我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559

法律・公布 2016-08-05・全 156 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ (๒) พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “พลังงานนิวเคลียร์” หมายความว่า พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากการแยก รวม หรือแปลงนิวเคลียส “รังสี” หมายความว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออนุภาคใด ๆ ที่มีความเร็ว ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการแตกตัวเป็นไอออนได้ในตัวกลางที่ผ่านไป “วัสดุกัมมันตรังสี” หมายความว่า ธาตุหรือสารประกอบใด ๆ ที่องค์ประกอบส่วนหนึ่งมีโครงสร้างภายในอะตอมไม่คงตัว และสลายตัวโดยปลดปล่อยรังสีออกมา ทั้งที่มีอยู่ในธรรมชาติหรือเกิดจากการผลิต หรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์ การผลิตจากเครื่องกำเนิดรังสี หรือกรรมวิธีอื่นใด ทั้งนี้ ไม่รวมถึงวัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะเป็นวัสดุนิวเคลียร์ “เครื่องกำเนิดรังสี” หมายความว่า เครื่องหรือระบบอุปกรณ์เมื่อมีการให้พลังงานเข้าไปแล้วจะก่อให้เกิดการปลดปล่อยรังสีออกมา และอุปกรณ์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องกำเนิดรังสี “วัสดุนิวเคลียร์” หมายความว่า (๑) วัสดุต้นกำลัง ได้แก่ (ก) ยูเรเนียมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ ทอเรียม หรือวัสดุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ รวมถึงสารประกอบหรือสารผสมของธาตุหรือวัสดุดังกล่าวตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ข) แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยวัสดุตาม (ก) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยมีอัตราความเข้มข้นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๒) วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ ได้แก่ (ก) พลูโทเนียม ยูเรเนียม ๒๓๓ ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะด้วยยูเรเนียม ๒๓๓ หรือยูเรเนียม ๒๓๕ หรือสารประกอบของธาตุดังกล่าว (ข) วัสดุใด ๆ ที่มีวัสดุตาม (ก) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมเข้าไป (ค) วัสดุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๓) วัสดุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์” หมายความว่า เครื่องหรือระบบอุปกรณ์ใด ๆ ซึ่งออกแบบหรือใช้เพื่อก่อให้เกิดพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งได้แก่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย “เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน” หมายความว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่นำพลังงานนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์เพื่อผลิตเป็นพลังงานในรูปแบบอื่น “เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย” หมายความว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้นิวตรอนหรือรังสีเพื่อการศึกษา การค้นคว้า การวิจัย หรือการอื่น “สถานประกอบการทางนิวเคลียร์” หมายความว่า (๑) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานสำหรับการขับเคลื่อน (๒) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๓) สถานที่แต่งแร่เพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ (๔) สถานที่เปลี่ยนรูปหรือเสริมสมรรถนะวัสดุนิวเคลียร์ (๕) สถานที่ประกอบหรือจัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (๖) สถานที่จัดเก็บหรือแปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว “เชื้อเพลิงนิวเคลียร์” หมายความว่า วัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านกระบวนการเหมาะสมเพื่อใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานนิวเคลียร์ “เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว” หมายความว่า เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ผ่านการใช้งานในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้ว และไม่นำไปใช้งานในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก “กากกัมมันตรังสี” หมายความว่า วัสดุไม่ว่าจะอยู่ในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ดังต่อไปนี้ (๑) วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่ไม่อาจใช้งานได้ตามสภาพอีกต่อไป (๒) วัสดุที่ประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ วัสดุที่ประกอบหรือปนเปื้อนดังกล่าวต้องมีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่คณะกรรมการกำหนด (๓) วัสดุอื่นใดที่มีกัมมันตภาพตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว “ทำเครื่องกำเนิดรังสี” หมายความรวมถึง ผลิต ประกอบ ประดิษฐ์ ปรับปรุง แปรสภาพหรือดัดแปลงเครื่องกำเนิดรังสี “นำผ่าน” หมายความว่า นำหรือส่งผ่านราชอาณาจักรไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะในราชอาณาจักรหรือไม่ก็ตาม “มีไว้ในครอบครอง” หมายความว่า มีไว้ในครอบครองเพื่อตนเองหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงมีไว้ในครอบครองเพื่อการขนส่ง “แต่งแร่” หมายความว่า การกระทำอย่างใด ๆ เพื่อทำแร่ให้สะอาด หรือเพื่อให้แร่ที่ปนกันอยู่ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปแยกออกจากกัน “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่น ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ การออกกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกัน โดยคำนึงถึงประเภท ชนิด ขนาด หรือระดับกัมมันตภาพของวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ หรือกากกัมมันตรังสีก็ได้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ บททั่วไป

หมวด ๑

มาตรา ๖

มาตรา ๖ พระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บังคับแก่การดำเนินการเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย และการพิทักษ์ความปลอดภัย อย่างเพียงพอ ที่จะป้องกันอันตรายจากผลกระทบทางนิวเคลียร์และรังสีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ๗

มาตรา ๗ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ยานพาหนะทางทหารของต่างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร

มาตรา ๘

มาตรา ๘ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวง ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องกำเนิดรังสีเป็นเครื่องกำเนิดรังสี (๒) กำหนดให้วัสดุอื่นใดเป็นวัสดุต้นกำลัง วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ หรือวัสดุนิวเคลียร์ (๓) กำหนดสารประกอบหรือสารผสมของยูเรเนียมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะทอเรียม หรือวัสดุอื่นใดที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวัสดุต้นกำลัง เพื่อให้สารประกอบหรือสารผสมนั้นเป็นวัสดุต้นกำลัง (๔) กำหนดอัตราความเข้มข้นยูเรเนียมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ ทอเรียมวัสดุอื่นใดที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวัสดุต้นกำลัง หรือสารประกอบหรือสารผสมของธาตุหรือวัสดุดังกล่าวที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวัสดุต้นกำลัง ที่ประกอบในแร่หรือสินแร่ เพื่อให้แร่หรือสินแร่นั้นเป็นวัสดุต้นกำลัง (๕) กำหนดวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๕ (๖) กำหนดวัสดุกัมมันตรังสีที่ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือกำหนดวัสดุนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งการครอบครองตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง (๗) กำหนดประเภทวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ที่บุคคลธรรมดาขอรับใบอนุญาตได้ตามมาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๔๐ (๘) กำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๒๙ (๑) (ข) มาตรา ๓๐ (๒) มาตรา ๔๑ (๑) (ข) หรือมาตรา ๔๒ (๒) หรือศักยภาพทางเทคนิคและการเงินของผู้ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๔๖ (๒) (๙) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๔๘ (๑๐) กำหนดรายละเอียดของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นตามมาตรา ๕๖ (๑๑) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์วัสดุนิวเคลียร์ หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว การทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และการรายงานการทดสอบดังกล่าวตามมาตรา ๖๓ (๑๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการยื่นคำขอเลิกดำเนินการและรายละเอียดของแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๗๐ (๑๓) กำหนดระดับค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิตของกากกัมมันตรังสีที่ปล่อยทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมได้และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และปริมาณปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีตามมาตรา ๗๘ (๑๔) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการกากกัมมันตรังสี และกำหนดกากกัมมันตรังสีที่ต้องส่งให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามมาตรา ๗๙ (๑๕) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งการนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการเมื่อไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา ๘๓ (๑๖) กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการการเก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว การส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานของรัฐ การส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วไปจัดการนอกราชอาณาจักรและการส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วกลับคืนแก่ประเทศผู้ขายหรือผู้ให้เช่าตามมาตรา ๘๗ (๑๗) กำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการตามมาตรา ๙๐ (๑๘) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙๑ (๑๙) กำหนดการแบ่งระดับและการกำหนดคุณวุฒิของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา ๙๕ และมาตรา ๙๗ (๒๐) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ที่ผู้ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ซึ่งประสงค์จะขนส่งวัสดุดังกล่าว และผู้รับขนส่งวัสดุดังกล่าวมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙๙ คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

