法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
116
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

พ.ศ. ๒๕๕๙

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม

พ.ศ. ๒๕๕๙

เป็นปีที่ ๗๑

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑)

พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔

(๒)

พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“พลังงานนิวเคลียร์” หมายความว่า

พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากการแยก รวม หรือแปลงนิวเคลียส

“รังสี” หมายความว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออนุภาคใด

ๆ ที่มีความเร็ว ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการแตกตัวเป็นไอออนได้ในตัวกลางที่ผ่านไป

“วัสดุกัมมันตรังสี” หมายความว่า ธาตุหรือสารประกอบใด

ๆ ที่องค์ประกอบส่วนหนึ่งมีโครงสร้างภายในอะตอมไม่คงตัว

และสลายตัวโดยปลดปล่อยรังสีออกมา ทั้งที่มีอยู่ในธรรมชาติหรือเกิดจากการผลิต หรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์

การผลิตจากเครื่องกำเนิดรังสี หรือกรรมวิธีอื่นใด ทั้งนี้

ไม่รวมถึงวัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะเป็นวัสดุนิวเคลียร์

“เครื่องกำเนิดรังสี” หมายความว่า

เครื่องหรือระบบอุปกรณ์เมื่อมีการให้พลังงานเข้าไปแล้วจะก่อให้เกิดการปลดปล่อยรังสีออกมา

และอุปกรณ์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องกำเนิดรังสี

“วัสดุนิวเคลียร์” หมายความว่า

(๑)

วัสดุต้นกำลัง ได้แก่

(ก)

ยูเรเนียมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ ทอเรียม

หรือวัสดุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้

รวมถึงสารประกอบหรือสารผสมของธาตุหรือวัสดุดังกล่าวตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(ข)

แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยวัสดุตาม (ก) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยมีอัตราความเข้มข้นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๒)

วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ ได้แก่

(ก)

พลูโทเนียม ยูเรเนียม ๒๓๓ ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะด้วยยูเรเนียม ๒๓๓ หรือยูเรเนียม

๒๓๕ หรือสารประกอบของธาตุดังกล่าว

(ข)

วัสดุใด ๆ ที่มีวัสดุตาม (ก) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมเข้าไป

(ค)

วัสดุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๓)

วัสดุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

“เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์” หมายความว่า

เครื่องหรือระบบอุปกรณ์ใด ๆ ซึ่งออกแบบหรือใช้เพื่อก่อให้เกิดพลังงานนิวเคลียร์

ซึ่งได้แก่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย

“เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน” หมายความว่า

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่นำพลังงานนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์เพื่อผลิตเป็นพลังงานในรูปแบบอื่น

“เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย” หมายความว่า

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้นิวตรอนหรือรังสีเพื่อการศึกษา การค้นคว้า การวิจัย

หรือการอื่น

“สถานประกอบการทางนิวเคลียร์” หมายความว่า

(๑)

สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน

แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานสำหรับการขับเคลื่อน

(๒)

สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย

(๓)

สถานที่แต่งแร่เพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์

(๔)

สถานที่เปลี่ยนรูปหรือเสริมสมรรถนะวัสดุนิวเคลียร์

(๕)

สถานที่ประกอบหรือจัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

(๖)

สถานที่จัดเก็บหรือแปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

“เชื้อเพลิงนิวเคลียร์” หมายความว่า

วัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านกระบวนการเหมาะสมเพื่อใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานนิวเคลียร์

“เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว” หมายความว่า

เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ผ่านการใช้งานในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้ว

และไม่นำไปใช้งานในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก

“กากกัมมันตรังสี” หมายความว่า

วัสดุไม่ว่าจะอยู่ในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ดังต่อไปนี้

(๑)

วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้

บรรดาที่ไม่อาจใช้งานได้ตามสภาพอีกต่อไป

(๒)

วัสดุที่ประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้

ทั้งนี้

วัสดุที่ประกอบหรือปนเปื้อนดังกล่าวต้องมีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่คณะกรรมการกำหนด

(๓)

วัสดุอื่นใดที่มีกัมมันตภาพตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้

