ข้อ ๑๗ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งประสงค์จะเลิกผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ ๒ หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ ๑ ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีล่วงหน้าก่อนวันที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการดังกล่าว และให้ถือว่าหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุนับแต่วันที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการนั้น
เมื่อได้แจ้งเลิกดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ในระหว่างที่หนังสือรับรองการแจ้งยังไม่สิ้นอายุตามวรรคหนึ่ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๖ (๔) (๕) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) (๑๕) และ (๑๘) ตลอดระยะเวลาที่หนังสือรับรองการแจ้งยังไม่สิ้นอายุ
ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งได้แจ้งเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่เหลืออยู่ตามมาตรา ๓๕ และให้แจ้งผลการดำเนินการดังกล่าวให้อธิบดีทราบโดยเร็ว และนำหนังสือรับรองการแจ้งส่งคืนต่ออธิบดีเพื่อประทับตรายกเลิกหนังสือรับรองการแจ้งดังกล่าวต่อไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๑ วรรคสาม มาตรา ๒๖ วรรคสอง และมาตรา ๓๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การออกหนังสือรับรองการแจ้ง อายุหนังสือรับรองการแจ้ง การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง การออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้ง การขอแก้ไขรายการ การอนุญาตให้แก้ไขรายการ การแจ้งการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในหนังสือรับรองการแจ้ง และการแจ้งเลิกดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ ๒ หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ ๑ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ประกอบกับมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งแจ้งต่ออธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทราบโดยเร็ว ในกรณีที่การดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
อัมพิกา/จัดทำ
๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๖๗ ก/หน้า ๒๓/๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๓