หมวด ๒

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ” ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสิบคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์และรังสีในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ จำนวนไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการจะแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ และต้องไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ (๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง (๔) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๕) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ (๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๗) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๘) ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล (๙) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการเสนอชื่อ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๑๐) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๑๑) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๐

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะนโยบายและมาตรการต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังต่อไปนี้ (ก) การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ (ข) การกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญ ความเสียหาย หรืออันตราย ที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อม หรือการกำหนดแนวทางหรือลักษณะการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมสิ่งดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม (๒) ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) วางระเบียบควบคุมและดำเนินกิจการให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ อันพึงใช้โดยเฉพาะเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ (๕) ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยจากพลังงานนิวเคลียร์ (๖) กำหนดแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีซึ่งเป็นแผนสนับสนุนและอยู่ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๗) พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของเลขาธิการตามพระราชบัญญัตินี้ (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ในการปฏิบัติหน้าที่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณา ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการหรือกรรมการผู้นั้น แจ้งให้ที่ประชุมทราบ และให้ที่ประชุมพิจารณาว่ากรรมการผู้นั้นสมควรอยู่ในที่ประชุมหรือมีมติในการประชุมเรื่องนั้นได้หรือไม่ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งข้อมูลหรือเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ ในการนี้อาจเรียกบุคคลใด ๆ มาชี้แจงด้วยก็ได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสี งานวิชาการและงานธุรการให้แก่คณะกรรมการ รวมทั้งประสานงานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานต่าง ๆ ทางด้านนิวเคลียร์และรังสี และงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย วัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี

หมวด ๓

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ วัสดุกัมมันตรังสีใดที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงระดับกัมมันตภาพ หรือลักษณะการครอบครองหรือการใช้วัสดุกัมมันตรังสี กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยให้กำหนดรายชื่อวัสดุกัมมันตรังสี และระดับกัมมันตภาพหรือลักษณะการใช้งานวัสดุกัมมันตรังสี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้ใดจะดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ (๑) ผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี (๒) นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับวัสดุกัมมันตรังสีแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ วัสดุกัมมันตรังสีใดที่ผู้ดำเนินการไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงระดับกัมมันตภาพหรือลักษณะการใช้งานวัสดุกัมมันตรังสี ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีต่อเลขาธิการ การแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ ให้มีอายุ ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตผลิตวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุห้าปี (๒) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุห้าปี (๓) ใบอนุญาตนำเข้าวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน (๔) ใบอนุญาตส่งออกวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน (๕) ใบอนุญาตนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าวัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีนั้นด้วย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี ให้ได้รับยกเว้นการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีหรือการแจ้งการมีไว้ในครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีนั้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ (๒) ต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักร ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำผ่านซึ่งวัสดุกัมมันตรังสี ทางด่านศุลกากรที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๘ มาใช้บังคับกับการกำหนดเครื่องกำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ผู้ใดจะดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ (๑) ทำเครื่องกำเนิดรังสี (๒) มีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี (๓) นำเข้าหรือส่งออกเครื่องกำเนิดรังสี การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับเครื่องกำเนิดรังสีแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๖ ให้มีอายุ ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุห้าปี (๒) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุห้าปี (๓) ใบอนุญาตนำเข้าเครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน (๔) ใบอนุญาตส่งออกเครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ต้องเป็นนิติบุคคล เว้นแต่วัสดุกัมมันตรังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสีบางประเภทที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะเป็นบุคคลธรรมดาก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) คุณสมบัติ (ก) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (ข) มีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสีที่ขออนุญาต การดำเนินการเมื่อเลิกใช้งาน และการจัดการกากกัมมันตรังสี หรือมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของเครื่องกำเนิดรังสีที่ขออนุญาต แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ศักยภาพทางเทคนิคให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องดังต่อไปนี้ ๑) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการ ๒) เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ๓) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ๔) แผนป้องกันอันตรายจากรังสี (๒) ลักษณะต้องห้าม (ก) เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (ข) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (ค) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต (ง) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙ (๑) (ก) และ (๒) (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙ (๑) (ข) และ (๒) (ข) และ (ค) (๓) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ มีหน้าที่วางหลักประกันตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตเพื่อเป็นหลักประกันในการจัดการกากกัมมันตรังสี และในการเข้าดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๔ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง หลักประกันตามวรรคหนึ่งจะเป็นเงินสด พันธบัตรของรัฐบาลไทย สัญญาค้ำประกันของธนาคารหรือหลักประกันอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าผู้รับใบอนุญาตไม่วางหรือวางหลักประกันไม่ครบตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนหลักประกันที่ต้องวางหรือวางขาดแล้วแต่กรณีนับแต่วันที่ครบกำหนดส่ง และให้เลขาธิการเตือนให้มีการวางหลักประกัน และเงินเพิ่มภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเตือน และถ้ายังไม่มีการวางหลักประกันและเงินเพิ่มให้ถูกต้อง เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตได้ ในกรณีที่เลขาธิการมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีแทนผู้รับใบอนุญาตให้ใช้จ่ายจากหลักประกันตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่หลักประกันไม่เพียงพอ ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่ขาด และหากมีหลักประกันเหลือให้คืนแก่ผู้รับใบอนุญาต หลักประกันตามวรรคหนึ่ง ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี แต่ไม่พ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายหลักประกัน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ให้หน่วยงานของรัฐตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่เป็นผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ได้รับยกเว้นไม่ต้องวางหลักประกันตามมาตรา ๓๑