ไม่รวมถึงเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

“ทำเครื่องกำเนิดรังสี” หมายความรวมถึง ผลิต ประกอบ

ประดิษฐ์ ปรับปรุง แปรสภาพหรือดัดแปลงเครื่องกำเนิดรังสี

“นำผ่าน” หมายความว่า

นำหรือส่งผ่านราชอาณาจักรไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะในราชอาณาจักรหรือไม่ก็ตาม

“มีไว้ในครอบครอง” หมายความว่า มีไว้ในครอบครองเพื่อตนเองหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงมีไว้ในครอบครองเพื่อการขนส่ง

“แต่งแร่” หมายความว่า การกระทำอย่างใด ๆ

เพื่อทำแร่ให้สะอาด หรือเพื่อให้แร่ที่ปนกันอยู่ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปแยกออกจากกัน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่

กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่น ทั้งนี้

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

การออกกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง

จะกำหนดค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกัน โดยคำนึงถึงประเภท ชนิด ขนาด

หรือระดับกัมมันตภาพของวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์

สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ หรือกากกัมมันตรังสีก็ได้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

บททั่วไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖ พระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บังคับแก่การดำเนินการเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติ

เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย และการพิทักษ์ความปลอดภัย อย่างเพียงพอ

ที่จะป้องกันอันตรายจากผลกระทบทางนิวเคลียร์และรังสีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ๗

มาตรา ๗ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ยานพาหนะทางทหารของต่างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร

มาตรา ๘

มาตรา ๘ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวง ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบเป็นเครื่องกำเนิดรังสีเป็นเครื่องกำเนิดรังสี

(๒)

กำหนดให้วัสดุอื่นใดเป็นวัสดุต้นกำลัง วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ หรือวัสดุนิวเคลียร์

(๓)

กำหนดสารประกอบหรือสารผสมของยูเรเนียมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะทอเรียม

หรือวัสดุอื่นใดที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวัสดุต้นกำลัง

เพื่อให้สารประกอบหรือสารผสมนั้นเป็นวัสดุต้นกำลัง

(๔)

กำหนดอัตราความเข้มข้นยูเรเนียมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ

ทอเรียมวัสดุอื่นใดที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวัสดุต้นกำลัง

หรือสารประกอบหรือสารผสมของธาตุหรือวัสดุดังกล่าวที่มีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวัสดุต้นกำลัง

ที่ประกอบในแร่หรือสินแร่ เพื่อให้แร่หรือสินแร่นั้นเป็นวัสดุต้นกำลัง

(๕)

กำหนดวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา

๑๘ และมาตรา ๒๕

(๖)

กำหนดวัสดุกัมมันตรังสีที่ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้ตามมาตรา ๒๐

วรรคหนึ่งหรือกำหนดวัสดุนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งการครอบครองตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง

(๗)

กำหนดประเภทวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี

หรือวัสดุนิวเคลียร์ที่บุคคลธรรมดาขอรับใบอนุญาตได้ตามมาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๔๐

(๘)

กำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี

เครื่องกำเนิดรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๒๙ (๑) (ข) มาตรา ๓๐ (๒) มาตรา ๔๑

(๑) (ข) หรือมาตรา ๔๒ (๒) หรือศักยภาพทางเทคนิคและการเงินของผู้ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา

๔๖ (๒)

(๙)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๔๘

(๑๐)

กำหนดรายละเอียดของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นตามมาตรา

๕๖

(๑๑)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต

การบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์วัสดุนิวเคลียร์ หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

การทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

และการรายงานการทดสอบดังกล่าวตามมาตรา ๖๓

(๑๒)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการยื่นคำขอเลิกดำเนินการและรายละเอียดของแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา

๗๐

(๑๓)

กำหนดระดับค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิตของกากกัมมันตรังสีที่ปล่อยทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมได้และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และปริมาณปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีตามมาตรา ๗๘

(๑๔)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการกากกัมมันตรังสี และกำหนดกากกัมมันตรังสีที่ต้องส่งให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามมาตรา

๗๙

(๑๕)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งการนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการเมื่อไม่สามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นมาจากหลุมสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา

