กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่น
และการพิจารณาคำร้องขอใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน
พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๖ และมาตรา๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
คำร้อง หมายความว่า คำร้องขอรับการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคุ้มครองพยาน และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นที่รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาให้ทำหน้าที่รับคำร้อง ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ข้อ ๒ ในกรณีที่ปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าพยานในคดีอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ จะไม่ได้รับความปลอดภัยให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อขอใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน
(๑) พยานหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากพยาน
(๒) บุคคลซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้องกับพยาน
(๓) พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
(๔) พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา
(๕) พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา
ทั้งนี้ บุคคลตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) จะยื่นคำร้องดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของพยาน
ความยินยอมของพยานตามความในวรรคสอง ให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อพยานเป็นสำคัญ
ข้อ ๓ คำร้องอย่างน้อยต้องระบุชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของพยานและผู้ยื่นคำร้องและพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพยานอาจไม่ได้รับความปลอดภัย ทั้งนี้ ต้องมีลายมือชื่อของผู้ยื่นคำร้องเป็นสำคัญ
ข้อ ๔ การยื่นคำร้องตามข้อ ๒ ให้ยื่นผ่านสำนักงาน พร้อมด้วยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่คาดว่าพยานจะไม่ได้รับความปลอดภัย
ข้อ ๕ เมื่อสำนักงานได้รับคำร้องตามข้อ ๔ แล้ว ให้ดำเนินการในเบื้องต้นดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจสอบความถูกต้องของคำร้อง
(๒) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อทราบข้อมูลที่แสดงว่าพยานอาจไม่ได้รับความปลอดภัย และหากเห็นว่ามีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เป็นข้อสาระสำคัญ ให้จัดทำบันทึกประกอบคำร้อง โดยให้ผู้ยื่นคำร้องลงลายมือชื่อในบันทึกดังกล่าว
(๓) แจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องทราบถึงสิทธิและผลกระทบ รวมทั้งความรับผิดอันเนื่องจากการใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน
(๔) ออกใบรับคำร้องไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๖ ในการตรวจสอบคำร้องตามข้อ ๕ หากสำนักงานเห็นว่ายังขาดพยานหลักฐานใดให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องส่งเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่ยื่นพยานหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ให้สำนักงานรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีและจัดทำรายงานและความเห็นประกอบคำร้องเสนอให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายพิจารณาต่อไป
ข้อ ๗ ในกรณีที่สำนักงานตรวจสอบคำร้อง พยานหลักฐาน และรายละเอียดที่ยื่นตามข้อ ๕ หรือพยานหลักฐานและรายละเอียดที่ยื่นเพิ่มเติมตามข้อ ๖ แล้ว ให้สำนักงานเสนอคำร้องดังกล่าวพร้อมกับความเห็นประกอบให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการโดยด่วน
การเสนอคำร้องตามวรรคหนึ่ง หรือตามข้อ ๖ วรรคสอง หากหน่วยงานที่เสนอคำร้องมิใช่สำนักงานคุ้มครองพยาน ให้เสนอผ่านสำนักงานคุ้มครองพยาน
เมื่อสำนักงานคุ้มครองพยานได้รับคำร้องตามวรรคสองแล้ว ให้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งการของรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายโดยด่วน พร้อมทั้งแจ้งให้พยานหรือผู้ยื่นคำร้องทราบถึงวันที่รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายได้รับคำร้อง
ข้อ ๘ เมื่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายได้รับคำร้องตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗แล้ว ให้พิจารณาสั่งการโดยด่วน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากสำนักงานคุ้มครองพยาน ถ้าเห็นว่าไม่ควรใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานให้สั่งไม่รับคำร้อง แล้วแจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวให้พยานหรือผู้ยื่นคำร้องทราบโดยเร็ว ถ้าเห็นว่าควรใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน ให้สั่งใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานตามความเหมาะสมต่อไป
หากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายไม่พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสั่งไม่รับคำร้อง
กรณีที่รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายสั่งไม่รับคำร้อง หรือกรณีที่ถือว่าสั่งไม่รับคำร้อง ผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๙ ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายสั่งการให้ใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน ก่อนดำเนินการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ ให้สำนักงานจัดให้พยานลงลายมือชื่อแสดงความยินยอมรับการคุ้มครองอีกครั้ง
ข้อ ๑๐ การรับและส่งคำร้อง การตรวจสอบคำร้อง การพิจารณาคำร้องและการคุ้มครองพยานให้ดำเนินการเป็นการลับ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของพยาน ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวพยาน บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน พฤติการณ์แห่งคดีความไม่ปลอดภัยที่พยานจะได้รับ และข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการร้องขอให้นำมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานมาใช้บังคับแก่สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานซึ่งมีผลต่อการที่พยานจะมาเป็นพยาน ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘
พงศ์เทพ เทพกาญจนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้การยื่นและการพิจารณาคำร้องขอใช้มาตรการพิเศษ ในการคุ้มครองพยานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศุภกรณ/ผู้จัดทำ
๓ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๕/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).