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ การโอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ให้กระทำได้เมื่อเป็นการโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ และได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ การขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคลหรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย ให้ทายาทหรือผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตเพื่อรับโอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคลหรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย แล้วแต่กรณี หรือภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตขยายเวลาให้ตามความจำเป็น ถ้ามิได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุ หากจะประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้นต่อไปให้ดำเนินการขอรับใบอนุญาตใหม่ ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเสมือนว่าทายาทหรือผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเข้าประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้นเป็นผู้รับใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง และวรรคสองมาใช้บังคับแก่ผู้อนุบาลโดยอนุโลม

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ถ้าผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง วัสดุนิวเคลียร์

หมวด ๔

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ผู้ใดจะดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ (๑) มีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์ (๒) นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ให้มีอายุ ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุห้าปี (๒) ใบอนุญาตนำเข้าวัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน (๓) ใบอนุญาตส่งออกวัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน (๔) ใบอนุญาตนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ วัสดุนิวเคลียร์ใดที่ผู้ดำเนินการไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงปริมาณ ความเข้มข้น และองค์ประกอบของวัสดุนิวเคลียร์หรือลักษณะการใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ ผู้ใดมีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งปริมาณการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ต่อเลขาธิการ การแจ้งการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๖ (๒) ต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักร ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำผ่านซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ ทางด่านศุลกากรที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ต้องเป็นนิติบุคคล เว้นแต่วัสดุนิวเคลียร์บางประเภทที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะเป็นบุคคลธรรมดาก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) คุณสมบัติ (ก) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (ข) มีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัยและการพิทักษ์ความปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ที่ขออนุญาต การดำเนินการเมื่อเลิกใช้งาน การจัดการกากกัมมันตรังสี และการจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ทั้งนี้ ศักยภาพทางเทคนิคให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องดังต่อไปนี้ ๑) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการ ๒) เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ๓) เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ ๔) ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ ๕) แผนป้องกันอันตรายจากรังสี (๒) ลักษณะต้องห้าม (ก) เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (ข) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (ค) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต (ง) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ซึ่งเป็นนิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๑ (๑) (ก) และ (๒) (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๑ (๑) (ข) และ (๒) (ข) และ (ค) (๓) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ การโอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ให้กระทำได้เมื่อเป็นการโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ และได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ การขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ มาใช้บังคับกับการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์โดยอนุโลม สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ บททั่วไป

หมวด ๕
ส่วนที่ ๑

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ผู้ใดจะตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ จากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ตามลำดับ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ผู้ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๔๕ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น (๒) มีศักยภาพทางเทคนิคและการเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (๔) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ กรรมการและผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลตามมาตรา ๔๖ (๑) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (๒) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางนิวเคลียร์และรังสี เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (๓) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖ (๓) (๔) และ (๕)

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ การก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร แต่ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องมีมาตรฐานเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ในการประกอบกิจการของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน หากเกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงานแล้ว ให้คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงานตกลงร่วมกันในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการควบคุมดูแลการประกอบกิจการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ดังกล่าวร่วมกัน การดำเนินการตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้มีการกระทำอย่างใดร่วมกัน การกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการใดให้ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม การกำหนดให้มีผลเป็นการยกเว้นหลักเกณฑ์หรือวิธีการในการควบคุมดูแลตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน หรือกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน หรือกำหนดมอบอำนาจให้ผู้มีอำนาจในการควบคุมดูแลตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงานเป็นผู้ใช้อำนาจแทนก็ได้ ข้อตกลงร่วมกันตามวรรคหนึ่ง เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลใช้บังคับได้

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ การโอนใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้กระทำได้เมื่อเป็นการโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ และได้รับอนุญาตจากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง พื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

ส่วนที่ ๒

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ ในการก่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ผู้ประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ การจัดทำรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายละเอียดของเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอกต่อพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ทั้งในส่วนที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ (๒) ลักษณะของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๓) รายงานด้านสิ่งแวดล้อม (๔) การกระจายตัวของประชากรบริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๕) เส้นทางการอพยพประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (๖) การป้องกันและระงับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้สำนักงานจัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาต ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินสิบปี และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินสิบปี ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสามปีก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งที่ได้แก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ เมื่อเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการออกใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้ว หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นหรือสภาพพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์เปลี่ยนแปลงไปอันอาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งที่ได้วิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งให้สอดคล้องกับกรณีที่เปลี่ยนแปลงไป ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจยื่นรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อเลขาธิการ และให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการยื่นรายงานดังกล่าวได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และหากผู้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่ยื่นรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งหรือภายในระยะเวลาที่มีการขยายออกไป ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการได้พิจารณารายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งตามวรรคหนึ่งแล้ว เห็นว่าพื้นที่ตั้งนั้นไม่เข้าเงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้เป็นพื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อีกต่อไป ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ การก่อสร้าง และการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์

ส่วนที่ ๓

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ประสงค์จะก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ในการยื่นขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอพร้อมด้วยใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น และเอกสารหรือหลักฐานทางการเงิน เอกสารหรือหลักฐานทางการเงินที่ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยจะกำหนดให้แตกต่างกันตามประเภทของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ก็ได้ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับแบบก่อสร้าง การรักษาความปลอดภัย และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และข้อมูลอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้แตกต่างกันตามประเภทของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ก็ได้

มาตรา ๕๗

มาตรา ๕๗ เมื่อเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการออกใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้ว หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นอันอาจมีผลกระทบต่อการวิเคราะห์ความปลอดภัยในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ยื่นรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยต้องวิเคราะห์ความปลอดภัยให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจยื่นรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อเลขาธิการและให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการยื่นรายงานดังกล่าวได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และหากผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่ยื่นรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งหรือภายในระยะเวลาที่มีการขยายออกไป ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการได้พิจารณารายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นตามวรรคหนึ่งแล้ว เห็นว่า การก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่อาจดำเนินการได้อีกต่อไป ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาต แต่ต้องไม่เกินสิบปี และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตได้เพียงครั้งเดียวเป็นระยะเวลาไม่เกินสิบปี ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสามปีก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นที่ได้แก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องรายงานความคืบหน้าในการก่อสร้างต่อเลขาธิการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ดำเนินการก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ผิดไปจากที่ได้รับใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างที่ปรากฏในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น ในกรณีที่มีการก่อสร้างโดยผิดไปจากที่ได้รับใบอนุญาต ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งระงับการกระทำดังกล่าว และหากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเห็นว่าการก่อสร้างที่ผิดไปจากที่ได้รับใบอนุญาตนั้นยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ความปลอดภัยที่ยอมรับได้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจมีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่ง หากการก่อสร้างที่ผิดไปจากที่ได้รับใบอนุญาตนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งระงับการกระทำดังกล่าว และให้ผู้รับใบอนุญาตรื้อถอนอาคารทั้งหมดหรือบางส่วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ในกรณีที่มีการติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ แตกต่างไปจากในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๖๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การทดสอบเดินเครื่องและการดำเนินการ