๘๓

(๑๖)

กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการการเก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

การส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานของรัฐ

การส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วไปจัดการนอกราชอาณาจักรและการส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วกลับคืนแก่ประเทศผู้ขายหรือผู้ให้เช่าตามมาตรา

๘๗

(๑๗)

กำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการตามมาตรา ๙๐

(๑๘)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี

และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งต้องปฏิบัติตามมาตรา

๙๑

(๑๙)

กำหนดการแบ่งระดับและการกำหนดคุณวุฒิของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี

เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์

และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา ๙๕

และมาตรา ๙๗

(๒๐)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี

ที่ผู้ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี

เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

ซึ่งประสงค์จะขนส่งวัสดุดังกล่าว

และผู้รับขนส่งวัสดุดังกล่าวมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙๙

คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ” ประกอบด้วย

(๑)

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

(๒)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองประธานกรรมการ

(๓)

กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสิบคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

(๔)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์และรังสีในสาขาวิทยาศาสตร์

วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ จำนวนไม่เกินหกคน

เป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

และเลขาธิการจะแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑)

มีสัญชาติไทย

(๒)

มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ และต้องไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์

(๓)

ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่น

หรือผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

(๔)

ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๕)

ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๖)

ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(๗)

ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๘)

ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

(๙)

ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการเสนอชื่อ

เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๐)

ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๑๑)

ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของเอกชน

เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง

หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย

หรือหย่อนความสามารถ

(๔)

ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๐

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแนะนโยบายและมาตรการต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังต่อไปนี้

(ก)

การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์

(ข)

การกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสี

เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญ

ความเสียหาย หรืออันตราย ที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อม

หรือการกำหนดแนวทางหรือลักษณะการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมสิ่งดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม

(๒)

ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้

(๓)

วางระเบียบควบคุมและดำเนินกิจการให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้

(๔)

กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ อันพึงใช้โดยเฉพาะเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์

(๕)

ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยจากพลังงานนิวเคลียร์

(๖)

กำหนดแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีซึ่งเป็นแผนสนับสนุนและอยู่ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

(๗)

พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของเลขาธิการตามพระราชบัญญัตินี้

(๘)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ การประชุมคณะกรรมการ

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการ

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ในการปฏิบัติหน้าที่

ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ

หรือกรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณา

ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการหรือกรรมการผู้นั้น แจ้งให้ที่ประชุมทราบ

และให้ที่ประชุมพิจารณาว่ากรรมการผู้นั้นสมควรอยู่ในที่ประชุมหรือมีมติในการประชุมเรื่องนั้นได้หรือไม่

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้

การประชุมคณะอนุกรรมการ

ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ

รัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งข้อมูลหรือเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้

ในการนี้อาจเรียกบุคคลใด ๆ มาชี้แจงด้วยก็ได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสี

งานวิชาการและงานธุรการให้แก่คณะกรรมการ

รวมทั้งประสานงานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานต่าง ๆ ทางด้านนิวเคลียร์และรังสี

และงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

วัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ วัสดุกัมมันตรังสีใดที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงระดับกัมมันตภาพ

หรือลักษณะการครอบครองหรือการใช้วัสดุกัมมันตรังสี

กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยให้กำหนดรายชื่อวัสดุกัมมันตรังสี

และระดับกัมมันตภาพหรือลักษณะการใช้งานวัสดุกัมมันตรังสี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้ใดจะดำเนินการดังต่อไปนี้

ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ

(๑)

ผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี

(๒)

นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี

การขอรับใบอนุญาต

การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับวัสดุกัมมันตรังสีแต่ละประเภท

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ วัสดุกัมมันตรังสีใดที่ผู้ดำเนินการไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา

๑๙ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้

ให้คำนึงถึงระดับกัมมันตภาพหรือลักษณะการใช้งานวัสดุกัมมันตรังสี

ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง

หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีต่อเลขาธิการ

การแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ ให้มีอายุ ดังต่อไปนี้

(๑)

ใบอนุญาตผลิตวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุห้าปี

(๒)

ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุห้าปี

(๓)

ใบอนุญาตนำเข้าวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

(๔)

