พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ควบคุมโภคภัณฑ์
(ฉบับที่ ๑๒)
พ.ศ.
๒๕๔๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
เป็นปีที่
๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงวิธีการควบคุมโภคภัณฑ์สารกาเฟอีนในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเพื่อสวัสดิภาพของประชาชน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.
๒๔๙๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์
(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา ๔
ให้โภคภัณฑ์ควบคุมตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดให้สารกาเฟอีนเป็นโภคภัณฑ์ควบคุมและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมโภคภัณฑ์
พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งได้แก่ สารกาเฟอีน (Caffeine)
เป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
มาตรา ๕
ห้ามมิให้ผู้ใดนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้
หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซึ่งโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาต
หนังสืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าภายในกำหนด
มาตรา ๖
บุคคลซึ่งมีสิทธิขออนุญาตนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซึ่งโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้
ได้แก่
(๑)
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าหรือส่งออกสารกาเฟอีนจากกรมการค้าต่างประเทศ
(๒)
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตยาที่มีสารกาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ
(๓)
ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหารหรือผู้ได้รับอนุญาตเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงานของผู้ผลิตที่ผลิตเครื่องดื่มผสมสารกาเฟอีน
(๔)
ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบอุตสาหกรรมผลิตกระดาษพิมพ์เขียวที่ใช้สารกาเฟอีนเป็นวัตถุดิบ
(๕)
ผู้ที่จำเป็นต้องใช้สารกาเฟอีนในการทดลองโดยมีหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุข
มาตรา ๗
ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขออนุญาตกับอธิบดีกรมการค้าภายใน
สำหรับจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขออนุญาตกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ โดยให้ยื่น ณ
กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด
การนำหรือการขนย้ายโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้แต่ละครั้ง
ต้องได้รับหนังสืออนุญาตทุกครั้งและผู้นำหรือขนย้ายต้องนำหนังสืออนุญาตนั้นกำกับการนำหรือการขนย้ายไปด้วยทุกครั้ง
มาตรา ๘
หนังสืออนุญาตให้จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้
หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซึ่งโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๓๑
ธันวาคม ของปีที่ออกหนังสืออนุญาต
ถ้าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตตามวรรคหนึ่งประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาต
ให้ยื่นคำขอก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ
และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสืออนุญาตนั้น
การสั่งไม่อนุญาตตามวรรคสอง
ให้ผู้อนุญาตออกคำสั่งเป็นหนังสือ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอกระทำการใดๆ
เพื่อมิให้โภคภัณฑ์ตามที่ระบุไว้ในคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาตอยู่ในความครอบครองของผู้ที่ยื่นคำขอ
ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสืออนุญาตดังกล่าว
และเมื่อได้ดำเนินการเป็นประการใดแล้ว
ให้ผู้ยื่นคำขอมีหนังสือแจ้งให้อธิบดีกรมการค้าภายในหรือผู้ว่าราชการจังหวัดทราบด้วย
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๙
ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตจัดทำรายงานปริมาณการจำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้
เปลี่ยนแปลงสภาพ ตลอดจนสถานที่เก็บ
ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อและแหล่งที่มาของโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ให้ผู้อนุญาตทราบทุกเดือนภายในวันที่เจ็ดของเดือนถัดไป
ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าภายในกำหนด
มาตรา ๑๐
ผู้ใดมีโภคภัณฑ์ที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ให้ยื่นคำขออนุญาตมีไว้ในครอบครองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
หากผู้อนุญาตแห่งท้องที่เห็นควรไม่อนุญาต
หรือไม่อาจอนุญาตได้เนื่องจากผู้ยื่นคำขอมิได้เป็นบุคคลตามมาตรา ๖ ให้นำความในมาตรา
๘ วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑
ผู้ได้รับอนุญาตให้นำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้
หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซึ่งโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้อยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ให้หนังสืออนุญาตคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ
มาตรา ๑๒
โภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ของส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐไม่อยู่ในบังคับแห่งพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๑๓
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการนำสารกาเฟอีนซึ่งได้ระบุให้เป็นโภคภัณฑ์ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมโภคภัณฑ์แล้ว
ไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑
ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง อันเป็นการทำลายสวัสดิภาพของประชาชน
เพื่อป้องกันมิให้มีการนำสารกาเฟอีนไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตยาเสพติดให้โทษ
สมควรปรับปรุงวิธีการควบคุมและวางระเบียบในการนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง
ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซึ่งโภคภัณฑ์ดังกล่าวในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ศิริยา/พิมพ์
๒๕
พฤษภาคม ๒๕๔๙
สุนันทา/ฐิติพงษ์/ตรวจ
A+B
๑
มิถุนายน ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๒๘ ก/หน้า ๓๑/๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).