กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๒) (๓) และ (๑๐)
แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์
(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๕ (๑๔) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ.
๒๕๔๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๖ รถยนต์รับจ้างต้องไม่ติดตั้งระบบป้องกันการเปิดประตูรถจากภายในและกระจกกันลมทุกด้านต้องเป็นกระจกที่โปร่งใสสามารถมองเห็นสภาพภายในรถและสภาพการจราจรภายนอกรถได้ชัดเจนและห้ามมิให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนหนึ่งส่วนใดของกระจก
เว้นแต่เป็นการติดเครื่องหมาย หรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด
หรือการติดวัสดุสำหรับบังหรือกรองแสงแดดที่กระจกกันลมด้านหน้าตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ
๙
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๙ รถยนต์รับจ้างต้องมีและใช้เครื่องสื่อสารตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมตามแบบหรือชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเครื่องสื่อสารประเภทอื่น
ที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ
๑๔
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๔ รถยนต์รับจ้างตามกฎกระทรวงนี้
ให้มีอายุการใช้งานได้ไม่เกินเก้าปี นับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก
ในกรณีที่รถยนต์รับจ้างครบอายุการใช้งานตามวรรคหนึ่ง
ให้เจ้าของรถมีหน้าที่ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทรถภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบอายุการใช้งาน
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๕ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างและค่าบริการอื่น
ดังต่อไปนี้
(๑)
ค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารให้กำหนดโดยถือเกณฑ์ระยะทาง ๒ กิโลเมตรแรกไม่เกิน
๕๐ บาท และกิโลเมตรต่อ ๆ ไป ไม่เกินกิโลเมตรละ ๑๒ บาท
ในกรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัยในอัตรานาทีละไม่เกิน
๓ บาท
(๒) ค่าบริการอื่น ให้กำหนด ดังต่อไปนี้
(ก)
กรณีการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้รับจ้างกำหนดได้ไม่เกิน
๕๐ บาท
(ข)
กรณีการจ้างจากท่าอากาศยานหรือสถานที่ที่กระทรวงคมนาคมประกาศกำหนดโดยรถยนต์รับจ้างนั้นจอดรอคนโดยสารอยู่ในสถานที่ดังกล่าว
ณ จุดที่ได้จัดไว้เป็นการเฉพาะกำหนดได้ไม่เกิน ๑๐๐ บาท
การกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่นตามวรรคหนึ่ง
ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การเรียกเก็บค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารให้เรียกเก็บตามจำนวนเงินรวมที่แสดงไว้ในมาตรค่าโดยสาร
ส่วนในกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าบริการอื่น
ให้เรียกเก็บเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารที่แสดงไว้ในมาตรค่าโดยสารดังกล่าว
ข้อ ๗ รถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนไว้ก่อนวันที่
๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้มีอายุการใช้งาน ดังต่อไปนี้
(๑) รถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
ถึงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
ให้มีอายุการใช้งานสิบสองปีนับแต่วันที่รถยนต์นั้นจดทะเบียนครั้งแรก
(๒) รถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
ถึงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้มีอายุการใช้งานต่อไปได้จนถึงวันที่ ๒๕ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๖๐
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีการจ้างรถยนต์รับจ้างผ่านระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมจากการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสาร
ประกอบกับจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร
ในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓ สิงหาคม ๒๕๕๘
นุสรา/ผู้ตรวจ
๑๓ สิงหาคม
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๗๐ ก/หน้า ๒๑/๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).