ใบอนุญาตส่งออกวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

(๕)

ใบอนุญาตนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าวัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา

๑๙ ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีนั้นด้วย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี

ให้ได้รับยกเว้นการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีหรือการแจ้งการมีไว้ในครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีนั้น

แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก

หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ (๒) ต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักร

ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำผ่านซึ่งวัสดุกัมมันตรังสี

ทางด่านศุลกากรที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๘

มาใช้บังคับกับการกำหนดเครื่องกำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ผู้ใดจะดำเนินการดังต่อไปนี้

ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ

(๑)

ทำเครื่องกำเนิดรังสี

(๒)

มีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี

(๓)

นำเข้าหรือส่งออกเครื่องกำเนิดรังสี

การขอรับใบอนุญาต

การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับเครื่องกำเนิดรังสีแต่ละประเภท

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๖ ให้มีอายุ ดังต่อไปนี้

(๑)

ใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุห้าปี

(๒)

ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุห้าปี

(๓)

ใบอนุญาตนำเข้าเครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

(๔)

ใบอนุญาตส่งออกเครื่องกำเนิดรังสีให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖

ต้องเป็นนิติบุคคล เว้นแต่วัสดุกัมมันตรังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสีบางประเภทที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะเป็นบุคคลธรรมดาก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖

ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

คุณสมบัติ

(ก)

มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(ข)

มีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสีที่ขออนุญาต

การดำเนินการเมื่อเลิกใช้งาน และการจัดการกากกัมมันตรังสี

หรือมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของเครื่องกำเนิดรังสีที่ขออนุญาต

แล้วแต่กรณี ทั้งนี้

ศักยภาพทางเทคนิคให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องดังต่อไปนี้

๑)

สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการ

๒)

เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้

๓)

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี

๔)

แผนป้องกันอันตรายจากรังสี

(๒)

ลักษณะต้องห้าม

(ก)

เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(ข)

เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

(ค)

เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

(ง)

เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖

ซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙

(๑) (ก) และ (๒)

(๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙ (๑) (ข)

และ (๒) (ข) และ (ค)

(๓)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖

มีหน้าที่วางหลักประกันตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตเพื่อเป็นหลักประกันในการจัดการกากกัมมันตรังสี

และในการเข้าดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๔ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข

และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

หลักประกันตามวรรคหนึ่งจะเป็นเงินสด

พันธบัตรของรัฐบาลไทย

สัญญาค้ำประกันของธนาคารหรือหลักประกันอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ถ้าผู้รับใบอนุญาตไม่วางหรือวางหลักประกันไม่ครบตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนหลักประกันที่ต้องวางหรือวางขาดแล้วแต่กรณีนับแต่วันที่ครบกำหนดส่ง

และให้เลขาธิการเตือนให้มีการวางหลักประกัน

และเงินเพิ่มภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเตือน และถ้ายังไม่มีการวางหลักประกันและเงินเพิ่มให้ถูกต้อง

เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตได้

ในกรณีที่เลขาธิการมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีแทนผู้รับใบอนุญาตให้ใช้จ่ายจากหลักประกันตามวรรคหนึ่ง

ในกรณีที่หลักประกันไม่เพียงพอ ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่ขาด

และหากมีหลักประกันเหลือให้คืนแก่ผู้รับใบอนุญาต

หลักประกันตามวรรคหนึ่ง

ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี แต่ไม่พ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้

การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายหลักประกัน

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ให้หน่วยงานของรัฐตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่เป็นผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา

๑๙ และมาตรา ๒๖ ได้รับยกเว้นไม่ต้องวางหลักประกันตามมาตรา ๓๑

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ การโอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖

ให้กระทำได้เมื่อเป็นการโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ และได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

การขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา

๑๙ และมาตรา ๒๖ ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคลหรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย

ให้ทายาทหรือผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตเพื่อรับโอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคลหรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย

แล้วแต่กรณี หรือภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตขยายเวลาให้ตามความจำเป็น

ถ้ามิได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุ

หากจะประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้นต่อไปให้ดำเนินการขอรับใบอนุญาตใหม่

ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือเสมือนว่าทายาทหรือผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเข้าประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้นเป็นผู้รับใบอนุญาต

ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง

และวรรคสองมาใช้บังคับแก่ผู้อนุบาลโดยอนุโลม

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ถ้าผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖

ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตนั้น

การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

วัสดุนิวเคลียร์

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ผู้ใดจะดำเนินการดังต่อไปนี้

ต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ

(๑)

มีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์

(๒)

นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์

การขอรับใบอนุญาต

การออกใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖ ให้มีอายุ ดังต่อไปนี้

(๑)

ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุห้าปี

(๒)

ใบอนุญาตนำเข้าวัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

(๓)

ใบอนุญาตส่งออกวัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

(๔)

ใบอนุญาตนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์ให้มีอายุตามที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ วัสดุนิวเคลียร์ใดที่ผู้ดำเนินการไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา

๓๖ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงปริมาณ ความเข้มข้น

และองค์ประกอบของวัสดุนิวเคลียร์หรือลักษณะการใช้งานวัสดุนิวเคลียร์

ผู้ใดมีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

ต้องแจ้งปริมาณการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ต่อเลขาธิการ

การแจ้งการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก

หรือนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๖ (๒) ต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักร

ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำผ่านซึ่งวัสดุนิวเคลียร์

ทางด่านศุลกากรที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖

ต้องเป็นนิติบุคคล

เว้นแต่วัสดุนิวเคลียร์บางประเภทที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะเป็นบุคคลธรรมดาก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖

ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

คุณสมบัติ

(ก)

มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(ข)

มีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัย

ความมั่นคงปลอดภัยและการพิทักษ์ความปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ที่ขออนุญาต

การดำเนินการเมื่อเลิกใช้งาน การจัดการกากกัมมันตรังสี และการจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

ทั้งนี้ ศักยภาพทางเทคนิคให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

โดยอย่างน้อยต้องมีเรื่องดังต่อไปนี้

๑)

สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการ

๒)

เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้

๓)

เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์

๔)

ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ

๕)

แผนป้องกันอันตรายจากรังสี

(๒)

ลักษณะต้องห้าม

(ก)

เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(ข)

เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

(ค)

เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

(ง)

เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖

ซึ่งเป็นนิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๑

(๑) (ก) และ (๒)

(๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๑ (๑) (ข)

และ (๒) (ข) และ (ค)

(๓)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ การโอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๖

ให้กระทำได้เมื่อเป็นการโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ และได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

การขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา

๓๔ และมาตรา ๓๕ มาใช้บังคับกับการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์โดยอนุโลม

สถานประกอบการทางนิวเคลียร์

บททั่วไป

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ผู้ใดจะตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

และใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ จากเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ตามลำดับ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ผู้ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา

๔๕ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด

หรือนิติบุคคลอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(๒)

มีศักยภาพทางเทคนิคและการเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๓)

ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

(๔)

ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

(๕)

ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต

(๖)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ กรรมการและผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลตามมาตรา

๔๖ (๑) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

(๒)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางนิวเคลียร์และรังสี

เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต

(๓)

ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖ (๓) (๔) และ (๕)

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ การก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

แต่ผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ซึ่งต้องมีมาตรฐานเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ในการประกอบกิจการของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน

หากเกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงานแล้ว

ให้คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงานตกลงร่วมกันในการกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการควบคุมดูแลการประกอบกิจการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ดังกล่าวร่วมกัน

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้มีการกระทำอย่างใดร่วมกัน

การกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการใดให้ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม

การกำหนดให้มีผลเป็นการยกเว้นหลักเกณฑ์หรือวิธีการในการควบคุมดูแลตามพระราชบัญญัตินี้

กฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน หรือกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน

หรือกำหนดมอบอำนาจให้ผู้มีอำนาจในการควบคุมดูแลตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงานเป็นผู้ใช้อำนาจแทนก็ได้

ข้อตกลงร่วมกันตามวรรคหนึ่ง

เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลใช้บังคับได้

116 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c8629676d12ca4d2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com