มาตรา ๑๓
ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง
(๒) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ได้แก่ อธิการบดีโดยตำแหน่ง
(๓) ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย
และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของอธิการบดีและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (๕) และ
(๖)
(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเก้าคน
ซึ่งเลือกตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย
ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก
ผู้อำนวยการศูนย์และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเก้าคน
ซึ่งเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำผู้ได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี
คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัยโดยคำแนะนำของอธิการบดี
มาตรา ๑๔
การเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๕) ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี
คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์
และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เป็นผู้เลือกตั้ง
ส่วนการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๖)
ให้คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นผู้เลือกตั้ง
คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง
ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๕
นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๓ (๔)
และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี
แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) และ (๖)
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓)
ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น
(๔) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดถอน
เพราะขาดคุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย
หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัย
หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้มีการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งหรือได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัย
หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่แล้ว
มาตรา ๑๖
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย
และโดยเฉพาะมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) วางนโยบายของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย
การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
และอาจมอบให้ส่วนราชการใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับสำหรับส่วนราชการนั้นเป็นเรื่อง
ๆ ไปก็ได้
(๓) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา
และประกาศนียบัตร
(๔) เสนอการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกวิทยาเขต
บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนักและศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะรวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของหน่วยงานดังกล่าว
(๕) อนุมัติการรับเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบ
ซึ่งสถาบันการศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัย
(๖)
พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด
(๗) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งและพิจารณาถอดถอนอธิการบดี
(๘) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี
ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก
ผู้อำนวยการศูนย์หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
(๙) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งและพิจารณาถอดถอนศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๐) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ
(๑๑) วางระเบียบและออกข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๑๒) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย
(๑๓)
แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด
หรือเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด
อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(๑๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใด
มาตรา ๑๗
การประชุมของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๘
มหาวิทยาลัยอาจให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการ
และกรรมการอีกจำนวนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง
คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย
จำนวนและคุณสมบัติของกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
วาระในการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุม
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๙
ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย
และอาจมีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี
หรือมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมาย
เพื่อประโยชน์ในการบังคับบัญชาให้ถือว่าอธิการบดีเป็นอธิบดี
และรองอธิการบดีเป็นรองอธิบดี
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายอื่น
มาตรา ๒๐
อธิการบดีนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๑
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
สำหรับรองอธิการบดี
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา
๒๑
สำหรับผู้ช่วยอธิการบดี
ให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๑
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๒๑
อธิการบดี รองอธิการบดี
และผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(๑) ได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้สอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
(๒) ได้ปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย
หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้สอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี
(๓)
ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๒
อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ
ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(๒) ควบคุมบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ
และข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๓) รักษาระเบียบวินัยและส่งเสริมกิจการนักศึกษา
(๔) เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป
(๕) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ
ของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(๖)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัยหรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
มาตรา ๒๓
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคนให้รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี
หรือไม่มีผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีตามความในวรรคหนึ่ง
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา
๒๑ เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี
มาตรา ๒๔
ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย
ประกอบด้วยกรรมการซึ่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งขึ้นจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่อธิการบดี
และหน้าที่อื่นตามที่อธิการบดีมอบหมาย
องค์ประกอบ จำนวนกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่งและการดำเนินงานของสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๕
ในวิทยาเขตหนึ่ง ให้มีสำนักงานวิทยาเขต โดยมีรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาเขตนั้นแทนอธิการบดีตามที่ได้รับมอบหมาย
และจะให้มีผู้ช่วยอธิการบดีคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้
สำนักงานวิทยาเขตอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกอง
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
การแบ่งส่วนราชการของสำนักงานวิทยาเขตตามวรรคสอง
ให้ทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๖
ในวิทยาเขตหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการประจำวิทยาเขต ประกอบด้วย
รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตเป็นประธานกรรมการ คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย
ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะในวิทยาเขตนั้น
เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
กับกรรมการที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำในวิทยาเขตนั้นมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการโดยตำแหน่งแต่ไม่น้อยกว่าสามคน
ให้คณะกรรมการประจำวิทยาเขตแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ
กรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปีแต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
การประชุมของคณะกรรมการประจำวิทยาเขต
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๗
คณะกรรมการประจำวิทยาเขต มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) ให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการดำเนินกิจการต่าง ๆ
ภายในวิทยาเขตต่ออธิการบดี
(๒) ประสานงานระหว่างบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน
สำนัก ศูนย์ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะภายในวิทยาเขต
(๓) พิจารณาเสนอการออกระเบียบปฏิบัติของวิทยาเขตต่ออธิการบดี
และวางระเบียบหรือออกข้อบังคับอื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
(๔) ปฏิบัติงานอื่นตามที่อธิการบดีมอบหมาย
มาตรา ๒๘
ในบัณฑิตวิทยาลัย
ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของบัณฑิตวิทยาลัย
และจะให้มีรองคณบดีคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมาย
คณบดีนั้น
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙
รองคณบดีนั้น
ให้อธิการบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙
คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๒๙
คณบดีและรองคณบดีของบัณฑิตวิทยาลัยจะต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือในสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
รองคณบดีต้องเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๐
การจัดให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
และการจัดระบบบริหารงานในบัณฑิตวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๑
ในคณะหนึ่ง ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของคณะ
และจะให้มีรองคณบดีคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมาย
การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง
และคุณสมบัติของคณบดีและรองคณบดีตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๒
ในคณะหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการประจำคณะประกอบด้วยคณบดี รองคณบดี
หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
ถ้ามี เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำในคณะมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการโดยตำแหน่ง
ถ้าไม่มีการแบ่งภาควิชาหรือมีแต่ไม่ถึงสี่ภาควิชา
ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณาจารย์ประจำในคณะเป็นกรรมการเพิ่มเติมให้ได้จำนวนทั้งหมดไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน
กรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งจะเป็นคณาจารย์ประจำในภาควิชาเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคนไม่ได้
จำนวนและคุณสมบัติของกรรมการที่จะได้รับแต่งตั้งในแต่ละคณะ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ให้คณบดีเป็นประธานคณะกรรมการประจำคณะ
และให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นเลขานุการของคณะกรรมการประจำคณะ
กรรมการที่อธิการบดีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปีแต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
การประชุมของคณะกรรมการประจำคณะให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๓
คณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) วางนโยบายและแผนงานของคณะให้สอดคล้องกับนโยบายของสภามหาวิทยาลัย
(๒)
พิจารณาหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรสำหรับคณะเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๓) พิจารณาวางระเบียบ
และออกข้อบังคับภายในคณะตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
หรือเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๔) พิจารณาเสนอเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ในคณะต่อมหาวิทยาลัย
(๕) จัดการวัดผล ประเมินผล และควบคุมมาตรฐานการศึกษาของคณะ
(๖) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นแก่คณบดี
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณบดีมอบหมาย
มาตรา ๓๔
ในกรณีที่มีการแบ่งภาควิชาหรือแบ่งหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะ
ให้มีหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของภาควิชาหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
และจะให้มีรองหัวหน้าภาควิชาหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชามอบหมาย
หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชารวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งดังกล่าวนั้น
ให้แต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
การแต่งตั้งหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง
ส่วนรองหัวหน้าภาควิชาหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
ให้อธิการบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดี
หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชามีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
เมื่อหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองหัวหน้าภาควิชาหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๓๕
ในวิทยาลัยหนึ่ง
ให้มีผู้อำนวยการวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาลัย
และจะให้มีรองผู้อำนวยการวิทยาลัยคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยมอบหมาย
การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง
และคุณสมบัติของผู้อำนวยการวิทยาลัยและรองผู้อำนวยการวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๖
การจัดให้มีคณะกรรมการประจำวิทยาลัยและการจัดระบบบริหารงานในวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ในกรณีที่มีการแบ่งภาควิชาหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในวิทยาลัย
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๗
ในกรณีที่มหาวิทยาลัยมีสถาบัน สำนัก ศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของสถาบัน
สำนัก ศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และจะให้มีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะมอบหมาย
การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง
และคุณสมบัติของผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๘
และมาตรา ๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๘
การจัดให้มีคณะกรรมการประจำและการจัดระบบบริหารงานในสถาบัน สำนัก ศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๙
ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี
ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา
หัวหน้าหน่วยงานและรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา
จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้
ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้วจะรักษาราชการแทนตำแหน่งดังกล่าวอีกหนึ่งตำแหน่งก็ได้
แต่ต้องไม่เกินหกเดือน
มาตรา ๔๐
วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ
หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
กรรมการประจำวิทยาเขตที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำในวิทยาเขตและกรรมการประจำคณะซึ่งอธิการบดีแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำในคณะ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๔๑
เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก
ศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และภาควิชาหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต
การอนุมัติหรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ คำสั่ง
หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น
อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการ
หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา
ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะในราชการของหน่วยงานก็ได้
ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่อธิการบดีกำหนด
มาตรา ๔๒
ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนหรือผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).