.๒๕๒๒/๒๙/๑พ/๒ มีนาคม ๒๕๒๒ [๒] มาตรา ๘ (๑๐ ทวิ) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๘ [๓] มาตรา ๑๓ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔ [๔] มาตรา ๓๐ วรรคสาม แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐ [๕] มาตรา ๔๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ [๖] มาตรา ๔๖ (๔ ทวิ) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๘ [๗] รก.๒๕๓๐/๑๖๔/๕๓พ/๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๐ [๘] รก.๒๕๓๔/๑๙๖/๓๐พ/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ [๙] รก.๒๕๓๕/๑๖/๑๒/๔ มีนาคม ๒๕๓๕ [๑๐] รก.๒๕๓๘/๕๐ก/๑/๖ ธันวาคม ๒๕๓๘
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).