ส่วนที่ ๔

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ในกรณีที่การก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้วเสร็จ ก่อนที่จะขอรับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยแจ้งวัน เวลา และระยะเวลาการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้เลขาธิการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการทดสอบดังกล่าว เมื่อการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์เสร็จสิ้นแล้ว ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องจัดทำรายงานการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์เสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ (๑) การบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (๒) การบรรจุวัสดุนิวเคลียร์ในกระบวนการเสริมสมรรถนะวัสดุนิวเคลียร์หรือการบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วในกระบวนการแปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว เลขาธิการจะมีคำสั่งอนุญาตตามวรรคหนึ่งได้ก็ต่อเมื่อได้ให้ความเห็นชอบรายงานการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา ๖๒ แล้ว ในการบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ วัสดุนิวเคลียร์ หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเลขาธิการมอบหมายตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าวด้วย เมื่อดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตเสร็จสิ้นแล้ว ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องจัดทำรายงานการทดสอบเสนอต่อเลขาธิการเพื่อให้ความเห็นชอบ การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง การบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ วัสดุนิวเคลียร์ หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว การทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และการรายงานการทดสอบดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ ผู้ดำเนินการก่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ประสงค์จะดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ต้องได้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ในการยื่นขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานทางการเงิน ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ตามวรรคสองอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น และรายงานการทดสอบตามมาตรา ๖๒ และในกรณีที่มีการดำเนินการตามมาตรา ๖๓ ต้องมีการรายงานการทดสอบตามมาตรา ๖๓ ด้วย เอกสารที่ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยจะกำหนดเอกสารและระยะเวลาการยื่นเอกสารตามวรรคสองให้แตกต่างกันตามประเภทของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ก็ได้ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ ใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาต แต่ต้องไม่เกินหกสิบปี และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ในการออกใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจสั่งแก้ไขขีดจำกัดการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ปรากฏในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ก่อนการพิจารณาออกใบอนุญาตก็ได้

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มีหน้าที่ทบทวนและปรับปรุงรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามระยะเวลาและกรณีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเมื่อเลขาธิการเห็นว่ามีเหตุทำให้รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจยื่นรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อเลขาธิการ และให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการยื่นรายงานดังกล่าวได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันและหากผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่ยื่นรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งหรือภายในระยะเวลาที่มีการขยายออกไป ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการได้พิจารณารายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่งแล้ว เห็นว่า การดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต่อไป จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ใหม่ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์นั้น หากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการไม่เห็นชอบกับรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่งหรือที่แก้ไขตามวรรคสาม หรือผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยตามวรรคสอง ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งพักใช้ใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จนกว่าผู้รับใบอนุญาตแก้ไขรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยและได้รับความเห็นชอบรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยที่แก้ไขแล้วดังกล่าว

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทสถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจขอให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเข้าดำเนินการแทนจนกว่าจะมีผู้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทสถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานรายอื่นเข้าดำเนินการแทน หรืออาจสั่งเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์นั้นได้ ให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เข้าดำเนินการแทนเป็นผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เข้าดำเนินการแทนผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิเข้าไปและใช้สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่งได้เท่าที่จำเป็น โดยหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อสงวนรักษาทรัพย์ของผู้รับใบอนุญาตเหมือนเช่นผู้ดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือผู้มีวิชาชีพเช่นนั้นจะพึงปฏิบัติ และหากเกิดความเสียหายแก่ผู้รับใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายนั้นจากสำนักงานได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด การแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของการดำเนินการแทนระหว่างผู้เข้าดำเนินการแทนและผู้รับใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับกับการวางหลักประกันของผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ เพื่อเป็นหลักประกันในการจัดการกากกัมมันตรังสีการจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และการดำเนินการตามแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยอนุโลม การเลิกดำเนินการ

ส่วนที่ ๕

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ยื่นคำขอเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์พร้อมด้วยแผนการเลิกดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ต่อเลขาธิการ ทั้งนี้ แผนการเลิกดำเนินการดังกล่าวต้องมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน การยื่นคำขอเลิกดำเนินการและรายละเอียดของแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ในแต่ละประเภทตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ ในกรณีที่เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเห็นชอบให้เลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้เลขาธิการออกใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้กับผู้ยื่นคำขอตามมาตรา ๗๐ โดยระบุให้ยกเลิกใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไว้ในใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ด้วย ให้ใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มีอายุไม่เกินระยะเวลาที่ระบุในแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ซึ่งประสงค์จะแก้ไขแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้ยื่นแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่แก้ไขแล้วต่อเลขาธิการเพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่เทคโนโลยีที่ใช้ในการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์เปลี่ยนแปลงไปหรือเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัย ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แก้ไขแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ประสงค์ให้สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือบางส่วนพ้นจากการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการ เมื่อเลขาธิการเห็นว่า การเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ในส่วนที่ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ร้องขอตามวรรคหนึ่ง เป็นไปโดยถูกต้องตามแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และมีปริมาณรังสีอยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดแล้ว เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจสั่งให้สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ส่วนนั้นพ้นจากการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ หากเลขาธิการเห็นว่า การดำเนินการจะไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เลขาธิการมีอำนาจมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการรื้อถอนแทนหรือร่วมกับผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ โดยใช้จ่ายจากหลักประกันของผู้รับใบอนุญาต ในกรณีที่หลักประกันไม่เพียงพอ ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่ขาด และหากมีหลักประกันเหลือให้คืนแก่ผู้รับใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี

