ทั้งฉบับ
กฎกระทรวง กฎกระทรวง จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๘[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ (๑) สำนักงานอธิการบดี (๒) คณะครุศาสตร์ (๓)[๒] คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (๔) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (๕) คณะวิทยาการจัดการ (๖) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๗) สถาบันวิจัยและพัฒนา (๘) สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ (๙) สำนักศิลปะและวัฒนธรรม (๑๐) สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถาบันราชภัฏ โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ แทนพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๓๘ และโดยที่มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติให้การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกสำนักงานวิทยาเขต บัณฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ทำเป็นกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘[๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขชื่อ คณะเทคโนโลยีการเกษตร เป็น คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและการดำเนินงานในปัจจุบัน และโดยที่มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติให้การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกสำนักงานวิทยาเขต บัณฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ทำเป็นกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริญสินีย์/เพิ่มเติม ๑๖ กันยายน ๒๕๕๘ นุสรา/ตรวจ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๒๐ ก/หน้า ๔๔/๘ มีนาคม ๒๕๔๘ [๒] (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๓๓/๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๘