กฎกระทรวง
การประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๒๕ วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๒๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ
ข้อ ๓ การประกอบการขนส่งระหว่างประเทศประเภทการขนส่งประจำทาง ให้กระทำได้เฉพาะบุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
(๒) องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ในกรณีบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ บุคคลดังกล่าวต้องมีสำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและตั้งอยู่ในประเทศไทย
ข้อ ๔ การประกอบการขนส่งระหว่างประเทศประเภทการขนส่งไม่ประจำทางหรือประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ให้กระทำได้เฉพาะบุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) บุคคลธรรมดา
(๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
(๓) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
(๔) องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ในกรณีบุคคลตาม (๒) (๓) และ (๔) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ บุคคลดังกล่าวต้องมีสำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและตั้งอยู่ในประเทศไทย
ข้อ ๕ ผู้ที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประเภทการขนส่งไม่ประจำทางหรือประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศในประเภทเดียวกันและใบอนุญาตประกอบการขนส่งนั้นต้องยังไม่สิ้นอายุ
ให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีอำนาจยกเว้นหลักเกณฑ์ในการขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งตามความจำเป็น หรือมีเหตุผลพิเศษ สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นการเฉพาะรายได้
ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะประกอบการขนส่งระหว่างประเทศประเภทการขนส่งประจำทาง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนกลางตามแบบของกรมการขนส่งทางบก โดยกรอกข้อความเป็นภาษาไทยพร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
(ก) หนังสือรับรองการจดทะเบียนและวัตถุประสงค์ของบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน
(ข) สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวของบุคคลซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของกรรมการของบริษัททุกคน
(ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของกรรมการของบริษัททุกคน
(ง) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท
(จ) ตัวอย่างรอยตราประทับของบริษัทที่ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ฉ) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ
(ช) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ อย่างละ ๒ รูป
(ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ
(ฌ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถในกรณีที่มีรถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ (ถ้ามี)
(๒) องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
(ก) หนังสือหรือหลักฐานแสดงฐานะการเป็นองค์การของรัฐ
(ข) ตัวอย่างรอยตราประทับขององค์การของรัฐที่ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ค) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ
(ง) รูปถ่ายสำนักงานและสถานที่เก็บรถ อย่างละ ๒ รูป
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ
(ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถในกรณีที่มีรถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ (ถ้ามี)
ในกรณีบุคคลตาม (๑) และ (๒) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ บุคคลดังกล่าวต้องยื่นหลักฐานที่แสดงถึงการมีสำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและตั้งอยู่ในประเทศไทย
ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะประกอบการขนส่งระหว่างประเทศประเภทการขนส่งไม่ประจำทางหรือประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนกลางตามแบบของกรมการขนส่งทางบก โดยกรอกข้อความเป็นภาษาไทย พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) บุคคลธรรมดา
(ก) สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศตามข้อ ๕ (ถ้ามี)
(ข) สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน
(ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน
(ง) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถในกรณีที่มีรถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ (ถ้ามี)
(๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
(ก) สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศตามข้อ ๕ (ถ้ามี)
(ข) หนังสือรับรองการจดทะเบียนและวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน
(ค) ตัวอย่างรอยตราประทับของห้างหุ้นส่วนที่ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ง) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถในกรณีที่มีรถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ (ถ้ามี)
(๓) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
(ก) สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศตามข้อ ๕ (ถ้ามี)
(ข) หนังสือรับรองการจดทะเบียนและวัตถุประสงค์ของบริษัท ซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน
(ค) ตัวอย่างรอยตราประทับของบริษัทที่ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ง) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถในกรณีที่มีรถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ (ถ้ามี)
(๔) องค์การของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
(ก) สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศตามข้อ ๕ (ถ้ามี)
(ข) หนังสือหรือหลักฐานแสดงฐานะการเป็นองค์การของรัฐ
(ค) ตัวอย่างรอยตราประทับขององค์การของรัฐที่ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ง) ตัวอย่างเครื่องหมายประจำรถ
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถในกรณีที่มีรถอยู่แล้วในวันยื่นคำขอ (ถ้ามี)
ในกรณีบุคคลตาม (๒) (๓) และ (๔) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ บุคคลดังกล่าว ต้องยื่นหลักฐานที่แสดงถึงการมีสำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและตั้งอยู่ในประเทศไทย
ข้อ ๘ ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับการรับรองความถูกต้องของคำแปลเป็นภาษาไทยหรือการยอมรับเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศมาใช้บังคับกับหลักฐานตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศโดยอนุโลม
ข้อ ๙ ใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอพร้อมใบอนุญาตหรือใบแทนต่อนายทะเบียนกลางตามแบบของกรมการขนส่งทางบก โดยกรอกข้อความเป็นภาษาไทย พร้อมด้วยหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี
ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับแก่การยื่นหลักฐานประกอบคำขอต่ออายุใบอนุญาตโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้นายทะเบียนกลางออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนกลางตามแบบของกรมการขนส่งทางบก โดยกรอกข้อความเป็นภาษาไทยพร้อมด้วยใบอนุญาตที่ถูกทำลายหรือชำรุด แล้วแต่กรณี สำหรับกรณีใบอนุญาตสูญหายภายในประเทศให้ยื่นพร้อมด้วยหลักฐานการรับแจ้งความของสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตนั้นสูญหายหรือหนังสือบันทึกถ้อยคำที่นายทะเบียนได้บันทึกเกี่ยวกับใบอนุญาตสูญหายไว้ ในกรณีใบอนุญาตสูญหายในต่างประเทศให้ยื่นพร้อมด้วยหลักฐานการรับแจ้งความของหน่วยงานที่มีอำนาจในการรับแจ้งความของประเทศนั้น
การอนุญาตคำขอใบแทนใบอนุญาต ให้นายทะเบียนกลางออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิม แต่ให้ระบุคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย
ข้อ ๑๓ เพื่อประโยชน์แก่นายทะเบียนกลางในการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับลักษณะของรถในใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำลักษณะของรถที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในการประกอบการขนส่งตามข้อ ๙ (๑) และ (๒) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๔ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ หากจะนำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศมาใช้ประกอบการขนส่ง รถนั้นต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงมีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เว้นแต่จะมีอนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๑๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั้งหลายแห่งกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางบก ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่ออนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่ง และอนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่จะทำการขนส่งนั้น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
พลเอก ชัยนันท์ เจริญศิริ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศ และไม่สอดคล้องกับนโยบายการเปิดเสรีทางการค้าการลงทุนกับต่างประเทศของรัฐบาล สมควรแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศดังกล่าว ให้มีความเหมาะสมและอำนวยประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งให้สามารถพัฒนาศักยภาพเพื่อแข่งขันกับนานาประเทศได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
นันทนา/ผู้จัดทำ
๕ ตุลาคม ๒๕๔๙
วิภา/ปรับปรุง
๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ภิรมย์พร/ตรวจ
๒๘ กันยายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๐ ก/หน้า ๑๔/๒๘ กันยายน ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).