หมวด ๖

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ห้ามผู้ใดนำกากกัมมันตรังสีเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่เป็นการนำเข้ากากกัมมันตรังสีที่เกิดจากการส่งกากกัมมันตรังสีในราชอาณาจักรไปจัดการนอกราชอาณาจักร หรือที่เกิดจากการส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วไปแปรสภาพนอกราชอาณาจักร โดยได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ ผู้ใดจะส่งกากกัมมันตรังสีออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ ผู้รับใบอนุญาตนำเข้ากากกัมมันตรังสีตามมาตรา ๗๕ หรือใบอนุญาตส่งออกกากกัมมันตรังสีตามมาตรา ๗๖ ต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งกากกัมมันตรังสีทางด่านศุลกากรที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อม เว้นแต่เป็นกากกัมมันตรังสีที่มีระดับค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิตตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและได้ดำเนินการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และปริมาณในการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ ผู้ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีมีหน้าที่จัดการกากกัมมันตรังสีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง กากกัมมันตรังสีใดที่ผู้มีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งต้องส่งให้หน่วยงานของรัฐจัดการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ค่าใช้จ่ายในการจัดการกากกัมมันตรังสีตามวรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ ผู้ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี ต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี ใบอนุญาตก่อสร้างสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี และใบอนุญาตดำเนินการให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี จากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ตามลำดับ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๕ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และหมวด ๘ ความปลอดภัยความมั่นคงปลอดภัย และการพิทักษ์ความปลอดภัย รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องจัดการกากกัมมันตรังสีให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และตามบทบัญญัติในหมวดนี้

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ผู้รับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีที่เลิกใช้วัสดุกัมมันตรังสี ต้องจัดการวัสดุกัมมันตรังสีนั้นเช่นเดียวกับการจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยให้ถือว่าวัสดุกัมมันตรังสีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นระยะเวลาห้าปีติดต่อกันเป็นวัสดุกัมมันตรังสีที่ผู้รับใบอนุญาตเลิกใช้และต้องจัดการตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้รับใบอนุญาตจะแสดงหลักฐานให้เลขาธิการเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตยังคงประสงค์จะใช้วัสดุกัมมันตรังสีนั้นต่อไป

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ (๑) ใช้วัสดุกัมมันตรังสีเพื่อประโยชน์ในการสำรวจปิโตรเลียม และวัสดุกัมมันตรังสีนั้นตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องดำเนินการเพื่อนำวัสดุกัมมันตรังสีนั้นขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียม และแจ้งให้เลขาธิการทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมได้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) การแสดงตำแหน่งหรือพิกัดของหลุมสำรวจปิโตรเลียมที่วัสดุกัมมันตรังสีนั้นตกค้างอยู่ (๒) วิธีการปิดหลุมสำรวจปิโตรเลียม เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

หมวด ๗

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ ห้ามผู้ใดนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่เป็นการนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรและส่งออกไปตามมาตรา ๘๕ โดยได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ ห้ามผู้ใดส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ในการขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแสดงเอกสารหรือหลักฐานว่าผู้รับ ณ ประเทศปลายทางเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายของประเทศปลายทางที่อาจครอบครองเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วนั้นได้ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่งหรือใบอนุญาตส่งออกเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วตามมาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง ต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วทางด่านศุลกากรที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ก่อให้เกิดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ต้องเก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วตามวิธีการที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ซึ่งเป็นเงื่อนไขในใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ เว้นแต่ได้จัดส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่เก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว หรือส่งไปจัดการนอกราชอาณาจักร หรือส่งกลับคืนแก่ประเทศผู้ขายหรือผู้ให้เช่าซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว การเก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว การส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานของรัฐการส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วไปจัดการนอกราชอาณาจักร และการส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วกลับคืนแก่ประเทศผู้ขายหรือผู้ให้เช่า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย และการพิทักษ์ความปลอดภัย

หมวด ๘

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ ให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ ซึ่งครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีและผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ซึ่งครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ ยื่นรายงานแสดงปริมาณของวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ แล้วแต่กรณี ที่อยู่ในความครอบครองต่อเลขาธิการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ ผู้ใดวิจัยและพัฒนาวัฏจักรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ไม่ใช้วัสดุนิวเคลียร์ ต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ ผู้ดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ แล้วแต่กรณี ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ ผู้รับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี และผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ทำการของผู้รับใบอนุญาต โดยต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีอย่างน้อยหนึ่งคนประจำอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ

มาตรา ๙๓

มาตรา ๙๓ ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ (๑) และ (๒) ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ทำการของผู้รับใบอนุญาต โดยต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์อย่างน้อยหนึ่งคนประจำอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ

มาตรา ๙๔

มาตรา ๙๔ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ทำการของผู้รับใบอนุญาต โดยต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างน้อยหนึ่งคนประจำอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ

มาตรา ๙๕

มาตรา ๙๕ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ เจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย เว้นแต่ในกรณีที่เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องให้บุคคลที่มีสัญชาติอื่นเป็นเจ้าหน้าที่ดังกล่าว (๒) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ (๓) ไม่เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยังไม่พ้นสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต (๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ การแบ่งระดับและการกำหนดคุณวุฒิของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๙๖

มาตรา ๙๖ ใบอนุญาตตามมาตรา ๙๕ ให้มีอายุไม่เกินสามปี ใบอนุญาตให้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้ใช้ได้กับการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เฉพาะเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กำหนดในใบอนุญาตเท่านั้น

มาตรา ๙๗

มาตรา ๙๗ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเลขาธิการ และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง การขนส่ง

หมวด ๙

มาตรา ๙๘

มาตรา ๙๘ ผู้ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ซึ่งประสงค์จะจัดให้มีการขนส่งวัสดุดังกล่าว ต้องแจ้งต่อเลขาธิการ การแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๙๙

มาตรา ๙๙ ผู้ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ซึ่งประสงค์จะขนส่งวัสดุดังกล่าวตามมาตรา ๙๘ และผู้รับขนส่งวัสดุดังกล่าวมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ข้อกำหนดหรือข้อจำกัดในการขนส่งไม่ว่าโดยทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ (๒) ประเภท ข้อกำหนด และการรับรองหีบห่อที่ใช้ในการขนส่ง (๓) การติดป้ายแสดงสัญลักษณ์ทางรังสี (๔) การตรวจสอบและการควบคุมการขนส่ง เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี

หมวด ๑๐

มาตรา ๑๐๐

มาตรา ๑๐๐ ในกรณีที่เกิดอันตรายหรือความเสียหายอันเกิดจากการประกอบกิจการตามใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ระงับเหตุในเบื้องต้นตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสี และต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบทันที รวมทั้งต้องให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไข บรรเทา หรือระงับซึ่งอันตรายหรือความเสียหายนั้น

