我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 (ฉบับ Update ล่าสุด) หมวด ๕

มาตรา ๕๙–มาตรา ๗๒共 14 條

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครู ให้ผู้บังคับบัญชาต่อไปนี้เป็นผู้สั่งเลื่อน (๑) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนในระดับ ๑๐ และระดับ ๙ (๒) อธิบดี สำหรับข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนในระดับ ๘ ระดับ ๗ และระดับ ๖ (๓) อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย สำหรับข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๕ ลงมา (๔) ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด และผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สำหรับข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด หรือสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๖ ลงมา

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครู ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโดยคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงานของตำแหน่ง และผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา การรักษาวินัย ตลอดจนความสามารถและความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค. ในกรณีที่ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีให้ข้าราชการครูผู้ใด ให้ผู้บังคับบัญชาชี้แจงเหตุผลให้ผู้นั้นทราบ

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย การออกจากราชการ การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์ ให้บรรดาอำนาจและหน้าที่ของ ก.พ. เป็นอำนาจและหน้าที่ของ ก.ค. อำนาจและหน้าที่ของ อ.ก.พ. กระทรวง และ อ.ก.พ. จังหวัด เป็นอำนาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค. กรม หรือ อ.ก.ค. จังหวัด แล้วแต่กรณี และให้อำนาจและหน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา กฎ ก.ค. หรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.พ. กฎ ก.จ. มติคณะรัฐมนตรี มติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน มติของคณะกรรมการข้าราชการส่วนจังหวัด ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ใช้อยู่เดิม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ ให้ดำเนินการเลือกตั้งผู้แทนข้าราชการครูตามมาตรา ๖ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ ในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีผู้แทนข้าราชการครู (๑) ให้ ก.ค. ประกอบด้วยรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคุรุสภา ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคล ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีมาแล้ว จำนวนห้าคน ข้าราชการครูซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ และให้เลขาธิการ ก.ค. เป็นกรรมการและเลขานุการ (๒) ให้ อ.ก.ค. กรม ประกอบด้วยอธิบดีเป็นประธานอนุกรรมการ รองอธิบดีคนหนึ่งซึ่งอธิบดีมอบหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการ หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๗ มาแล้ว จำนวนสามคน เป็นอนุกรรมการ และให้ผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ (๓) ให้ อ.ก.ค. จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน อนุกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ จำนวนสามคนเป็นอนุกรรมการ และให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ (๔) ให้ อ.ก.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นประธานอนุกรรมการ รองอธิบดีกรมวิชาการหนึ่งคนซึ่งอธิบดีกรมวิชาการมอบหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า จำนวนสามคน และผู้อำนวยการสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากข้าราชการครูตาม (๑) ให้พ้นจากตำแหน่งในวันที่ประกาศผลการเลือกตั้งข้าราชการครูตามมาตรา ๖๓ และให้นำมาตรา ๑๖ วรรคสาม มาใช้บังคับแก่ อ.ก.ค. กรม ตาม (๒) โดยอนุโลม

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ ผู้ใดเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ผู้ใดเป็นข้าราชการส่วนจังหวัดสามัญหรือข้าราชการครูส่วนจังหวัดอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และได้โอนมาเป็นข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยการโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ข้าราชการครูผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ไม่ต้องสอบสวน ให้พิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้แล้วสั่งลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น (๒) ในกรณีที่จะต้องสอบสวน และยังมิได้สั่งสอบสวน ให้สั่งสอบสวนและพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าพบว่ามีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการ ให้สั่งลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น (๓) ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเดิมได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จ ให้ผู้มีอำนาจสอบสวนตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนเสร็จ และให้พิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าพบว่ามีกรณีกระทำผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการ ให้สั่งลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น (๔) ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเดิมได้สั่งให้สอบสวน และได้สอบสวนและพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเสร็จแล้ว ให้การสอบสวนและพิจารณานั้นเป็นอันใช้ได้และให้นำผลการสอบสวนและพิจารณานั้นมาใช้ลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ ผู้ใดเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือเป็นข้าราชการส่วนจังหวัดวิสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด ซึ่งโอนตามพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๓ ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญต่อไป และให้นำมาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาใช้บังคับแก่ผู้นั้น โดยอนุโลม

