我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 331 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518

子法規・公布 1997-06-30・全 21 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑[๒] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๓

ข้อ ๓ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม ให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมือง (๒) พัฒนาการบริการขั้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม ให้เพียงพอ และได้มาตรฐาน (๓) ส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยว ปรับปรุงสภาพแวดล้อม และพัฒนากิจกรรมทางด้านบริการให้เพียงพอ (๔) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๖

ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้ จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า (๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ (๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ (๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา (๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข ๑๑.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา (๑๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๒.๑ และหมายเลข ๑๒.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๒) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย (๓) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง (๕) สถานที่บรรจุก๊าซประเภทสถานีบรรจุก๊าซและประเภทลานบรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซประเภทสถานที่ใช้ก๊าซ ประเภทสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ และประเภทโรงเก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว (๖) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (๗) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๘) กำจัดมูลฝอย

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๒) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย (๓) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง (๕) สถานที่บรรจุก๊าซประเภทสถานีบรรจุก๊าซและประเภทลานบรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซประเภทสถานที่ใช้ก๊าซ ประเภทสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ และประเภทโรงเก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว (๖) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (๗) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร (๘) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๙) กำจัดมูลฝอย

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๒) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย (๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง (๔) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว (๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (๖) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร (๗) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๘) กำจัดมูลฝอย (๙) ซื้อขายเศษวัสดุ

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้าและกิจการที่เกี่ยวข้อง สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณและห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา (๒) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก (๓) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม คลังสินค้า การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๒) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย (๓) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา (๕) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก (๖) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (๗) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบการพาณิชย์ เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละ ๕ ของพื้นที่โครงการทั้งหมด (๓) การอยู่อาศัยหรือการประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว หรือตึกแถว เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละ ๕ ของพื้นที่โครงการทั้งหมด (๔) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หรือหอพัก (๕) การอยู่อาศัยและหรือการประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่ (๖) โรงแรม (๗) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญหรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๘) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย (๙) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (๑๐) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ในระยะ ๑,๐๐๐ เมตร จากแนวชายฝั่งทะเล ถ้ามีการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบการพาณิชย์ ตาม (๒) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือการประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว ตาม (๓) ดำเนินการอยู่ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยโครงการเดียวกันให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละ ๕ ของพื้นที่โครงการทั้งหมด

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่เป็นของรัฐให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ส่วนที่ดินซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินบริเวณข้างเคียง

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณหมายเลข ๗.๑ หมายเลข ๗.๒ และหมายเลข ๗.๓ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ ต้นน้ำลำธารและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การประมงชายฝั่ง สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนตะพง จังหวัดระยอง พ.ศ. ๒๕๔๕[๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๓๑ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงดังกล่าวต่อไปอีกห้าปี และเนื่องจากมาตรา ๒๖ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า ภายในหนึ่งปีก่อนระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสิ้นสุดลง ถ้าปรากฎว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ และเมื่อได้จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่ใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน ก็ให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงได้อีกห้าปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง กำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙[๔] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๘ แห่งมีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมแต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี และโดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าด้วยการนี้มาแล้วหลายครั้ง สมควรนำการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมที่ยังไม่สิ้นสุดการใช้บังคับมากำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้บังคับกฎหมาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙[๕] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๗ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๗ ฉบับ ต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙[๖] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐[๗] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๕ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐[๘] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐[๙] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๒ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๒ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐[๑๐] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๘ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๑] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลสะเดา ตำบลปริก ตำบลสำนักแต้ว และตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๖๘ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งได้เคยขยายระยะเวลาการใช้บังคับต่อไปอีกห้าปีมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙ มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๒] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๒ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๒ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๕ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ สุกัญญา/แก้ไข ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑ สุนันทา/ผู้จัดทำ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ สุนันทา/ผู้จัดทำ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๑/๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๐ [๒] สิ้นสุดการใช้บังคับ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ขยายระยะเวลาการใช้บังคับโดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙ [๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๙/๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๕ [๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๘/๖ มีนาคม ๒๕๔๙ [๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๕๔ ก/หน้า ๑๙/๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙ [๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑๖/๒๒ กันยายน ๒๕๔๙ [๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๑/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ [๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๓๗/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ [๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๓๑/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐ [๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๑/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ [๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๔๑/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ [๑๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๑/๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ [๑๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๔ ก/หน้า ๔/๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查