มาตรา ๑๐๑

มาตรา ๑๐๑ ในกรณีที่อันตรายหรือความเสียหายตามมาตรา ๑๐๐ มีลักษณะหรือขยายขอบเขตเป็นความเสียหายสาธารณะ หรือในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าการประกอบกิจการตามใบอนุญาตอาจก่อให้เกิดความเสียหายสาธารณะ ให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีอำนาจเข้าระงับเหตุแห่งความเสียหายสาธารณะนั้นได้ทันที รวมทั้งมีอำนาจประกาศมาตรการเพื่อประโยชน์ในการระงับเหตุนั้น ในการระงับเหตุแห่งความเสียหายสาธารณะตามวรรคหนึ่ง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีเป็นแผนสนับสนุนและอยู่ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และให้สำนักงานมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะและจัดให้มีเจ้าหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว ในกรณีที่อันตรายหรือความเสียหายอันเกิดจากนิวเคลียร์หรือรังสีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต

หมวด ๑๑

มาตรา ๑๐๒

มาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน แก้ไขปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ โดยมีกำหนดครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ในกรณีที่การออกใบอนุญาตต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการด้วย ในการสั่งพักใช้ใบอนุญาต เลขาธิการอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตปฏิบัติเพื่อการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีหรือการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใดที่จำเป็นก็ได้

มาตรา ๑๐๓

มาตรา ๑๐๓ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเลขาธิการภายในระยะเวลาที่กำหนดตามมาตรา ๑๐๒ วรรคสอง เลขาธิการอาจมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ ในกรณีที่การสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การสั่งเพิกถอนใบอนุญาตต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการด้วย

มาตรา ๑๐๔

มาตรา ๑๐๔ ในกรณีที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามที่ได้รับใบอนุญาตนั้นได้เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี หรือการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายจากหลักประกัน หากหลักประกันไม่เพียงพอ ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่ขาด การอุทธรณ์

หมวด ๑๒

มาตรา ๑๐๕

มาตรา ๑๐๕ ผู้รับคำสั่งของเลขาธิการตามพระราชบัญญัตินี้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๐๖

มาตรา ๑๐๖ ผู้รับคำสั่งของเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พนักงานเจ้าหน้าที่

หมวด ๑๓

มาตรา ๑๐๗

มาตรา ๑๐๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ที่ประกอบกิจการหรือที่มีไว้ หรือที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าประกอบกิจการหรือที่มีไว้ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วหรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น หรือเข้าไปในยานพาหนะที่บรรทุกหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบรรทุกวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว หรือยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อซักถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบกิจการ เอกสารและหลักฐาน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบการกระทำใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อดำเนินการระงับหรือป้องกันอันตรายซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เพื่อการคุ้มครองอนามัยของบุคคล หรือเพื่อปฏิบัติการอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๒) เข้าไปในสถานที่ก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือสถานที่ประกอบกิจการให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อตรวจสอบการก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี หรือเพื่อตรวจสอบการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา ๖๒ และตรวจสอบการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามมาตรา ๖๓ (๓) ตรวจค้น กัก ยึด หรืออายัดวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และเอกสารหรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๕ มาตรา ๖๓ มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ มาตรา ๘๐ มาตรา ๘๔ หรือมาตรา ๘๕ (๔) นำวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว หรือสิ่งอื่นใดที่สงสัยว่าเป็นวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ (๕) ติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องมือเพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบติดตามวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์กากกัมมันตรังสี หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (๖) มีหนังสือเรียกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ (๗) ออกคำสั่งใด ๆ เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้หรือผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการเพื่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี (๘) ให้ผู้แทนของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศตามมาตรา ๑๑๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) และได้กระทำการตามวรรคหนึ่ง (๑) (๒) หรือ (๓) แล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจกระทำการต่อไปในเวลาหลังพระอาทิตย์ตกหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) ในเวลาใด ๆ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และให้มีอำนาจออกคำสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำการหรืองดเว้นกระทำการเพื่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวถึงการเข้าไปในสถานที่นั้นในโอกาสแรกที่กระทำได้

มาตรา ๑๐๘

มาตรา ๑๐๘ เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน หรือแก้ไข หรือปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ในการนี้หากเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งออกไปซึ่งวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตนั้น เพื่อคืนให้แก่ผู้ผลิตหรือผู้จัดส่งวัสดุนั้นมาให้ โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ไม่ว่าเพราะไม่มีความสามารถหรือเพราะเหตุอื่นใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งมอบสิ่งของตามวรรคหนึ่งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กำหนด เพื่อทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณี โดยคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งของดังกล่าวด้วย ในกรณีที่สิ่งของตามวรรคหนึ่งอาจจำหน่ายได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการขายทอดตลาดหรือขายให้แก่หน่วยงานของรัฐภายในสามเดือนนับแต่วันได้รับมอบ เงินที่ขายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาการจำหน่าย และค่าภาระที่เกี่ยวข้องแล้วให้เก็บไว้เพื่อคืนแก่เจ้าของ แต่ถ้าพ้นกำหนดสามเดือนดังกล่าวแล้วยังจำหน่ายไม่ได้หากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการผ่อนเวลาต่อไปจะเป็นอันตรายหรือภาระเกินควรก็ให้มีอำนาจสั่งให้ทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณี ในกรณีที่ต้องทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณี หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ให้เจ้าของหรือผู้นำเข้ามาซึ่งสิ่งของนั้นมีหน้าที่จ่ายหรือชดใช้เงินจำนวนนั้นแก่ทางราชการ

มาตรา ๑๐๙

มาตรา ๑๐๙ วัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และเอกสารหรือสิ่งใด ๆ ที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) ถ้าการเก็บสิ่งของที่ยึดหรืออายัดไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรืออันตรายที่จะเกิดจากสิ่งของนั้นหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนกับค่าแห่งสิ่งของนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณีโดยคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดจากสิ่งของดังกล่าวด้วย และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๐๘ วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าสิ่งของที่ยึดหรืออายัดไว้มิใช่เป็นทรัพย์ที่ต้องริบหรือพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการอายัดหรือคืนสิ่งของนั้นให้แก่ผู้ควรได้รับคืนโดยมิชักช้า ในกรณีที่มีการคืนสิ่งของที่ยึดหรืออายัดไว้ ให้แจ้งการคืนโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้ควรได้รับคืน แต่ในกรณีไม่รู้ตัวผู้ควรได้รับคืนหรือรู้ตัวแต่ไม่รู้ภูมิลำเนาถ้าได้ประกาศในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับที่ได้แพร่หลายในท้องที่ที่ได้ยึดหรืออายัดสิ่งของนั้น หรือการประกาศในหนังสือพิมพ์จะไม่คุ้มกับมูลค่าสิ่งของที่จะคืน ถ้าได้ประกาศไว้ ณ ที่ทำการอำเภอแห่งท้องที่นั้นไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้ถือว่าได้มีการแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์ หรือวันที่ครบกำหนดการประกาศ ณ ที่ทำการอำเภอ แล้วแต่กรณี ผู้ขอรับคืนต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าภาระต่าง ๆ ของรัฐที่เกิดขึ้นเพราะการประกาศในหนังสือพิมพ์พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบของเงินจำนวนดังกล่าว ในกรณีที่ไม่สามารถจะคืนได้เพราะหาตัวผู้ควรได้รับคืนไม่พบ ก็ให้รักษาสิ่งของที่ยึดไว้ หรือเงินที่จะคืนให้นั้นไว้ แล้วแต่กรณี หากภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่ได้แจ้งแก่ผู้ควรได้รับคืนและไม่มีผู้ควรได้รับคืนมาขอรับ ก็ให้ตกเป็นของรัฐ