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ ข้าราชการพลเรือนวิสามัญตามมาตรา ๖๘ ผู้ใดดำรงตำแหน่งที่ ก.ค. พิจารณาเห็นว่าทำหน้าที่อย่างเดียวกับข้าราชการครู ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ สั่งให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ได้รับเงินเดือนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ทั้งนี้เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา ๒๓ (๒) เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนต้นตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๐๓ หรือที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบเท่าและเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญ หรือข้าราชการส่วนจังหวัดวิสามัญในตำแหน่งที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกับข้าราชการครูติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี ผู้ใดเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญตามวรรคหนึ่ง แต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ตาม (๒) ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญไปพลางก่อน เมื่อเข้าเกณฑ์ตาม (๒) จึงให้เป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ บรรดากิจการที่กำหนดเป็นอำนาจและหน้าที่ของ ก.ค. ตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าได้มีการดำเนินการไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าการนั้นได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ถือว่าการนั้นได้ดำเนินการไปแล้วหรือกำลังดำเนินการอยู่ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ การใดอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดำเนินการต่อไปสำหรับการนั้นให้เป็นไปตามที่ ก.ค.กำหนด

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ การใดที่เคยดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ จะดำเนินการได้ประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ค. กำหนดโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยครูได้กำหนดให้คุรุสภาเป็นองค์การบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูแทน ก.พ. เพราะข้าราชการครูมีเป็นจำนวนมากและกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ อีกทั้งลักษณะงาน ตำแหน่ง หน้าที่ของข้าราชการครูก็แตกต่างไปจากข้าราชการพลเรือนประเภทอื่น แต่คุรุสภาก็มิได้จัดตั้งขึ้นเป็นส่วนราชการเพื่อการบริหารงานบุคคล ทำให้ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินงานบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูต่อไปตามโครงสร้างและระบบบริหารการศึกษาที่จะปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างและระบบบริหารการประถมศึกษาที่กำหนดให้มอบอำนาจการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูไปดำเนินงานในระดับจังหวัด เพื่อให้การบริหารงานบุคคลมีความคล่องตัวและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น สุรินทร์ / แก้ไข ๐๖/๐๒/๒๕๔๕ A+B(C) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕[๘] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้มีสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัดและสำนักงานสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร โดยมีผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด ผู้ช่วยผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด ผู้อำนวยการสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยผู้อำนวยการสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานในสำนักงานดังกล่าวสมควรกำหนดให้หน่วยงานข้างต้นและตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นเป็นหน่วยงานทางการศึกษาและข้าราชการครู กับกำหนดให้ ก.ค. มีอำนาจกำหนดหน่วยงานทางการศึกษาเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความคล่องตัวขึ้น เนื่องจากได้มีการปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนและกำหนดบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูบัญญัติให้นำบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับแก่ข้าราชการครูโดยอนุโลม สมควรกำหนดบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครู ประเภทของตำแหน่งข้าราชการครูและการรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สุรินทร์ / แก้ไข ๐๖/๐๒/๒๕๔๕ A+B(C) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๘[๙] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแยกบัญชีอัตราเงินเดือนและบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนซึ่งอนุโลมนำมาใช้กับข้าราชการครูไปบัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะแล้ว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูให้สอดคล้องกัน ประกอบกับการกำหนดให้ข้าราชการครูได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งก็ควรจะได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์การรับเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สุรินทร์ / แก้ไข ๐๖/๐๒/๒๕๔๕ A+B(C) ปาจรีย์/นิลวรรณ จัดทำ ๑๘ มี.ค. ๒๕๔๖ ศุภชัย/แก้ไข ศุภสรณ์/ตรวจ ๑๙ พ.ค. ๒๕๔๗ [๑] รก.๒๕๒๓/๑๕๘/๓๗พ/๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๓ [๒]

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).