มาตรา ๑๑๐

มาตรา ๑๑๐ วัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว และเอกสารหรือสิ่งใด ๆ ตามมาตรา ๑๐๙ หรือทรัพย์สินใดที่เกี่ยวข้องที่ศาลมีคำพิพากษาให้ริบ ให้ส่งมอบแก่สำนักงานเพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรต่อไป ในกรณีที่ต้องทำลายหรือจัดการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีคำสั่งในคำพิพากษาให้เจ้าของชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่ทางราชการด้วย

มาตรา ๑๑๑

มาตรา ๑๑๑ ในกรณีที่ต้องมีการชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่ทางราชการตามมาตรา ๑๐๘ มาตรา ๑๐๙ และมาตรา ๑๑๐ ให้หนี้ในค่าใช้จ่ายนั้นเป็นหนี้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของผู้มีหน้าที่ชดใช้ค่าใช้จ่ายในลำดับเดียวกับหนี้ค่าภาษีอากร

มาตรา ๑๑๒

มาตรา ๑๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องและให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๑๑๓

มาตรา ๑๑๓ ให้ผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๖ (๑) ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๔๕ และผู้รับอนุญาตบรรจุวัสดุนิวเคลียร์ในสถานที่เสริมสมรรถนะวัสดุนิวเคลียร์หรือสถานที่แปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วและผู้รับอนุญาตบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามมาตรา ๖๓ อำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศที่ปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๒) ตรวจสอบวัสดุนิวเคลียร์ (๓) เก็บตัวอย่างวัสดุที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางนิวเคลียร์ (๔) ติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องมือเพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบและติดตามวัสดุนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (๕) ตรวจสอบการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามมาตรา ๖๓

มาตรา ๑๑๔

มาตรา ๑๑๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา บทกำหนดโทษ

หมวด ๑๔

มาตรา ๑๑๕

มาตรา ๑๑๕ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ ตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการสั่งตามมาตรา ๑๖ หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือเรียกตามมาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง (๖) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

มาตรา ๑๑๖

มาตรา ๑๑๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๘

附則

มาตรา ๗๙附則

มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๘๒ หรือมาตรา ๘๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๑๗附則

มาตรา ๑๑๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๘ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๑๑๘附則

มาตรา ๑๑๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๑๙附則

มาตรา ๑๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกปี หรือปรับไม่เกินหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๐附則

มาตรา ๑๒๐ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินแปดปี หรือปรับไม่เกินแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๑附則

มาตรา ๑๒๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘๙ หรือมาตรา ๙๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๑๒๒附則

มาตรา ๑๒๒ ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ที่มีหน้าที่แจ้งผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๓附則

มาตรา ๑๒๓ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๒

มาตรา ๙๓附則

มาตรา ๙๓ หรือมาตรา ๙๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๔附則

มาตรา ๑๒๔ ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๙๕ หรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งฝ่าฝืนมาตรา ๙๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๕附則

มาตรา ๑๒๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๘ หรือมาตรา ๙๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๖附則

มาตรา ๑๒๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๗附則

มาตรา ๑๒๗ ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๘附則

มาตรา ๑๒๘ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๙附則

มาตรา ๑๒๙ ผู้ใดมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย หรือทรัพย์สินของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัยหรือทรัพย์สินของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินยี่สิบปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๐附則

มาตรา ๑๓๐ ผู้ใดกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ที่เป็นวัสดุนิวเคลียร์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามสิบปี หรือปรับไม่เกินสามล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๑附則

มาตรา ๑๓๑ ผู้ใดกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์ที่เป็นวัสดุนิวเคลียร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๒附則

มาตรา ๑๓๒ ผู้ใดกระทำความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา ๓๐๙ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำตามมาตรา ๓๐๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำตามมาตรา ๓๐๙ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบสี่ปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนแปดหมื่นบาท

มาตรา ๑๓๓附則

มาตรา ๑๓๓ ผู้ใดขู่เข็ญว่าจะกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๐ เพื่อบังคับผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่การขู่เข็ญตามวรรคหนึ่ง เป็นการขู่เข็ญว่าจะกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๔ เพื่อบังคับผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นการกระทำเพื่อบังคับรัฐบาลไทยรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามสิบปีถึงสี่สิบปี

มาตรา ๑๓๔附則

มาตรา ๑๓๔ ผู้ใดกระทำการต่อวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยมุ่งหมายให้เกิดการแพร่กระจายหรือน่าจะเกิดการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ โดยเจตนาที่จะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย หรือทรัพย์สินของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อม ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงยี่สิบล้านบาท

มาตรา ๑๓๕附則

มาตรา ๑๓๕ ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๒

มาตรา ๑๓๓附則

มาตรา ๑๓๓ มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒ นอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าปรากฏว่า (๑) ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (๒) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และได้กระทำโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักรหรือรัฐบาลไทยเป็นผู้เสียหาย (๓) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐที่การกระทำเกิดขึ้นภายในเขตอำนาจของรัฐนั้น หากผู้นั้นได้ปรากฏตัวในราชอาณาจักรและมิได้มีการส่งตัวผู้นั้นออกไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๓๖附則

มาตรา ๑๓๖ ความผิดตามมาตรา ๑๓๐ หากผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น (๑) สนับสนุนการกระทำความผิดหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด (๒) จัดหาหรือให้เงิน ทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ เพื่อช่วยให้ผู้กระทำความผิดหลบหนีหรือเพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ หรือเพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการกระทำความผิด

มาตรา ๑๓๗附則

มาตรา ๑๓๗ ผู้ใดสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๐ ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ถ้าได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันตามวรรคหนึ่ง ผู้สมคบกันนั้นต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ในกรณีที่ความผิดได้กระทำถึงขั้นลงมือกระทำความผิด แต่เนื่องจากการเข้าขัดขวางของผู้สมคบทำให้การกระทำนั้นกระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้สมคบที่กระทำการขัดขวางนั้น คงรับโทษตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งเท่านั้น ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกลับใจให้ความจริงแห่งการสมคบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน ศาลจะไม่ลงโทษผู้นั้นหรือลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้

มาตรา ๑๓๘附則

มาตรา ๑๓๘ ผู้ใดตระเตรียมการเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๐ ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

มาตรา ๑๓๙附則

มาตรา ๑๓๙ ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๐ ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ

มาตรา ๑๔๐附則

มาตรา ๑๔๐ ความผิดตามมาตรา ๑๓๐ ให้ศาลลงโทษผู้กระทำความผิดโดยคำนึงถึงปริมาณและความแรงทางรังสีของวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์นั้นด้วย

มาตรา ๑๔๑附則

มาตรา ๑๔๑ ผู้ใดทดลอง ผลิต ครอบครอง หรือใช้ไม่ว่าในทางใด ๆ ซึ่งวัตถุระเบิดที่มีวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์เป็นส่วนประกอบในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสองล้านบาท ผู้ใดกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเพื่อให้เกิดการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์โดยเจตนาดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต (๑) ทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย หรือทรัพย์สินของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม หรือ (๒) บังคับผู้อื่น รัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด

มาตรา ๑๔๒附則

มาตรา ๑๔๒ ผู้ใดเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ การเก็บรักษา และการขนส่งวัสดุนิวเคลียร์แบบแปลนและแผนผังของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต่อบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่เป็นการกระทำโดยผู้รับใบอนุญาตหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแล เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแล เพื่อป้องกันความเสียหายสาธารณะ หรือเพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔๓附則

มาตรา ๑๔๓ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลใด หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย

มาตรา ๑๔๔附則

มาตรา ๑๔๔ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีซึ่งประกอบด้วยเลขาธิการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ในกรณีที่พนักงานสอบสวนพบว่าผู้ใดกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งและผู้นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตามวรรคหนึ่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ถ้าคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรถูกฟ้องร้องหรือได้รับโทษถึงจำคุกให้กำหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหาจะพึงชำระ ถ้าผู้ต้องหายินยอมตามนั้น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในเวลาตามวรรคสามให้ดำเนินคดีต่อไป ในระหว่างรอการเปรียบเทียบ หรือรอการชำระเงินค่าปรับ หากผู้ต้องหาได้รับการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีจะขอให้มีประกันหรือหลักประกันก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๔๕附則

มาตรา ๑๔๕ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการ และกรรมการโดยตำแหน่งตามมาตรา ๙ (๑) (๒) และ (๓) ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๙ (๔) ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๔๖附則

มาตรา ๑๔๖ บรรดาใบอนุญาต ใบรับรอง หรือการอนุญาตใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังมีผลใช้บังคับอยู่ให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ

มาตรา ๑๔๗附則

มาตรา ๑๔๗ ให้ผู้รับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้พลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่ไม่มีการกำหนดอายุใบอนุญาต อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ขอรับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และในระหว่างนั้น ให้ประกอบกิจการนั้นได้ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต

มาตรา ๑๔๘附則

มาตรา ๑๔๘ บรรดาคำขอรับใบอนุญาต คำขอใบรับรอง คำขอต่ออายุใบอนุญาต หรือคำขอใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการยื่นคำขอใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๔๙附則

มาตรา ๑๔๙ คำอุทธรณ์เกี่ยวกับใบอนุญาต ใบรับรอง หรือการอนุญาตใด ๆ ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์หรือค้างการพิจารณาอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้พิจารณาต่อไปตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ จนกว่าจะแล้วเสร็จ

มาตรา ๑๕๐附則

มาตรา ๑๕๐ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว และยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ให้ดำเนินการเปรียบเทียบได้ตามมาตรา ๑๔๔

มาตรา ๑๕๑附則

มาตรา ๑๕๑ ผู้ใดประกอบกิจการที่ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตหรือไม่ต้องแจ้งก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ และในระหว่างนั้น ให้ประกอบกิจการนั้นได้ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาตหรือไม่รับแจ้ง

มาตรา ๑๕๒附則

มาตรา ๑๕๒ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม วัสดุกัมมันตรังสี (๑) ใบอนุญาตผลิต ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตนำเข้า ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตส่งออก ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตนำผ่าน ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (๖) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๗) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท (๘) การโอนใบอนุญาต ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๙) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท เครื่องกำเนิดรังสี (๑๐) ใบอนุญาตทำ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (๑๑) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตนำเข้า ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๓) ใบอนุญาตส่งออก ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๔) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๕) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท (๑๖) การโอนใบอนุญาต ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๗) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท วัสดุนิวเคลียร์ (๑๘) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๑๙) ใบอนุญาตนำเข้า ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๒๐) ใบอนุญาตส่งออก ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๒๑ ใบอนุญาตนำผ่าน ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท (๒๒) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๒๓) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท (๒๔) การโอนใบอนุญาต ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๒๕) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๒๖) ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ฉบับละ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒๗) ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กรณีที่สถานประกอบการนั้นไม่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ฉบับละ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรณีที่สถานประกอบการนั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขนาดกำลังไม่เกิน ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน) ฉบับละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรณีที่สถานประกอบการนั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขนาดกำลังเกินกว่า ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน) ฉบับละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท สำหรับ แต่ละ ๓,๓๐๐ กิโลวัตต์ (ความร้อน) ที่เพิ่มขึ้นมา (๒๘) ใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กรณีที่สถานประกอบการนั้นไม่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ฉบับละ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรณีที่สถานประกอบการนั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขนาดกำลังไม่เกิน ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน) ฉบับละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรณีที่สถานประกอบการนั้นมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขนาดกำลังเกินกว่า ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน) ฉบับละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท สำหรับ แต่ละ ๓,๓๐๐ กิโลวัตต์ (ความร้อน) ที่เพิ่มขึ้นมา (๒๙) ใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (๓๐) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๓๑) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท (๓๒) ใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๓๓) ใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๓๔ ใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๓๕) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท กากกัมมันตรังสี (๓๖) ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานที่ให้บริการจัดการ กากกัมมันตรังสี ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓๗) ใบอนุญาตก่อสร้างสถานที่ให้บริการจัดการ กากกัมมันตรังสี ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓๘) ใบอนุญาตดำเนินการให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี ฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓๙) ใบอนุญาตเลิกดำเนินการให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี ฉบับละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (๔๐) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๔๑) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตแต่ละประเภท (๔๒) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีทางรังสีและนิวเคลียร์ จึงจำเป็นที่ต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีและการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ในทางสากลที่เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ วิศนี/ปริยานุช/จัดทำ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ วิชพงษ์/ตรวจ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๖๗ ก/หน้า ๑/๕ สิงหาคม ๒๕๕๙

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

條文目次

接下來可以查